ข่าว

วิกฤติ'ทะเลสาบดอยเต่า'เร่งพลิกฟื้นพัฒนายั่งยืน

วิกฤติ'ทะเลสาบดอยเต่า'เร่งพลิกฟื้นพัฒนายั่งยืน

14 เม.ย. 2557

วิกฤติ'ทะเลสาบดอยเต่า' เร่งพลิกฟื้นพัฒนายั่งยืน : ประภาภรณ์ เครืองิ้วรายงาน

            มนต์เสน่ห์ "ทะเลสาบดอยเต่า" สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ผู้คนหลากหลายต่างแวะมาเที่ยวชมความงดงามจนเป็นแหล่งรายได้ให้แก่คนเหนือเขื่อนภูมิพล แต่การเดินทางท่องเที่ยวบางครั้งอาจพบว่าในฤดูน้ำหลากหรือน้ำเยอะ เขื่อนภูมิพลจะปล่อยให้น้ำเอ่อขึ้นมาทำให้ทะเลสาบดอยเต่ามีปริมาณน้ำสูงมาก ธุรกิจการล่องเรือสำราญจึงเกิดขึ้น

            ทริปยอดฮิตที่จัดโปรแกรมคือล่องเรือจากทะเลสาบดอยเต่าไปยังเขื่อนภูมิพล แต่เนื่องจากการดำเนินการตามแผนการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ส่งผลให้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ต้องประสบปัญหาน้ำแห้งขอด กลางทะเลสาบดอยเต่าที่เคยเป็นที่ล่องเรือชมวิว กลายเป็นไร่ข้าวโพด แพถูกจอดทิ้ง เรือเกยตื้น ผู้ประกอบการเรือแพต่างขาดรายได้ และยิ่งย่ำแย่เมื่อปีนี้สถานการณ์ภัยแล้งมาเร็วกว่าทุกปี

            น.ส.พร้อมพรรณ นันต๊ะสาร ผู้ประกอบการเรือแพนกน้อย อ.ดอยเต่า เล่าถึงปัญหาว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ระยะหลังในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าระดับน้ำแห้งเร็วกว่าปกติ เดิมระดับน้ำจะค่อยๆลดระดับลงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม แต่ในปีนี้พบว่าระดับน้ำลดลงตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคม ต่อเนื่องมาถึงเดือนมีนาคมก็ไม่สามารถนำแพออกไปกลางน้ำได้ ทำให้ต้องยุติการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเป็นการชั่วคราว เพื่อรอระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจึงจะประกอบธุรกิจได้ดังเดิม

            นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคมไปจนถึงเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่ระดับน้ำของทะเลสาบดอยเต่าเพิ่มระดับขึ้น รวมระยะเวลากว่า 10 เดือน ที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องขาดรายได้ บางรายจะต้องออกไปรับจ้าง เพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว หรือปลูกพืชผักสวนครัว บางรายหันไปทำสวนลำไย แต่ก็ต้องเผชิญกับการขาดแคลนน้ำจึงทำให้ผลผลิตไม่ได้ขนาด ขายไม่ได้ราคา แต่ก็ต้องจำใจขาย เพื่อนำรายได้มาใช้จ่าย

            น.ส.พร้อมพรรณ กล่าวด้วยว่า วันนี้มีหนี้สินที่ต้องชดใช้ธนาคาร และยังต้องมาประสบปัญหาน้ำแห้งทำธุรกิจไม่ได้ เงินที่เก็บออมไว้ร่อยหรอ ต้องขอผ่อนผันหนี้สินกับธนาคาร อีกทั้งแรงงานที่เคยทำงานอยู่ที่เรือแพก็ต้องเลิกจ้าง ได้เพียงแต่ขอให้กลับมาช่วยงานอีกครั้งในช่วงหน้าน้ำ โดยรายได้ปกติเมื่อถึงช่วงหน้าน้ำจะได้มาจากกรุ๊ปทัวร์ท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ถ้าเป็นกรุ๊ปทัวร์ขนาดเล็กประมาณ 8,000 บาท กรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ 10,000-15,000 บาท แต่ตอนนี้ไม่มีรายได้พอเลี้ยงชีพเลย

