ข่าว

'หลี่ เสียน หลง'พบสื่อเอเชีย(ตอน2)

'หลี่ เสียน หลง'พบสื่อเอเชีย(ตอน2)

14 เม.ย. 2557

'หลี่ เสียน หลง'พบสื่อเอเชีย(ตอน2)

                ตอนที่สองของนายกรัฐมนตรีหลี่ เสียน หลง แห่งสิงคโปร์ เปิดทำเนียบอิสทานา ตอบข้อซักถามบรรณาธิการข่าวของกลุ่มสื่อสมาชิก "เอเชีย นิวส์ เน็ตเวิร์ก" (เอเอ็นเอ็น www.asianewsnet) ในโอกาสครบรอบ 15 ปีก่อตั้งเอเอ็นเอ็น

                พนา จันทรวิโรจน์ กรรมการอำนวยการ นสพ.เดอะเนชั่น - จากที่เคยพบในปีแรกหรือปีที่สองเมื่อขึ้นบริหารประเทศ ขณะนั้นสิงคโปร์เป็นเมืองระดับภูมิภาค แต่ 8 ปีต่อมา สิงคโปร์กลายเป็นเมืองของโลกแล้ว สิงคโปร์กำลังไปไกลแล้วจากมาตรฐานเศรษฐกิจอาเซียนทางใดทางหนึ่งหรือไม่ และมีเรื่องไหนหรือไม่ที่ท่านได้ทำและคิดว่าเกินความคาดหมาย และเสียใจว่าน่าจะดีกว่านี้

                หลี่ เซียน หลง - ผมไม่คิดว่าเรากำลังห่างออกไปจากอาเซียน เศรษฐกิจของเราแตะระดับพัฒนากว่า จีดีดีเติบโต 2% หรือ 3% ต่อปีหากเราทำได้ดี ขณะประเทศอาเซียนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือประเทศอินโดจีน อย่างเวียดนามและพม่า คุณอาจโตได้ 6-7% หรืออาจจะ 8 9 10% ด้วยซ้ำ ฉะนั้น ช่องว่างกำลังเล็กลง เมืองต่างๆ ก็เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วเช่นกัน อย่างกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เจริญมากอยู่แล้ว ผมไม่คิดว่าสิงคโปร์ล้ำหน้าไปจากประเทศอื่น และสิ่งที่ต้องการจะทำคือก้าวหน้าไปพร้อมกันทั้งภูมิภาค

                หากมองย้อนกลับไปสักสิบปีที่แล้ว ผมคิดว่าในภาพรวม เราพัฒนาเศรษฐกิจได้ดีกว่าที่คาด เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอะไรๆ มันเข้าทาง เราเปิดตลาด การลงทุนก็มา อีกส่วนยังเป็นเพราะเมื่อโอกาสมา เราฉวยทันทีและลงมือเลย เรานำแรงงานต่างชาติที่เราต้องการเข้ามา เพราะพรุ่งนี้ เราไม่รู้ว่าโอกาสนั้นจะยังอยู่ที่เดิมไหม

                โชคไม่ดี เราประสบความสำเร็จเกินคาด โครงสร้างพื้นฐานรองรับไม่ทัน ระบบขนส่งสาธารณะ ที่พักอาศัย เป็นราคาที่เราต้องจ่าย สามสี่ปีที่ผ่านมา เราทำงานหนักมากเพื่อพยายามแก้ไข และประสบความก้าวหน้าบางเรื่อง แต่ยังไม่ถึงจุดที่หวัง

