ข่าว

'ปชป.'ปูด'โกตี๋'ซุกผู้มากบารมีอีสาน

'ปชป.'ปูด'โกตี๋'ซุกผู้มากบารมีอีสาน

13 เม.ย. 2557

'ปชป.' ปูด 'โกตี๋' ซุกปีกผู้มากบารมีทางอีสาน จวก 'ชัยเกษม' รู้อนาคต 'ปู' ถูกฟันพ้นเก้าอี้ ขอของขวัญให้คนไทย วอน 'แม้ว' หยุดทำลายปท.

 
                         13 เม.ย. 57  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานข่าวล่าสุด เกี่ยวกับนายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ว่ายังอยู่ภายในประเทศไทย แต่อยู่ภายใต้ผู้มีบารมีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้พิสูจน์ตัวเอง ว่าจะก้มหัวให้กับการเมืองหรือมวลชนข้างถนน หรือจะแสดงบทบาทการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พิทักษ์สถาบัน เพราะถ้าตำรวจออกแรงอย่างเต็มที่ เชื่อว่าจะสามารถดำเนินคดีกับนายโกตี๋ และนายเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ได้อย่างแน่นอน
 
                         โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปถามนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถึงแผนล้มเจ้า เนื่องจากนายธาริต มีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี เพราะอยากให้ใช้คดีนายโกตี๋ เป็นจุดเริ่มต้นของการรื้อฟื้นผังล้มเจ้า เนื่องจากเห็นความเชื่อมโยงของกลุ่มต่างๆ อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก กรณีนี้ก็จะเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ทำให้ความขัดแย้งยังคงอยู่ในประเทศ
 
                         ด้านนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เชื่อว่าขณะนี้นายโกตี๋ จะเห็นสัจธรรมแล้ว ว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร เพราะไม่ได้อยู่ในข่ายเสร็จนาฆ่าโคศึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล แต่เหมือนถูกตัดหางปล่อยวัด เนื่องจากนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ออกมาระบุแล้วว่า หากคลิปดังกล่าวนายโกตี๋ พูดจริง ก็ต้องรับผิดชอบเอง ดังนั้น จึงอยากฝากไปยังกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ถ้าพลาดวันใดก็จะโดนเหมือนนายโกตี๋ แต่หากสมประโยชน์ก็จะได้รับทรัพย์สิน เงินทอง และตำแหน่ง ดังนั้น ขอฝากไปยังพรรคเพื่อไทย หากสนับสนุนการปกป้องสถาบันจริง ก็ขอให้ช่วยกันแจ้งเบาะแสที่หลบซ่อนของนายโกตี๋ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย  
 
 
 
 
จวก 'ชัยเกษม' รู้อนาคต 'ยิ่งลักษณ์' ถูกฟันพ้นเก้าอี้
 
 
                         นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม เตรียมเสนอขอให้รัฐบาลใช้มาตรา 7 ในการทูลเกล้าฯถวาย เพื่อขอพระราชวินิจฉัยแนวทางการแก้ปัญหา หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นสภาพจากความเป็นรัฐมนตรีว่า พรรคเห็นว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทุกฝ่ายควรต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคตั้งข้อสังเกตและตีความได้ว่า นายชัยเกษม อาจรู้อนาคตของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงพยายามที่จะออกมาพูดดักคอล่วงหน้า ทั้งที่เป็นเรื่องระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และไม่ควรอย่างยิ่ง
 
 
 
 
ขอของขวัญให้คนไทย วอน 'แม้ว' หยุดทำลายปท.
 
