ข่าว

เปิดฉากปฏิบัติการฝนหลวงทั่วไทยแก้ภัยแล้ง

เปิดฉากปฏิบัติการฝนหลวงทั่วไทยแก้ภัยแล้ง

14 เม.ย. 2557

เปิดฉากปฏิบัติการฝนหลวงทั่วไทย ยุทธการแก้ภัยแล้ง-ลดหมอกควัน : ดลมนัส กาเจรายงาน

            ข้อมูลล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกระจายไปถึง 41 จังหวัด 281 อำเภอ 1,719 ตำบล 16,377 หมู่บ้าน แยกเป็น ภาคเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย แพร่ ตาก น่าน พะเยา พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ ขอนแก่น ศรีสะเกษชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู สุรินทร์ และนครราชสีมา ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี สระบุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ปราจีนบุรี ตราด ชลบุรี สมุทรปราการ และสระแก้ว ภาคใต้ 7 จังหวัด ได้แก่ ตรัง สตูล กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร และปัตตานี เพิ่มขึ้นจากวันที่ 4 เมษายน 2557 ที่พบว่ามีภัยแล้งเพียง 38 จังหวัด 249 อำเภอ รวม 1,552 ตำบล และ 14,567 หมู่บ้าน

            จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่เกษตรกรจะเดือดร้อนอันเนื่องมาจากขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค โดยเฉพาะน้ำที่จะใช้เพื่อการเกษตรเพียงอย่างเดียว หากแต่บางพื้นที่โดยเฉพาะในภาคเหนือตอนบนไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำพูน และลำปาง ยังประสบปัญหาจากหมอกควันที่เกิดจากไฟไหม้ป่าอีกด้วย ทำให้หลายหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ ได้ทำงานอย่างบูรณาการไม่ว่าจะเป็นกรมฝนหลวงและการบินการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมชลประทาน โดยเฉพาะกรมฝนหลวงฯ ได้เปิดฉากปฏิบัติการฝนหลวงมาหลายระลอกตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ จะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2557 นี้ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เหนือเขื่อนต่างๆ และที่สิ่งได้มาในการปฏิบัติการในภาคเหนือตอนที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน คือสามารถกำจัดพิษหมอกควันที่แพร่กระจายหลายจังหวัดกลับสู่สภาพปกติได้แล้ว  

            นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นปีนี้เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ถึงปัจจุบัน ซึ่งเบื้องต้นพบว่า ปัญหาภัยแล้งสร้างความเสียหายให้แก่แหล่งปลูกพืชอย่างหนัก 16 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก ลำพูน สุโขทัย ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ชัยนาท สระบุรี สิงห์บุรี ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี และสตูล ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือแล้ว มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 106,701 ราย พื้นที่ประสบภัย 768,160 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 682,271 ไร่ พืชไร่ 8,552 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 77,337 ไร่

            “จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีความจุเก็บกักน้ำได้ 263 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 96.749 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 36.97% ของความจุอ่าง แต่น้ำที่ใช้การได้ จำนวน 82.749 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 31.46%  เกษตรกรในพื้นที่โครงการเขื่อนแม่กวงฯ มีการเพาะปลูกช่วงฤดูแล้ง จำนวน 93,778 ไร่ เกินแผนที่ตั้งไว้เพียง 53,400 ไร่ โดยเฉพาะข้าวนาปรัง มีการเพาะปลูกเกินแผน จำนวน 33,326 ไร่ และพืชไร่-พืชผัก เกินแผน 7,052 ไร่ นอกจากนี้ยังพบว่า พื้นที่ จ.เชียงใหม่ยังมีปัญหาหมอกควันด้วย แต่หลังจากที่ได้ขึ้นไปปฏิบัติการฝนหลวงแล้ว ได้รับรายงานว่า น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ เพิ่มขึ้นกว่า 30% ผมเห็นว่าภาคเหนือไม่น่าห่วงเท่ากับเขตพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพราะน้ำต้นจากเขื่อนภูมิพลฯ และเขื่อนสิริกิติ์ ที่ จ.ตาก มีน้อยมาก” นายชวลิต กล่าว

            ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รักษาการอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ภาคเหนือเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งคุกคาม รวมถึงปัญหาไฟป่าและหมอกควันซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เป็นวงกว้าง กรมฝนหลวงฯ จึงได้ร่วมบูรณาการกับกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด ทั้งในและนอกเขตพื้นที่ชลประทาน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พื้นที่การเกษตร พร้อมแก้ปัญหาหมอกควันควบคู่กันไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมากรมฝนหลวงฯ ได้ประสานกับกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้ทราบข้อมูลพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้งในช่วงฤดูแล้ง ก่อนการปฏิบัติการฝนหลวงอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาหมอกควันให้เบาบางลงได้

            “กรมฝนหลวงฯ ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 8 หน่วย ได้แก่ จ.เชียงใหม่ นครสวรรค์ ระยอง จันทบุรี อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และสงขลา ซึ่งตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์- 31 มีนาคม 2557 มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงรวมกว่า 550 เที่ยวบิน มีรายงานฝนตก 30 วัน รวม 43 จังหวัด ในส่วนของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเชียงใหม่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 124 เที่ยวบิน มีรายงานฝนตก 11 วัน ใน 9 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง แพร่ พะเยา พิษณุโลก น่าน ลำพูน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ และแม่ฮ่องสอน และล่าสุดพบว่าหมอกควันในพื้นที่ จ.เชียงใหม่เข้าสู่ปกติแล้ว” นายสุรสีห์กล่าว

            ส่วนนายวิบูลย์ชัย สิริพีรพัฒน์ ประธานคณะกรรมการจัดการน้ำเขื่อนแม่กวง และประธานคลองส่งน้ำสายใหญ่ อ.ดอยสะเก็ด กล่าวว่า ปีนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ มีปริมาณมากกว่าปีที่แล้ว ยิ่งหลังจากที่มีการปฏิบัติการฝนหลวง ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น มั่นใจว่าพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยเฉพาะที่ ต.แม่โป่ง ที่อยู่ตามแนวคลองส่งน้ำจากเขื่อนแม่กวงฯ ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทางคณะกรรมการบริหารน้ำ ได้มีการชี้แจงให้เกษตรกรลดพื้นที่การทำนา หันมาปลูกพืชอย่างอื่นที่ใช้น้ำน้อยไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง กระเทียม หัวหอมแดง และข้าวโพดหวาน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีการส่งน้ำเป็นรอบน้ำคือทุก 12 วัน จะส่งน้ำ 7 วันและพัก 5 วันเพื่อให้ส่งไปทางอื่นบ้าง

            ขณะที่นายสมยศ ตะริโย กำนัน ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด กล่าวว่า ใน ต.แม่โป่ง มี 10 หมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรกว่า 90% เดิมที่ปลูกนาข้าวเป็นหลัก โดยอาศัยน้ำส่วนหนึ่งจากน้ำฝน และอีกส่วนหนึ่งใช้น้ำจากเขื่อนแม่กวงฯ แต่ปัจจุบันหันมาปลูกพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อย อย่างกระเทียม ปีนี้ราคา กก.ละ 75 บาท ทำให้ใช้น้ำน้อยลง เพียงพอกับการเกษตรในพื้นที่ และมีน้ำทำการเกษตรตลอดปี ส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย 
 
            ปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ภาคเหนือ เสมือนหนึ่งเป็นการยิงปืนนัดเดียว แต่ได้นก 2 ตัว สามารถบรรเทาความแห้งแล้งและสามารถลดปริมาณหมอกควันจากไฟป่าได้อีกด้วย