                ผมคิดว่าในสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างกว้างโดยเฉพาะเมื่อเราวางตำแหน่งตัวเองเป็นเมืองของโลก (global city) แล้ว การทำให้คนของเราเองมีสำนึกเป็นเจ้าของและมีรากเหง้าอยู่ที่นี่ มีสำนึกความเป็นประเทศและชุมชนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก  และนี่เป็นเรื่องที่เรากำลังทำงานอยู่ เนื่องจากเราเป็นประเทศด้วย ไม่ใช่ลอนดอน หรือนิวยอร์ก ที่เป็นมหานครโดยแท้แต่ยังแน่ใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศนั้น แต่ที่นี่ สิงคโปร์ เป็นส่วนหนึ่งของสิงคโปร์ เป็นทั้งหมดที่มี เราจึงต้องมั่นใจว่า ชาวสิงคโปร์จะมีความรู้สึกเช่นนั้นและมั่นใจในตำแหน่งที่ยืนของพวกเขาในสังคมนี้

มีอะไรที่นึกเสียใจบ้างไหม

                หลี่ เสียน หลง-ผมอยากมองเห็นผลลัพธ์ในอนาคตที่ว่านี้ออกเพื่อจะได้ลงมือแก้เร็วกว่านี้แต่นั่นแหละพอมองย้อนกลับไปถึงเห็นอะไรชัดขึ้น

                ซัมเทน วังชุกจากหนังสือพิมพ์ภูฏาน Kuensel-สิงคโปร์ถูกมองเป็นต้นแบบของหลายประเทศ มีอะไรมากมายที่เรียนรู้ได้จากสิงคโปร์ แต่อยากทราบว่ามีอะไรที่อยากเตือนว่าไม่ควรเลียนแบบ ไม่ควรยืมจากสิงคโปร์ไปใช้หรือไม่

                หลี่ เสียน หลง - เราไม่ยกตัวเองเป็นโมเดลให้ใครเดินตาม เราเพียงแก้ปัญหาของเรา โดยมากเราก็บริหารจัดการไป บางครั้งยังไม่ลุล่วง หากประเทศอื่นคิดว่าน่าสนใจหรือเข้ากันได้ ต้องการนำไปใช้ นำไปปรับ เกิดไอเดียจากวิธีของสิงคโปร์ เราก็ยินดีที่มีประโยชน์เช่นนั้น แต่ผมคิดว่าเงื่อนไขของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ไม่ใช่แค่ขนาด แต่ไม่ใช่ที่ตั้ง แต่เป็นประวัติศาสตร์ความเป็นมา ธรรมชาติของสังคม มิติทางอารมณ์ของคน พร้อมรับอะไรแค่ไหน ความใฝ่ฝัน ต้องการให้สังคมเดินไปอย่างไร และอยากจะเข้ากับเพื่อนบ้านอย่างไร สำหรับสิงคโปร์ ประเทศเล็กสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่มีปัญหาอะไรกับเพื่อนบ้านที่ใหญ่กว่า สามารถรักษาความสัมพันธ์อันดี

                ภูฏานเป็นประเทศเล็กสุดในแถบนั้น ไม่มีปัญหากับเพื่อนบ้านแต่กำลังพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในแบบที่ต่างออกไป กษัตริย์พระองค์ก่อนตัดสินพระทัยให้เลือกตั้ง ขณะนี้ คุณได้ผ่านการเลือกตั้งที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแล้ว คุณเองก็ยากจะบอกได้ว่าเลือกตั้งครั้งใหม่จะนำไปสู่อะไร จึงเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศใดประเทศหนึ่งในโลกจะบอกว่าให้หยุด ระงับไว้ ผมชอบแบบนี้ห้ามเปลี่ยน แม้ในภูฏานเองก็ทำไม่ได้ จึงเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรพระราชบิดากษัตริย์จึงตัดสินพระทัยว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยน จะต้องมีกรอบใหม่ๆ ให้แก่คนรุ่นต่อไป และเราทุกประเทศต่างก็กำลังก้าวเดินไปข้างหน้า

                ทอร์เบน ชเตฟราน จากมูลนิธิคอนราด-อาเดนาวร์ ถามเรื่องเสรีภาพสื่อ-สิงคโปร์จะฉลองครบ 50 ปีในปีหน้า ถือว่าพัฒนารุดหน้าในช่วงเวลาสั้นมาก เป็นหนึ่งในประเทศพัฒนาสุดในภูมิภาคและอาจจะในโลกด้วย ติดอันดับต้นๆ ในหลายตาราง รัฐบาลสิงคโปร์คิดทำอะไรเพื่อปรับปรุงอันดับขององค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนหรือไม่

