
สงกรานต์อีกแล้วครับ
สงกรานต์อีกแล้วครับ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล
คำถามหนึ่งซึ่งเรามักจะได้ยินกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็คือ ทำไมสงกรานต์ในเมืองไทยจึงผิดเพี้ยนไปจากเดิม? และความผิดเพี้ยนเหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?
ก่อนอื่นเราก็ต้องมองย้อนไปถึงความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์ สันนิษฐานว่ามีที่มาจากเทศกาล “โฮลี่ เฟสติวัล” หรือการบูชาพระเจ้าของอินเดีย ซึ่งมีขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 อันเป็นวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ และสิ้นสุดของฤดูหนาว คนอินเดียจึงเฉลิมฉลองวันนี้ด้วยการนำสีต่างๆ ซึ่งได้จากธรรมชาติ มาโปรยปรายและสาดใส่กันเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสุขและความสดใสของฤดูกาลใหม่
ไทย และประเทศอื่นๆ ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง เช่น ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม และจีนตอนใต้ คงจะได้รับวัฒนธรรมนี้มาจากอินเดีย สอดคล้องกับเทศกาลปีใหม่ของคนในบริเวณนี้ถือวันปีใหม่ตามสุริยะคติ คือวันที่ 13-15 เมษายน แต่ปรับให้เข้ากับภูมิประเทศซึ่งใกล้ชิดกับสายน้ำ และภูมิอากาศในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัด จึงเปลี่ยนจากการสาดสีมาเป็นการสรงน้ำเพื่อขอพรจากพระภิกษุและผู้หลักผู้ใหญ่ กับการสาดน้ำในหมู่เพื่อนฝูงเพื่ออวยพรแก่กัน
ประเพณีสงกรานต์หรือ “วอเตอร์ เฟสติวัล” นับเป็นประเพณีเก่าแก่ของคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหนือแหลมมลายูที่สืบทอดกันมา จนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นเทศกาลสำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ หลังจากที่ประเทศไทยดำเนินนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมื่อประมาณ 60 ปีที่ผ่านมา เทศกาลสงกรานต์ได้ถูกบรรจุไว้ในโปรแกรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวมาโดยตลอด
ความผิดเพี้ยนของสงกรานต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ ๆ น่าจะเกิดขึ้นในช่วงการพัฒนาเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดความต้องการแรงงานของภาคอุตสาหกรรม และบริการ ทำให้คนในชนบทละทิ้งถิ่นฐาน หลั่งไหลเข้ามาทำงานในตัวเมือง ก่อให้ความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของสังคม และวิถีชีวิตของคนไทย ทำให้วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ รางเลือนไป
หรือถูกปรับเปลี่ยนตามความต้องการของตน มากกว่าจะคำนึงถึงการรักษาไว้อย่างเคร่งครัด ดังนั้น ภาพของสงกรานต์ในตัวเมืองใหญ่ๆ จึงเป็นการนำโอ่ง หรือถังน้ำขนาดใหญ่ ใส่รถกระบะ แล้วแล่นไปสาดคนที่อยู่ริมทาง บางครั้งก็สนุกเกินขอบเขตถึงขั้นนำแป้ง สี หรือของเหม็น ผสมลงในน้ำเพื่อสาดใส่คนอื่น และการแต่งกายก็ถูกเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ จากชุดไทยหรือชุดที่สวยงาม เหลือเพียงกางเกงขาสั้น กับเสื้อกล้าม บางครั้งก็เห็นผู้ชายนุ่งกางเกงในตัวเดียวเสียด้วยซ้ำ
สิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างหนึ่งของสงกรานต์ในปัจจุบันก็คือเหล้า คนที่เล่นสงกรานต์ส่วนหนึ่งจะนิยมดื่มเหล้าจนเมามายทำให้ขาดสติและความยับยั้งชั่งใจ จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆ รวมทั้งการลวนลามและล่วงเกินสตรี หรือการทะเลาะวิวาท แทนที่จะได้ยินเสียงอวยพรส่งความสุขแก่กัน ก็จะกลายเป็นเสียงด่าทอและผรุสวาทใส่กัน
การที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศนิยมมาเที่ยวเมืองไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องดี เพราะนอกจากจะนำเงินมาจับจ่ายใช้สอยในบ้านเราแล้ว ก็ยังเป็นโอกาสให้เขาได้สัมผัสประเพณีที่ดีของไทย แต่น่าเสียดายที่เราปล่อยปละละเลยให้คนไทยเล่นสงกรานต์กันเกินขอบเขตยังไม่พอ ยังปล่อยให้นักท่องเที่ยวสนุกสนานกับสงกรานต์จนเกินขอบเขต และล้ำเส้นของความเหมาะควร พูดก็พูดเถอะครับ ไม่มีประเทศไหนในโลกเขาปล่อยให้นักท่องเที่ยวทำอะไรตามใจชอบ โดยเฉพาะการกระทำที่ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีเท่าเมืองไทย จะโดยที่คนไทยเป็นคนที่มีจิตใจดีเป็นมิตรกับต่างชาติ หรือความเกรงอกเกรงใจนักท่องเที่ยวก็ตาม รวมทั้งการกระทำของคนไทยเราเองด้วย ทำให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์เมืองไทยในบางจุด จึงอุจาดบาดตายิ่งขึ้นทุกที สงกรานต์ในย่านที่นักท่องเที่ยวไปพักหรือเที่ยวกันหนาแน่น จึงกลายเป็นเทศกาลของ “โคโยตี้และขี้เมา” มากกว่าเทศกาลที่มีคุณค่าอันดีงาม
ถ้าถามว่าในประเทศอื่น อย่าง ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม และจีนตอนใต้ เขาสามารถรักษาประเพณีสงกรานต์และประเพณีอื่นๆ ไว้ได้อย่างไร คำตอบก็คือเขาไม่ยอมให้คนของเขาหรือนักท่องเที่ยวทำอะไรที่ผิดๆ เพี้ยนๆ ครับ