            "เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ควรสร้างแก้มลิง หรืออ่างเก็บน้ำ เพื่อให้เรือแพประกอบอาชีพได้และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมจำหน่ายอาหารและธุรกิจต่อเนื่องให้ครบวงจร ส่วนในขณะที่ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาควรประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบข่าวเรื่องระดับน้ำด้วย ไม่ให้มาแล้วต้องผิดหวัง สิ่งที่ผู้ประกอบการเรือแพต้องการ คือ การสร้างแหล่งน้ำที่รองรับน้ำปิงได้ตลอดทั้งปี และยังเป็นการส่งเสริมรายได้ให้ผู้ประกอบการและชาวบ้าน" พร้อมพรรณ กล่าวถึงข้อเสนอ

            ขณะที่ นายประเสริฐ วงศ์เรือง เกษตรกร ต.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ท้ายน้ำของแม่น้ำปิง กล่าวว่า ได้รับผลกระทบจากน้ำปิงแห้งขอด ชาวบ้านต้องการทำฝายเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้เอง แต่ก็เป็นแค่การแก้ปัญหาได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากน้ำปิงที่ไหลผ่านในพื้นที่มีปริมาณที่น้อย ส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตร อาทิ สวนลำไย สวนมะม่วง ได้รับความเสียหายกว่า 1,000 ไร่ โดยเฉพาะลำไยที่กำลังติดผลแต่ต้องขาดน้ำจนเสียหายนำไปขายก็ได้ราคาต่ำ หากปริมาณน้ำเพียงพอจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัวและหมุนเวียนในชุมชน

            เขาบอกว่า เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว ชาวบ้านได้รวมตัวกันทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอความช่วยเหลือด้วยการผันน้ำจากแม่น้ำปิงไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำโป่งจ้อ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างไว้ ปัจจุบันมีแต่อ่างที่แห้งขอดไม่มีน้ำ หากผันน้ำไปสู่อ่างเก็บได้จะทำให้พื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วย ดอยหล่อ สันติสุข และพางคำ มีน้ำเพียงพอสำหรับทำการเกษตรตลอดทั้งปี เพราะกักเก็บน้ำได้กว่า 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและเตรียมดำเนินการแล้ว

            นายวีระศักดิ์ ศรีกาวี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล จ.ตาก กล่าวว่า เขื่อนมีการระบายน้ำไปสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนประมาณวันละ 10-12 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงสิ้นเดือนเมษายน เพื่อให้ยังคงมีปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ในอ่างไม่ให้ต่ำกว่า 45% หรือประมาณ 1,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามนโยบายการบริหารจัดการน้ำของทางรัฐบาล ซึ่งการระบายน้ำสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนนั้นจะต้องประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อมิให้กระทบกับการกักเก็บน้ำและประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยจะต้องวางแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในปัจจุบัน คือ ระบายเฉพาะเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก

            ส่วนการทำการเกษตรในพื้นที่เขตชลประทานจะมีปริมาณน้ำเพียงพอในช่วงที่ฝนทิ้งช่วงนาน ตามที่มีการคาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อรอน้ำเข้าเขื่อนรอบใหม่ และเป็นการช่วยกันกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูต่อไป

            ทะเลสาบดอยเต่า ปัจจุบันมีสภาพเป็นเพียงทางเดินน้ำปิงสายเล็กๆ บนซากทะเลสาบ ที่แต่ละปีน้ำจากเขื่อนเคยไหลเข้ามาเติมชีวิตชีวา...แต่มาบัดนี้กำลังเผชิญวิกฤติที่ต้องช่วยกันพลิกฟื้นกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่

------------------------------

(หมายเหตุ : วิกฤติ'ทะเลสาบดอยเต่า' เร่งพลิกฟื้นพัฒนายั่งยืน : ประภาภรณ์  เครืองิ้วรายงาน)