
ดึงเยาวชนเรียนพึ่งพาตนเองนำแนวพระราชดำริปรับใช้
สำนักราชเลขาธิการจัดโครงการเยาวชนจิตอาสารุ่น 2 หวังคนรุ่นใหม่เรียนรู้วิถีชีวิตการพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นางจันทนี ธนรักษ์ รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการได้เปิดโครงการเยาวชนจิตอาสาเพื่อเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ รุ่นที่ 2 หลังจัดทำโครงการที่ 1 ไปเมื่อเร็วๆ นี้ โครงการนี้มุ่งให้เยาวชนได้เรียนรู้วิถีการพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เช่น การอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและระบบนิเวศ การทำฝายชะลอน้ำ การพัฒนาและปรับปรุงดิน การปลูกหญ้าแฝก การทำปุ๋ยหมัก ฯลฯ ซึ่งโครงการเยาวชนจิตอาสารุ่นที่ 1 พบว่าประสบผลสำเร็จผลักดันให้เยาวชนได้เรียนรู้วิถีการพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงจึงได้สานต่อโครงการเยาวชนจิตอาสารุ่นที่ 2 ขึ้นมา
นางจันทนี ธนรักษ์ รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ กล่าวว่า เป็นการดำเนินโครงการต่อเนื่องและเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยและเยาวชนต่างชาติที่มีจิตอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นรุ่นที่ 2 ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้สมัคร 294 คน ด้วยการให้ส่งบทความหัวข้อ "สิ่งที่ฉันอยากเรียนรู้จากงานของในหลวง" มีเยาวชนผ่านคัดเลือก 40 คน มีพื้นที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด และสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง
"โครงการนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้แนวพระราชดำริและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงได้ฝึกปฏิบัติงานจริงร่วมกับชุมชนรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้และสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้แนวพระราชดำริและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันและถ่ายทอดแก่เพื่อนเยาวชนได้" นางจันทนี กล่าว
ด้านนายปรีชา ส่งกิตติสุนทร ผู้ช่วยราชเลขาธิการ กล่าวว่า เยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจะมีโอกาสนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้แนวพระราชดำริและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปรับประยุกต์ใช้ในรูปแบบของการทำกิจกรรมจิตอาสาให้แก่ชุมชนที่ตนเองได้เข้าไปเรียนรู้ฝึกปฏิบัติ
สำหรับรูปแบบการเรียนรู้เยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกจะถูกแบ่งกลุ่มให้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในชุมชนซึ่งจะทำหน้าที่เป็น “พ่อครู แม่ครู” จากตัวแทนครอบครัวเกษตรกร 8 ครอบครัวจาก 8 ชุมชนโดยจะทำหน้าที่เสมือนพ่อแม่และครูอาจารย์ที่ให้ทั้งการดูแลและการสั่งสอนให้รู้ซึ้งถึงวิถีการพึ่งพาตนเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ระหว่างนี้เยาวชนจะได้รับการอบรมให้เข้าใจถึงกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม



