ข่าว

สสส.เผยผลสำรวจเด็กกทม.รักการอ่าน

สสส.เผยผลสำรวจเด็กกทม.รักการอ่าน

14 เม.ย. 2557

สสส.เผยผลสำรวจการอ่าน ปลื้มเด็กกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เกือบ 3 ใน 4 ชอบอ่านหนังสือ แต่ร้อยละ 64 อ่านหนังสือการ์ตูนมากสุด

            สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านร่วมกับเครือข่ายเสียงประชาชน (WE VOICE) สำรวจความคิดเห็นของเด็ก อายุระหว่าง 6-13 ปี ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 24-26 มีนาคม 2557 จำนวนทั้งสิ้น 1,124 คน

            นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า จากผลการสำรวจ การอ่านหนังสือทุกประเภท ทั้งหนังสือทั่วไปและหนังสือเรียน พบว่า เด็กส่วนใหญ่ ร้อยละ 64.1 ระบุว่าอ่านหนังสือการ์ตูนมากที่สุด รองลงมาคือ อ่านหนังสือจากสื่อคอมพิวเตอร์/อินเตอร์เน็ต ร้อยละ 17.1 และอ่านหนังสือจากนิตยสารหรือพ็อกเก็ตบุ๊ค ร้อยละ 12.1

            สำหรับสถานที่ในการอ่านหนังสือของเด็ก ส่วนใหญ่ร้อยละ 56 ระบุว่า จะอ่านหนังสือที่บ้าน ร้อยละ 56 รองลงมา คือ ห้องสมุดของโรงเรียน ร้อยละ 29 และห้องสมุดชุมชน ร้อยละ 11.2 และเมื่อสอบถามถึงระยะเวลาในการอ่าน พบว่า เด็กอ่านหนังสือน้อยกว่า 1 ชั่วโมงมากที่สุด ร้อยละ 44.6 รองลงมา คือ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 40.7 และ 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 12.3

            นอกจากนี้ พบว่า เด็กชอบอ่านหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือเรียนถึงร้อยละ 72.8 ในจำนวนนี้ระบุเหตุผลที่ชอบอ่านหนังสือเพราะมีหนังสือที่ชอบมากที่สุด ร้อยละ 57.1 รองลงมา ระบุว่าชอบอ่านหนังสือด้วยตนเอง ร้อยละ 18.8 และชอบเพราะมีบุคคลต้นแบบ ร้อยละ 16.1 ตามลำดับ

            เมื่อสอบถามเหตุผลที่ระบุว่าชอบอ่านหนังสือเพราะมีหนังสือที่ชอบนั้น กว่าครึ่งระบุว่า ชอบอ่านหนังสือการ์ตูนมากที่สุด ร้อยละ 53.4 รองลงมาคือ หนังสือนิทาน ร้อยละ 21.5 และหนังสือนิยาย/ซีรีส์ ดารา/บันเทิง ใกล้เคียงกัน ร้อยละ 10.2 และร้อยละ 10

            สำหรับบุคคลต้นแบบที่ทำให้เด็กชอบอ่านหนังสือ คือ พ่อแม่ ร้อยละ 44 รองลงมา คือ เพื่อน ร้อยละ 23.2 และครู ร้อยละ 15.2 ขณะที่มีเด็กร้อยละ 27.2 ที่ระบุว่าไม่ชอบอ่านหนังสือ โดยให้เหตุผลที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ เพราะมีอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่าให้ทำ ร้อยละ 31.8 รองลงมาคือ ไม่มีหนังสือที่น่าสนใจ ร้อยละ 28.4 และอ่านหนังสือไม่ออก ร้อยละ 16.9

            “เด็กช่วงวัยประถมศึกษา 6-12 ปี เป็นวัยเตรียมความพร้อมทั้งร่างกาย อารมณ์ สติปัญญา วัยนี้จะมีการเรียนรู้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา พร้อมจะออกไปสู่สังคม เด็กต้องช่วยตัวเองมากขึ้น การอ่านจึงเป็นเครื่องมือส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ที่สำคัญ ผลสำรวจที่พบในครั้งนี้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการที่พ่อแม่ยังคงมีบทบาทสูงในการเป็นต้นแบบและชี้แนะให้แก่ลูกได้” ผจก.แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าว