
'เชื่อ-ไม่เชื่อ'สัญญาณ6ปิงๆกล่องดำ370
13 เม.ย. 2557
ปริศนา 'เชื่อ-ไม่เชื่อ' สัญญาณ 6 ปิงๆ กล่องดำเอ็มเอช 370
มีข่าวลือจาก "สื่อตะวันตก" หนังสือพิมพ์เดลี่สตาร์ของอังกฤษ รายงานว่า ผู้โดยสาร "เอ็มเอช 370" ทั้ง 227 คนยังมีชีวิตอยู่ เพราะเครื่องบินลำนี้ไปร่อนลงจอดที่ "อัฟกานิสถาน" โดยอ้างข้อมูลรายงานข่าวชิ้นนี้จากหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย เนื้อข่าวยังบอกด้วยว่า ผู้โดยสารเอ็มเอช370 ถูกแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม ทุกคนอยู่ในสภาพอดข้าวอดน้ำ แต่ยืนยันว่าทุกคนยังรอดชีวิตอยู่
หากรายงานข่าวนี้เป็นจริง เท่ากับว่าเครื่องบินลำนี้บินออกไปยังภาคพื้นทะเลด้านเหนือแถบคาซัคสถาน แถวๆ อิหร่าน ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ตรงกันข้ามกับจุดที่ออสเตรเลียและจีนกำลังพยายามค้นหาอยู่ในปัจจุบัน แต่จากการตรวจสอบพบว่า ข่าวนี้เป็นเพียงข่าวลือ มีแค่เดลี่สตาร์สำนักเดียวเท่านั้น ที่รายงานเรื่องนี้ ส่วนทางการมาเลเซียและออสเตรเลียยังไม่มีการแถลงข่าวที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับข้อมูลชุดนี้ ทำให้ข่าวที่ออกมาว่า "เอ็มเอช 370" ไปจอดอยู่ที่อัฟกานิสถานและผู้โดยสารทั้งหมดนั้นรอดชีวิต "ไม่น่าจะเป็นความจริง"
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียรายงานความคืบหน้าว่า เรือโอเชี่ยน ชิลด์ จับสัญญาณที่อาจมาจาก "เอ็มเอช 370" ได้อีก 1 ครั้ง เมื่อบวกกับสัญญาณที่เคยจับได้เมื่อวันที่ 5 เมษายน และวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองวันนี้จับได้วันละ 2 ครั้ง ทำให้เรือลำนี้จับสัญญาณ 5 ครั้งในรอบ 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีการกระชับพื้นที่ค้นหาให้เหลือเพียง 57,623 ตารางกิโลเมตร แคบกว่าขนาดเดิมที่ค้นหาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วถึง 10 เท่า
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 เมษายน เรือจีนที่ชื่อว่า "ไห่ซุน 01" ซึ่งเป็นเรือลำแรกที่ค้นพบสัญญาณปิงๆ สอดคล้องกับสัญญาณของกล่องดำ เพราะตอนนั้นสัญญาณมาที่คลื่น 37 กิโลเฮิร์ตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นเฉพาะของกล่องดำที่ตั้งไว้ ทำให้จีนค่อนข้างมั่นใจ ต่อมาในวันที่ 5 เมษายน ก็ค้นพบอีกครั้ง จนถึงวันนี้ยังไม่มีสัญญาณเพิ่มเติมจากเรือลำนี้ ขณะที่เรือของออสเตรเลีย "โอเชี่ยน ชิลด์" กลับพบสัญญาณปิงๆ ถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน ตอนนั้นพบ 2 ชั่วโมง ถัดมาวันที่ 6 เมษายน 13 นาที วันที่ 8 เมษายน พบ 2 ครั้ง คือ 5 นาที และ 7 นาที แต่ว่าคลื่นที่พบนั้นเป็น 33.3 กิโลเฮิร์ตซ์ ซึ่งมีความแตกต่างกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงของประเทศไทยอธิบายว่า พื้นที่ใต้ทะเลลึกมีหลายคลื่นเสียงซ้ำซ้อนหลายชนิด ทำให้มีความเป็นไปได้ที่คลื่นสัญญาณความถี่จากกล่องดำอาจเพี้ยนไปบ้าง
อย่างไรก็ตาม มีหลายคนตั้งข้อสงสัย ถึงความเป็นไปได้ว่า เสียงปิง ๆ ทั้ง 6 นั้น เป็นคลื่นเสียงจากกล่องดำที่กำลังเฝ้าค้นหาจริงๆ หรือไม่ ?
ขณะนี้ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม “เชื่อ” และ “ไม่เชื่อ” กลุ่มที่เชื่อค่อนข้างมั่นใจว่าคลื่นที่พบเป็นคลื่นที่สอดคล้องกับกล่องดำ เนื่องจากเรือ "โอเชี่ยน ชิลด์” เป็นเรือที่ทันสมัยที่สุดของออสเตรเลีย ใช้ปฏิบัติการครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีอุปกรณ์ไฮเทคทันสมัยมากมาย โดยเรือของออสเตรเลียใช้เครื่องมือ "ทีพีแอล" พบสัญญาณ 4 ครั้ง ส่วน เรือ "ไห่ซุน" ของจีน เพิ่งลงน้ำเมื่อประมาณกลางปี 2556 เป็นเรือลาดตระเวนที่ใหญ่สุดและทันสมัยสุดของจีน ความยาวประมาณ 5 สนามบาสเกตบอล ดังนั้นสัญญาณที่เรือลำนี้จับได้ 37.5 กิโลเฮิร์ตซ์ ก็ถือเป็นสัญญาณที่ตรงกับกล่องดำที่สุด โดยเรือจีนใช้เครื่อง "ไฮโดรโฟน" ซึ่งเป็นเครื่องมือในการจับสัญญาณ
ส่วนกลุ่มที่ "ไม่เชื่อ" มองว่าพื้นที่การค้นหาของนั้นค่อนข้างจะกระจัดกระจาย หากพุ่งเป้าไปเฉพาะ 4 เสียงปิงๆ ที่ออสเตรเลียค้นพบและยืนยันนั้น แต่ละจุดห่างกันถึง 20-50 กิโลเมตร ทำให้มีคำถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่า กล่องดำ 2 กล่อง จะส่งคลื่นความถี่ออกมาห่างกันในรัศมีถึง 50 กิโลเมตร และเรือออสเตรเลียกับจีนก็ค้นพบเสียงนี้ห่างกันถึง 600 กิโลเมตร กล่องดำไม่น่าจะอยู่ห่างกันได้ขนาดนั้น
กลุ่มที่ไม่เชื่อยังตั้งข้อสังเกตว่า ใต้ท้องทะเลลึกไม่ใช่มีเฉพาะคลื่นสัญญาณของกล่องดำ แต่น่าจะมีคลื่นสัญญาณของฝูงสัตว์ด้วย ไม่ว่าจะเป็น โลมา หรือวาฬ สัตว์พวกนี้จะปล่อยคลื่นความถี่ออกมา นอกจากจะมีสัตว์ใต้ทะเลแล้ว แม้กระทั่งเรือ 14 ลำ ที่เป็นทีมค้นหาด้วยกันนั้น อาจมีสัญญาณบางอย่างส่งออกมา ทำให้ตัว "ทีพีแอล" ของเรือออสเตรเลียเข้าใจผิด คิดว่าเป็นสัญญาณจากกล่องดำของเที่ยวบินปริศนาลำนี้



