
ค่ายมือถือเสริมทัพเครือข่ายเปิดบริการพิเศษเอาใจลูกค้า
ค่ายมือถือเสริมทัพเครือข่ายเปิดบริการพิเศษเอาใจลูกค้า
หนึ่งในธุรกิจที่ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างเทศกาลสงกรานต์ คงหนีไม่พ้นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพราะไม่ว่าผู้คนจะเดินทางไปไหน อยู่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ต่างก็ต้องใช้มือถือในการสื่อสาร ยิ่งปัจจุบันสังคมออนไลน์กำลังฮิตติดลม แน่นอนว่า "อินเทอร์เน็ต" จะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนยุคใหม่ที่ล้วนต้องโพสต์รูปภาพ แชร์ข้อมูล หรือแม้แต่เล่นเกมต่างๆ ทำให้ค่ายมือถือทั้ง ดีแทค, เอไอเอส และทรูมูฟ ต่างระดมความพร้อมรับมือการใช้งานช่วงดังกล่าว แม้ที่ผ่านๆ มา ช่วงสงกรานต์การใช้งานโทรศัพท์มือถือจะไม่คึกคักเหมือนเทศกาลอื่นๆ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือกับน้ำ ไม่ใช่ของคู่กัน แต่ปัจจุบันก็เริ่มมีผู้ผลิตบางค่ายพยายามผลิตโทรศัพท์ที่ป้องกันน้ำได้มากขึ้น
นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคเตรียมความพร้อมขยายช่องสัญญาณด้วยการเสริมรถโมบาย พร้อมปรับพารามิเตอร์ในบริเวณจัดงานยอดนิยมและบริเวณที่จะใช้งานหนาแน่นต่างๆ เช่น บริเวณจัดงานตรอกข้าวสาร สีลม สนามหลวง และบริเวณพื้นที่ขนส่ง คือ หัวลำโพง สถานีขนส่งหมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย
นอกจากนี้ เพิ่มบริการพิเศษดูแลลูกค้าสำหรับดีแทคคอลเซ็นเตอร์ รับแจ้งเหตุฉุกเฉินต่างๆ ลูกค้าโทรติดต่อคอลเซ็นเตอร์ 1678 จะพบทีมพนักงานรับแจ้งเหตุฉุกเฉินระหว่างเทศกาลสงกรานต์ และประสานงานให้อย่างเร่งด่วนผ่านเครือข่ายต่างๆ อาทิ เหตุฉุกเฉินทั่วไป เหตุเพลิงไหม้ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รับแจ้งเด็กหาย รวมทั้งให้ความช่วยเหลือคำแนะนำต่างๆ กรณีลูกค้าทำมือถือเปียกน้ำ หรือตกน้ำ
ด้านบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ระบุว่า บริษัทเตรียมจัดเต็มความพร้อมเครือข่ายเต็มที่ โดยจัดรถโมบายขยายเครือข่ายการใช้งานของลูกค้า ณ จุดที่การใช้งานหนาแน่น เช่น บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต และสายใต้ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ตั้งแต่ช่วงก่อนเดินทางท่องเที่ยวจนถึงวันเดินทางกลับ พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถเครือข่ายรองรับการใช้งานบริเวณเส้นทางหลักที่จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปยังภาคเหนือ, ภาคอีสาน, ภาคตะวันออกและภาคใต้ รวมไปถึงจุดจัดเทศกาลสงกรานต์ ทั้งเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยทีมงานวิศวกรทั่วประเทศเตรียมพร้อมประจำการ เพื่อแก้ปัญหาเครือข่ายได้ทันท่วงที รวมทั้งทีมเอไอเอส คอลเซ็นเตอร์ให้บริการ 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังเตรียมแอพพลิเคชั่นอุ่นใจ ใน AIS App ทั้งบนไอโอเอส และแอนดรอยด์ ให้ดูข้อมูลและขอความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทาง เช่น “AIS Guide&Go” ค้นหาสถานที่ฉุกเฉินรอบตัวได้ทันที ทั้งปั๊มน้ำมัน สถานีตำรวจ หรือโรงพยาบาล พร้อมเสียงบอกนำทาง ใช้งานได้แบบออฟไลน์ ไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต ดาวน์โหลดใช้บริการผ่าน AIS App Store หรือกด *900 โทรออก หรือไปที่ wap.mobilelife.co.th/sos
ส่วนค่ายทรูร่วมสร้างสีสันต้อนรับปีใหม่ไทยกับแคมเปญ “Splash of Joy สาดความสุข สนุกด้วยกัน วันสงกรานต์” ด้วยของที่ระลึกสุดเก๋ อาทิ ซองกันน้ำพร้อมที่เสียบหูฟัง, ชุดน้ำอบไทย รวมถึงกิจกรรมสรงน้ำพระ ณ ทรู ช็อป 8 สาขา เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 4, สยามพารากอน เมกา บางนา และเซ็นทรัลหาดใหญ่
พร้อมจัด True Splash Gang ออกไปบริการเติมน้ำ เติมความสุขด้วยกิจกรรมหลากหลายและของที่ระลึกมากมาย ตามจุดสาดน้ำสุดฮอตของกรุงเทพฯ รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.truecorp.co.th/songkran
ลูกค้าที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Sticgo แล้วแต่งรูปด้วยสติกเกอร์จากเซต TrueMove H Songkran และแชร์ผ่านอินสตาแกรม โดยแฮชแท็ก #TrueMoveH #sticgo นำมาแสดงที่ทรูช็อป 5 สาขาในกรุงเทพฯ รับทันที “True Survival Kit” ประกอบด้วย แว่นกันน้ำ ผ้าเช็ดหน้า และเป้กันน้ำ ตั้งแต่ 11-16 เมษายน 2557