 
                         นายชวนนท์ แถลงว่า จากการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา คิดว่าถึงเวลาที่คนไทย ควรจะได้เรียกร้องและขอของขวัญจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ได้อะไรจากประเทศไทยไปเป็นจำนวนมาก ทั้งชื่อเสียง ทรัพย์สิน และเงินทอง ประการสำคัญที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุออกมา เป็นการสะท้อนตัวตน และรากเหง้าของปัญหาในประเทศในปัจจุบัน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทย กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ระเบียบไม่เป็นระเบียบ จนเกิดความวุ่นวาย แต่ในข้อเท็จจริงตนเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยตั้งแต่ ปี 2548-2557 กฎหมายของประเทศไทยมีปัญหา เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ยอมรับกฎหมาย เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวมีพฤติกรรมในการที่จะเลือกกฎหมาย เฉพาะที่ตัวเองได้ประโยชน์ จึงแปลกใจว่าเหตุใด พ.ต.ท.ทักษิณ พูดเรื่องนี้ออกมาได้
 
                         "พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว คือ สาเหตุที่ทำให้กฎหมายไทยไม่เป็นกฎหมาย เป็นตัวทำลายกฎหมาย ทำให้ระบบนิติรัฐถูกย่ำยีมาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครในแผ่นดินดินนี้ทำได้แบบนี้มาก่อน ที่น่าเสียใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า เป็นห่วงว่าจะมีการปลุกระดมจนมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ผมฟังแล้วน้ำตาจะไหล เพราะไม่ควรอ้างเรื่องอื่น แต่ขอให้ทบทวนพฤติกรรมของตัวเอง เพราะประเทศไทยขณะนี้ มีขบวนการในการลดความน่าเชื่อถือ จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้จะกล้ามาทำไม่มีการสนับสนุน และการที่อ้างถึงประเทศราวันดานั้น กำลังจะสื่อความหมายว่า ถ้ากฎหมายไทยยังไม่ยอมก้มหัวให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ประเทศไทยจะเป็นอย่างราวันดา คือ พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งให้มีสงครามกลางเมือง ผมอยากขอของขวัญให้คนไทยจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าหยุดทำลายประเทศไทย และสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคารพกฎหมาย แค่นี้ประเทศไทยก็สงบแล้ว"
 
 
 
 
ประณามมือมืดปาหินใส่บ้าน 'มาร์ค'
 
 
                         นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีเหตุปาก้อนหินที่ป้อมยามหน้าบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 เมื่อเช้าวันที่ 12 เม.ย.ว่า เป็นการคุกคามคนที่เห็นต่างอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลา 5 เดือนมีผู้เสียชีวิตเกือบ 30 ศพ แต่ก็ยังไม่สามารถตามจับกุมใครได้เลย คนร้ายยังลอยนวล ดังนั้นอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำงานให้มากกว่านี้ เร่งหาคนทำผิดมาลงโทษให้ได้
 
 
 
 
อัด 'เพื่อไทย' ดิสเครดิต 'องค์กรอิสระ'
 
 
                         นายจุฤทธิ์ แถลงว่ากรณีที่ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย พยายามออกมาทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระโดยเฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลุแก่อำนาจทั้งที่ความเป็นจริงพฤติกรรมดังกล่าวเป็นของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยมากกว่า โดยตลอดระยะเวลาที่เป็นรัฐบาลนั้น พรรคเพื่อไทยได้ลุแก่อำนาจ จนเป็นสาเหตุที่มาของคดีในป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ เป็นจำนวนมาก 
 
                         ทั้งนี้ประกอบด้วย 1. โครงการรับจำนำข้าว ที่นำไปสู่การขาดทุน เกิดการทุจริต ชาวนาต้องเสียชีวิต มากเป็นประวัติศาสตร์ 2. ใช้อำนาจแก้กฎหมายโดยไม่ฟังเสียงใคร โดยเฉพาะการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ 3. ใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อให้นายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศ ขณะเดียวศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ใช้งบประมาณนับหมื่นล้าน เพื่อดำเนินการแต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตประชาชนไว้ได้ เพราะขณะนี้ยังมีเหตุการณ์ระเบิดจนมีผู้เสียชีวิตแบบรายวัน และ 4. การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ ที่เป็นพรรคพวกตัวเองเพื่อผลตอบแทนทางการเมือง ไม่ได้ปรับย้ายตามตำแหน่งหน้าที่ หรือความสามารถแต่เป็นการปรับเพื่อตอบแทน เห็นตัวอย่างได้ชัดจากกรณีปรับโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี แบบไม่ชอบ
 
