
สินค้าเกาะกระแสสงกรานต์จัดหนักกระตุ้นกำลังซื้อ
สินค้าเกาะกระแสสงกรานต์ จัดหนักแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ
ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยังอึมครึมและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้มีการคาดการณ์ว่าบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยจะไม่คึกคักเช่นหลายปีที่ผ่านมา โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 116,800 ล้านบาท ขยายตัว 2.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 ปี นับจากปี 2554 ที่อัตราการขยายตัวจะอยู่ระหว่าง 7-10% และจากการสำรวจยังพบว่าประชาชนมีการระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ประชาชนบางส่วนได้นำเงินออมและเงินกู้มาใช้ในการเดินทางมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการแล้วในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็ยังถือเป็นช่วง "เทศกาลขาย" แม้ประเมินว่ากำลังซื้อจะไม่คึกคักเช่นในภาวะเศรษฐกิจและการเมืองปกติ จึงมีการอัดแคมเปญต่างๆ ออกมารับเทศกาลกันทั่วหน้า ไม่ว่าจะ ห้างสรรพสินค้า ค่ายมือถือ สินค้าอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่เว้นแม้แต่สถาบันการเงินก็ยังเกาะกระแสออกแคมเปญเงินฝากในช่วงเทศกาลนี้ด้วยเช่นกัน
แบ่งกลุ่มลูกค้าเพิ่มโอกาสทางการตลาด
ดร.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การกระตุ้นยอดขายช่วงสงกรานต์ไม่ยากอย่างที่คิด หากธุรกิจแบ่งกลุ่มลูกค้าให้ชัด แล้วปล่อยมัดเด็ดทั้งแคมเปญหรือโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย เพราะการทำตลาดแบบหว่านแห เอาทุกกลุ่ม อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งอย่าลืมว่าในสถานการณ์เช่นนี้ลูกค้าควักเงินยากขึ้น คิดเยอะกว่าเดิม แถมคู่แข่งก็สู้ยิบตาเพื่อรักษายอดขายของตัวเอง ดังนั้น ยิ่งแบ่งกลุ่มลูกค้าชัดเจนมากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการขายสินค้ามากขึ้นเท่านั้น เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความต้องการ ความสนใจ ไลฟ์ไตล์ที่แตกต่างกัน
ทั้งนี้ หากใช้เกณฑ์ประชากรศาสตร์และภูมิศาสตร์แบ่งกลุ่มลูกค้าในช่วงสงกรานต์ แบ่งได้ 2 กลุ่มหลัก คือ คนกรุงเทพฯ กับคนต่างจังหวัด แต่เท่านั้นไม่เพียงพอ คนสองกลุ่มนี้สามารถซอยย่อยลงไปได้อีก 1.คนกรุงเทพฯ ที่พร้อมใจอยู่เฝ้าเมืองหลวง ไม่ออกไปเที่ยวค้างคืนต่างจังหวัด 2.คนกรุงเทพฯ ที่ออกไปเที่ยวใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัด 3.คนกรุงเทพฯ ที่ไปทำงานต่างจังหวัดแล้วกลับมาใช้ชีวิตคนกรุงในช่วงวันหยุดยาว 4.คนต่างจังหวัดที่ใช้เวลาช่วงวันหยุดกับครอบครัว ไม่ไปตะลอนค้างคืนที่ไหน 5.คนต่างจังหวัดที่เข้ามาเที่ยวหรือช็อปปิ้งในกรุงเทพฯ เมื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าชัดเจนเมื่อไหร่ ก็ถึงคราวที่ธุรกิจต้องย้อนมองดูตัวเองว่า กิจการที่ทำอยู่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มไหน เอาให้ชัดๆ ไปเลยสักกลุ่ม
ธุรกิจดาวรุ่ง ช่วงสงกรานต์
สำหรับธุรกิจทำเงินช่วงสงกรานต์ที่ตอบสนองลูกค้าทั้ง 5 กลุ่มคงหนีไม่พ้นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ ประกอบด้วย ดีแทค เอไอเอส ทรูมูฟเอช เพราะไม่ว่าประชาชนจะอยู่ที่ไหน กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด เยี่ยมบ้านเกิดหรือมาท่องเที่ยวต่างก็ต้องใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อคุย ส่งข้อความหากันอยู่ดี โดยไม่ลืมเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไวไฟ และ 3 จี ดาวน์โหลดโปรแกรม ติดตั้งแอพพลิเคชั่น โพสต์รูปภาพ แชร์ข้อมูล หรือเล่นคุกกี้รัน นอกจากนี้ เจ้าของค่ายมือถือยังได้อานิสงส์รายได้จากตู้เติมเงินออนไลน์ที่ประสานผลประโยชน์ให้ทั้งผู้ขาย ผู้ซื้อ และเจ้าของเครือข่ายบัตรเติมเงินทั้ง 3 ค่ายอย่างลงตัว เรียกว่าลอยลำรับทรัพย์กันเลยทีเดียว
ขณะที่ธุรกิจพลังงานที่ใช้ในภาคคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะค่ายน้ำมันชื่อดังอย่าง ปตท., บางจาก, เชลล์, คาลเท็กซ์, เอสโซ่ ซึ่งรวมไปถึงเจ้าของสถานีบริการก๊าซธรรมชาติแอลพีจี และเอ็นจีวี ก็ยิ้มรับยอดขายแบบไม่ต้องลงทุนลงแรงมากเช่นกัน เพราะวันหยุดยาวคงไม่มีใครอยู่บ้านซาบซึ้งกับบรรยากาศโดยที่ไม่ออกไปไหนเลย
ส่วนดาวรุ่งสุดท้ายคงหนีไม่พ้นเรื่องปากเรื่องท้อง ธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า เพราะช่วงสงกรานต์ ร้านอาหารข้างนอกส่วนใหญ่ปิดกิจการชั่วคราว ลูกจ้างกลับบ้านเกิด เจ้าของร้านพักเหนื่อย อย่างไรก็ตาม ถ้าลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจคือคนเมืองที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แถมไม่ค่อยชอบออกไปเที่ยวไหน ติดบ้าน คนกลุ่มนี้จะนิยมซื้อ "อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน" (Ready-to-eat) ทั้งแบบแช่แข็ง (Frozen Food) และแช่เย็น (Chilled Food) เช่น ข้าวผัดกะเพราขี้เมาหมู ข้าวกะเพรากุ้ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัด ข้าวไก่กระเทียม มาตุนในตู้เย็น
นอกจากนี้ ธุรกิจดาวรุ่งที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากรุงเทพฯ และต่างจังหวัดยังครอบคลุมถึงธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมบริการติดตั้ง จำพวกเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ จานดาวเทียม เพราะช่วงวันหยุดยาว หลายบ้านจะมีเวลาซื้อสินค้า นัดช่าง ดูความเรียบร้อยขณะติดตั้งอย่างเต็มที่
ส่วนธุรกิจท่องเที่ยว ประเภทโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ในต่างจังหวัด แน่นอนว่าต้องเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงเช่นกัน โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวรับลมร้อนอย่างทะเลหรือน้ำตกที่กระจายตามภูมิภาคต่างๆ คงคลาคล่ำด้วยคนพื้นที่และคนต่างถิ่น ดังนั้น ธุรกิจต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพ ความสะอาด ความเหมาะสมของราคา การบริการประทับใจ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลับซื้อหรือใช้บริการอีก
ดร.บุปผากล่าวด้วยว่า ไม่ว่าธุรกิจไหนจะพุ่งแรงหรือพุ่งน้อยในช่วงสงกรานต์ นอกจากการจัดแคมเปญ อัดโปรโมชั่น และสื่อสารให้รับรู้ทั่วกัน สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ การสร้างความประทับใจในทุกจุดที่ลูกค้าได้รู้จักกับธุรกิจ เพราะความประทับใจจะนำไปสู่ความภักดี พร้อมบอกเล่าเรื่องราวดีๆ นั้นไปสู่คนอื่น และอย่าลืมว่าในยุคสื่อออนไลน์ครองเมืองลูกค้าไม่ปล่อยให้เรื่องราวไม่ดีลอยนวลเด็ดขาด การแชร์ข้อมูลและโพสต์รูปภาพเพื่อทำลายชื่อเสียงธุรกิจทำง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เหมือนน้ำกรดที่รดวันสงกรานต์ ฉะนั้น ธุรกิจต้องวางแผนและใส่ใจในทุกจุดสัมผัสแห่งประสบการณ์ เพื่อให้ความประทับใจนั้นกลายเป็น น้ำเย็นชุ่มฉ่ำฉลองรับวันสงกรานต์ที่จะมาถึงอีกไม่กี่วันนี้
ห้างจัดหนักดึงลดราคากระตุ้นยอด
นายชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ลูกค้าที่ไม่ได้เดินทางกลับต่างจังหวัด หรือมีภูมิลำเนากรุงเทพฯ ที่ไม่ได้เดินทาง น่าจะยังคงเลือกห้างสรรพสินค้าเป็นสถานที่ในการทำกิจกรรมกับครอบครัว โดยเฉพาะการรับประทานอาหารกับครอบครัว ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมสำหรับวันครอบครัวในวันสำคัญ ซึ่งภาพโดยรวมคาดว่าน่าจะมีลูกค้าเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติ 10-15% ในขณะที่การจัดกิจกรรมของภาครัฐ และเอกชนอีกหลายหน่วยงาน น่าจะช่วยสร้างบรรยากาศวันขึ้นปีใหม่ไทยให้เป็นช่วงที่มีความคึกคักได้อีกช่วงเวลาหนึ่ง คาดว่าจากการจัดแคมเปญและกิจกรรมในช่วงสงกรานต์ เดอะมอลล์ ทุกสาขาน่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้จัดเซลครั้งใหญ่ลดราคาสินค้าทุกกลุ่มสินค้าภายในห้างสรรพสินค้า นำสินค้าหลากหลายจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ มาลดราคาตั้งแต่ โดยใช้ชื่อว่า The Mall Summer Goes Pop สำหรับห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา และเอ็มโพเรียม-พารากอน ใช้ชื่อ Emporium-Paragon Summer Goes Peak เริ่มลดราคาตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา ถึง 16 เมษายนนี้
"แคมเปญนี้เป็นแคมเปญเพิ่มเติมสำหรับซัมเมอร์ครั้งนี้โดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าช็อปปิ้งได้คุ้มค่าที่สุด โดยนอกจากเซลสินค้าแล้วยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรสมาชิกบัตรเอ็มการ์ด ที่สามารถลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้คะแนนเท่ายอดซื้อ และสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตชั้นนำ รับส่วนลดเพิ่ม เงินคืน คะแนนสะสมสูงสุด 20%" นายชำนาญกล่าว
สำหรับกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดอะมอลล์ ทุกสาขาจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 เมษายนนี้ ภายใต้แนวคิด “Color Summer Splash” มี 2 กิจกรรมหลัก โดยกิจกรรมแรกจัดขึ้นที่เดอะมอลล์ ทุกสาขา เป็นการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทยคือ การทำบุญ สรงน้ำพระ และกิจกรรมรื่นเริง ที่มีเดอะมอลล์ บางแค เป็นแลนมาร์คในการจัดกิจกรรมสงกรานต์ โดยบริเวณลานด้านหน้ามีการจำลองอุโมงค์น้ำแวดล้อมด้วย “ประติมากรรมน้ำ” หลากหลายรูปแบบ พร้อมจุดถ่ายภาพประทับใจ และกิจกรรมรื่นเริงหลากหลายรูปแบบ เช่น มินิคอนเสิร์ต, ตลกหน้าม่าน, ดนตรีและร่วมรับประทานอาหารที่ร้านอาหารชั้นนำ เป็นต้น
แบงก์-ประกันร่วมอิงกระแส
นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (จำกัด) มหาชน เปิดเผยว่า ในเดือนเมษายนนี้ ธนาคารจัดแคมเปญ “ชุ่มฉ่ำ ซัมเมอร์” ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ โดยส่งมอบผลิตภัณฑ์การเงินที่หลากหลายครอบคลุมความต้องการของคนทุกวัยในครอบครัว เริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลต์คือ บัญชีเงินฝากประจำซีเนียร์ 12 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.25% ต่อปี สำหรับผู้สูงอายุ อายุ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ได้รับสิทธิประโยชน์คือไม่ต้องเสียภาษี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท สูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาท
พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการออมให้บุตรหลาน ซึ่งธนาคารมีเงินออมสำหรับเด็ก บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ซีไอเอ็มบี ไทย จูเนียร์ เซฟเวอร์ บัญชีออมทรัพย์อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1% ต่อปี สำหรับเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึงอายุ 15 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่เปิดบัญชี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 500 บาท ถอนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง พร้อมรับฟรี ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล สำหรับบิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครอง หรือผู้รับบุตรบุญธรรม วงเงินความคุ้มครอง 10 เท่าของยอดเงินฝาก สูงสุดถึง 1 ล้านบาท ตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วโลก
นายอดิศรกล่าวว่า ช่วงสงกรานต์และหน้าร้อนเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว การเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อกลับไปเยี่ยมบ้านหรือเพื่อท่องเที่ยว จึงขอแนะนำบัตร ATM PA เจ็บไม่ต้องจ่าย ที่ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษา พยาบาลก่อนเมื่อเข้ารักษาที่โรงพยาบาลคู่สัญญากว่า 300 แห่งทั่วประเทศ อีกทั้งยังชดเชยรายได้ในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกรณีอุบัติเหตุ สูงสุดถึง 365 วัน ขณะเดียวกัน ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ซีไอเอ็มบี ไทย เจ็บรถจ่าย คุ้มครองทั้งรถ คุ้มครองทั้งคน ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรกอีกด้วย
“ทุกผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารนำเสนอในเดือนเมษายนนี้ ธนาคารเล็งเห็นแล้วว่าจะช่วยตอบโจทย์ความสุขและความต้องการทางการเงินสำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ วัยเด็ก และผู้ที่อยู่ในวัยของการสร้างครอบครัวที่ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการสร้างหลักประกันที่มั่นคงของคนในบ้าน ทั้งเงินออม เงินใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ประกันชีวิต สุขภาพ และประกันรถยนต์” นายอดิศร กล่าว
ขณะที่บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ส่งโครงการ "P.A. สงกรานต์ หรรษา” มาตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าในเทศกาลวันสงกรานต์ คุ้มครองเพื่อสร้างอุ่นใจในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวหรือการเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสาธารณะสูงสุด 2 ล้านบาทและค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุสูงสุด 1 แสนบาทต่อครั้ง (ในกรณีเลือกแผนความคุ้มครอง แผน 3) โดยไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่าย หากเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลคู่สัญญา