นอกจากนี้ หน่วยวิจัยสารสนเทศ การสื่อสารและการคำนวณ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น "SafeMate" บนแอนดรอยด์ และไอโอเอส ช่วยรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสำหรับคนขับรถทั่วไปและรถสาธารณะ พร้อมใช้งานช่วงสงกรานต์ หวังใช้เป็นเครื่องมือให้ผู้ขับขี่ นำไปใช้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น คนทั่วโลกสามารถนำไปใช้งานได้ ซึ่งผู้สนใจดาวน์โหลดที่ Google play และ App Store เพื่อช่วยรณรงค์ความปลอดภัยช่วงวันหยุดยาว
ทริปแอดไวเซอร์โชว์สำรวจเที่ยวสงกรานต์กรุงเทพฯจ่ายต่ำสุด
เป็นเวลานับศตวรรษที่เทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ของไทย ถือเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับขับสู้ และเป็นสิ่งช่วยสืบสานความรักใคร่กลมเกลียวอันนำมาซึ่งความแข็งแกร่งของชุมชน อีกทั้งเทศกาลสงกรานต์เป็นเครื่องหมายของการสิ้นสุดฤดูหนาว ชาวไทยแต่โบราณจึงถือโอกาสนี้ในการใช้น้ำเป็นสัญลักษณ์ในการชำระล้างสิ่งต่างๆ เพื่อนำมาซึ่งโชคและความรุ่งเรืองในปีใหม่ ทุกวันนี้การเล่นสาดน้ำสงกรานต์กลายเป็นกิจกรรมเด่นของเทศกาลนี้ โดยมีทั้งผู้คนในท้องที่และนักท่องเที่ยวใช้ขันและถังน้ำหรือปืนฉีดน้ำเพื่อเล่นสาดน้ำสงกรานต์
ทริปอินเด็กซ์สงกรานต์ โดยทริปแอดไวเซอร์ ได้ทำการสำรวจเพื่อเปรียบเทียบราคาค่าใช้จ่ายโดยรวมต่อหนึ่งคนสำหรับการเข้าพักที่โรงแรมระดับ 4-4.5 ดาว อาหารหนึ่งมื้อ ซึ่งประกอบด้วยอาหารจานหลักหนึ่งจานและเบียร์หนึ่งขวด ปืนฉีดน้ำและถังน้ำสำหรับร่วมเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ค่าโดยสารรถแท็กซี่เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร และค่านวดเท้า 1 ชั่วโมง โดยราคาที่ใช้เปรียบเทียบนี้เป็นราคาที่สำรวจในช่วงวันที่ 25 มีนาคม-2 เมษายน 2557
"จีน โอ-ยอง" ตัวแทนทริปแอดไวเซอร์ ให้ความเห็นว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงวันหยุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ทำให้คนที่ทำงานในกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด หรือไปท่องเที่ยวยังที่ต่างๆ ในประเทศ ทริปอินเด็กซ์สงกรานต์ ช่วยให้นักเดินทางชาวไทยสามารถระบุได้ว่าจะสามารถเดินทางไปที่ใดบ้างด้วยงบที่มีอยู่ การสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์เมื่อเปรียบเทียบกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทาง เช่น เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต
ทั้งนี้ กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดสำหรับการออกไปฉลองเทศกาลสงกรานต์และพักค้างคืนหนึ่งคืน โดยมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดที่อ้างอิงจากทริปอินเด็กซ์อยู่ที่ 3,357.53 บาท ส่วนภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในช่วงสงกรานต์ คือ มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดที่อ้างอิงจากทริปอินเด็กซ์อยู่ที่ 5,154.06 บาท โดยราคาค่าโรงแรมที่พักทำให้ราคาสูงขึ้น แต่ความต่างที่เห็นชัดที่สุดอยู่ที่ค่านวดเท้า อัตราค่าห้องพักโดยเฉลี่ยที่ถูกที่สุด เป็นโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่ราคา 2,684.22 บาท ในขณะที่อัตราค่าห้องพักโดยเฉลี่ยที่แพงที่สุด ซึ่งคิดเป็นเกือบสองเท่าของอัตราเฉลี่ยในกรุงเทพฯ นั้น เป็นโรงแรมในภูเก็ตที่ราคา 4,438.72 บาท
แม้ว่าราคาค่าห้องพักจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อราคาโดยรวมทั้งหมดที่อ้างอิงจากทริปอินเด็กซ์ แต่ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ราคาโดยรวมมีความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ ค่านวดเท้าและค่าอาหารจานหลัก โดยราคาค่านวดเท้าในเชียงใหม่อยู่ที่ 200 บาท แต่ราคาในพัทยาอยู่ที่ 366.67 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าเกือบสองเท่า ส่วนราคาค่าผัดไทยในภูเก็ตอยู่ที่ 176.67 บาท สูงกว่าราคาในกรุงเทพฯ (76.67 บาท) มากกว่าสองเท่า ทำให้ราคาค่าอาหารจานหลักเป็นปัจจัยอันดับสองที่ส่งผลต่อความแตกต่างด้านค่าใช้จ่ายในแต่ละจุดหมายปลายทาง