 
 
 
เตือนปลัดทุกกระทรวง อย่าก้มหัวให้นักการเมือง
 
 
                         นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) จะมีการเชิญปลัดกระทรวงต่างๆ เข้าไปรับฟัง แนวทางการปฏิบัติของ ศอ.รส.ในวันที่ 18 เม.ย.ว่า สืบทราบจากการประชุมของคณะทำงานของศอ.รส. พบว่าหลายฝ่ายมีความกังวล และไม่เห็นด้วยกับการที่นายธาริต และนายชัยเกษม มีแนวคิดที่จะให้ปลัดกระทรวง มาร่วมงานดังกล่าว เพราะจะเป็นการดูถูกข้าราชการระดับสูงที่ต้องมาก้มหัวให้อธิบดีอย่างนายธาริต
 
                         "ผมขอเรียกร้องไปยังปลัดกระทรวงทุกคน ว่าอย่าก้มหัวให้กับนักการเมืองและข้าราชการที่รับใช้นักการเมืองอย่างนายธาริต และขอร้องให้ข้าราชการทุกระดับชั้น ร่วมกันปกป้องศักดิ์ศรีของกระทรวงของคน ให้พ้นจากน้ำมือนักการเมืองและข้าราชการชั่วๆ บางกลุ่ม"
 
 
 
 
มุ่งเจาะฐานเสียงอีสาน เน้นกระจายอำนาจท้องถิ่น หวัง ส.ส.เพิ่ม 
 
 
                         คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคภาคอีสานและหัวหน้าคณะประสานมวลชนพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนและคณะทำงานลงพื้นที่ภาคอีสานในหลายจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนสนทนากับนักการเมืองท้องถิ่นหลายจังหวัด ในระดับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) , เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ถึงการแก้ปัญหาจากการที่มีกลุ่มบุคคลปลุกปั่น ปลุกระดมถึงขนาดตั้งกองกำลังขึ้นในภาคอีสาน อีกทั้งปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพื่อเก็บข้อมูลนำไปเป็นฐานข้อมูลในการปฏิรูปอีสานอย่างยั่งยืนต่อไป รวมถึงได้หารือเรื่องการกระจายและคืนอำนาจแก่ท้องถิ่นทั้งด้านโครงสร้างและงบประมาณด้วย
 
                         รองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน กล่าวว่า โดยสรุปเบื้องต้นพรรคยืนยัน ถึงจุดยืนนโยบายในการกระจายอำนาจและคืนอำนาจแก่ท้องถิ่น 5 ปฏิรูป คือ 1. ปฏิรูปโครงสร้างการนำงบประมาณถึงท้องถิ่นโดยตรงอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 2. ปฏิรูปกระจายงบประมาณ 35% ลงท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมตามรัฐธรรมนูญ 3. ปฏิรูปจัดโครงสร้างให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดตามความพร้อมในแต่ละจังหวัด 4. ปฏิรูปจัดตั้งในรูปแบบจังหวัดจัดการตนเอง และ 5. ปฏิรูปความเหลื่อมล้ำ การขาดแคลนทางทรัพยากรร่วมกับท้องถิ่น ในการบริหารจัดการน้ำชุมชนตามแนวทางพระราชดำริ (แก้มลิงพวง) ทั่วประเทศ
 
                         "มั่นใจว่าพรรคจะได้จำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะมีความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่นในพี่น้องเลือดอีสานว่า วันนี้คงเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศของเรา จากผลกระทบในนโยบายประชานิยมที่มุ่งแต่ผลประโยชน์ทางการเมือง ไร้ความยั่งยืน คณะทำงานฯ จะเดินสายเชิญชวนชาวอีสานมากอบกู้ประเทศด้วยกันอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อให้อีสานกลับมาร่มเย็นและไม่จน ไม่เจ็บ และเข้าถึงข้อมูล อยู่ร่วมกันอย่างไมตรี สามัคคีภายใต้พระบรมโพธิสมภาร"