                หลี่ เสียน หลง-ผมไม่ถือสากับอันดับที่ว่านัก พวกเขาจัดเราอยู่ในอันดับใกล้ๆ ซิมบับเว ผมบอกก็จัดไป พวกเขาคิดว่ามันมีประโยชน์ แต่ผมแค่มองข้าม เราบริหารสื่อและเสรีภาพข้อมูลข่าวสารในวิธีที่เหมาะสมกับสิงคโปร์ ข้อมูลข่าวสารทางอินเทอร์เน็ตไม่มีการปิดกั้น หนังสือพิมพ์รายงานข่าวได้อย่างเสรีเช่นกัน แต่ต้องอย่างรับผิดชอบ เพื่อจะได้ให้ข้อมูลและให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้รับสื่อเวลาเดียวกัน เพื่อให้เป็นแหล่งข่าวสาร ทัศนะความเห็น และความบันเทิงที่เชื่อถือได้ นั่นเป็นโมเดลที่ได้ผลสำหรับเรา เป็นโมเดลที่กำลังเปลี่ยนไปและเราต้องปรับตัว แต่ก็ไม่ใช่จู่ๆ เราจะบอกว่ายอมเถอะ เพราะวิถีของโลกเป็นไปอย่างนี้ ผมไม่รู้และไม่ใส่ใจนักว่าจัดอันดับครั้งหน้า สิงคโปร์จะอยู่ตรงไหน

                การอยู่ในอำนาจยาวนานของผู้นำดูเหมือนหมดยุคแล้วโดยเฉพาะในภูมิภาคนี้ ท่านอยู่ในตำแหน่งมานานประมาณ 10 ปีแล้ว มองอนาคตของท่านอย่างไร มีแผนจะบริหารประเทศอีกนานแค่ไหน

                หลี่ เสียน หลง- ผมคิดว่า ผู้นำอยู่ได้นานตราบเท่าที่สามารถทำคุณประโยชน์ได้ ในสิงคโปร์ เราให้ความสำคัญมากกับแผนการสืบต่ออำนาจ ต้องมั่นใจว่าเรามีทีมงานใหม่พร้อม มีผู้นำใหม่ที่มีความสามารถพร้อมทำงาน เพื่อที่ประเทศจะสามารถเดินหน้า ผมบอกไม่ได้แน่นอนว่าจะอยู่ในตำแหน่งอีกนานแค่ไหน แต่ผมอายุ 62 ปี ไม่หนุ่มแล้ว

                ท่านมีกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ฉายแววในแผนสืบทอดอำนาจแล้วหรือยัง

                หลี่ เสียน หลง-การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ผมนำหน้าใหม่เข้ารัฐสภา 20 คน หลายคนในจำนวนนี้อยู่ในคณะรัฐมนตรี พวกเขาทำได้ดีทีเดียว และขยับสู่ตำแหน่งที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ผมหวังว่าพวกเขาเหล่านั้นจะประสบผลสำเร็จในงานและเติบโตในสายงานรับผิดชอบและมีความเข้าใจในสิงคโปร์ และชาวสิงคโปร์ยอมรับในความเป็นผู้นำของพวกเขา

                คุณสมบัติสำคัญข้อไหนที่ต้องการเห็นในผู้นำสิงคโปร์

                หลี เสี่ยน หลง-ต้องรู้อย่างชัดแจ้งที่สุดว่าผลประโยชน์ของสิงคโปร์คืออะไร ต้องสามารถโน้มน้าวประชาชนได้ว่านี่คือสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำด้วยกัน และประชาชนต้องเต็มใจไปด้วยกัน และพร้อมจะพูดว่า ใช่ ฉันไว้วางใจและทำงานกับเขา