ข่าว

'หลี่ เสียน หลง' พบสื่อเอเชีย (ตอน 1)

'หลี่ เสียน หลง' พบสื่อเอเชีย (ตอน 1)

13 เม.ย. 2557

เปิดโลกวันอาทิตย์ : 'หลี่ เสียน หลง' พบสื่อเอเชีย (ตอน 1)

 
                         ในโอกาสครบรอบ 15 ปีการก่อตั้ง"เอเชีย นิวส์ เน็ตเวิร์ก" (เอเอ็นเอ็น www.asianewsnet.net) นายกรัฐมนตรีหลี่ เสียน หลงแห่งสิงคโปร์ ได้เปิดทำเนียบอิสทานา ต้อนรับและแลกเปลี่ยนทัศนะกับบรรณาธิการข่าวของกลุ่มสื่อในเครือเอเอ็นเอ็น รวมถึงนายสุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น และนายพนา จันทรวิโรจน์ ประธานเอเอ็นเอ็น เมื่อวันที่ 8 เมษายน ซึ่ง "คม ชัด ลึก" ได้นำเสนอทัศนะของผู้นำสิงคโปร์ต่อปัญหาการเมืองไทยไปส่วนหนึ่งแล้ว ในฉบับวันพฤหัสบดี (9 เม.ย.) ที่ผ่านมา 
 
                         แต่ในการสนทนาครั้งนี้ ยังมีอีกหลายคำถามจากสื่อที่มีประเด็นต่างกันตามประเทศที่มา และคำตอบที่สะท้อนทัศนะของนายกรัฐมนตรีหลี่ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง รวมถึงเรื่องที่ไม่ค่อยรู้อย่างการใช้สื่อสังคมออนไลน์  ผู้นำแบบใดที่เอเชียควรมีทัศนะต่อเมียนมาร์ และประเทศจิ๋วแต่แจ๋วอย่างสิงคโปร์มีบทเรียนและประสบการณ์ใดที่จะแบ่งปันให้กับประเทศเล็กๆ อย่างเนปาล หรือภูฏาน และคำถามเด็ด จะอยู่ในตำแหน่งอีกนานแค่ไหน จึงขอหยิบประเด็นที่น่าสนใจและน่าคิดต่อมานำเสนอเพิ่มเติมในหน้าต่างประเทศสองตอน ในวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน และวันจันทร์ที่ 14 เมษายนนี้        
 
                         เริ่มจากประเด็นที่อยู่ในความสนใจของคนทั้งโลกอย่างการล่องหนของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ที่ทำให้มาเลเซียตกที่นั่งลำบาก บก.หนังสือพิมพ์ ซินจิว เดลี จากมาเลเซีย ว่า สิงคโปร์ได้บทเรียนจากกรณีเอ็มเอช 370 ในแง่ของการจัดการในสถานการณ์วิกฤติอย่างไร 
 
 
                         หลี่ เสียน หลง - รัฐบาลมาเลเซียอยู่ในช่วงเวลายากลำมากในการจัดการวิกฤติครั้งนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดมาก่อน การค้นหาผ่านมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว ยังไม่พบร่องรอย แม้มีข้อมูลจากดาวเทียม ได้ยินสัญญาณเสียงบอกพิกัดใต้น้ำ ทว่าไม่พบหลักฐานจับต้องได้จากเครื่องบินที่สามารถแสดงหรือพูดได้ว่านี่เป็นชิ้นส่วนเครื่องบิน นี่คือจุดที่เครื่องบินสิ้นสุดการเดินทาง ในสถานการณ์เช่นนั้น ไม่เพียงแต่ต้องจัดการประเด็นวิศวกรรม ปฏิบัติการการค้นหา แต่ยังต้องจัดการเรื่องการสื่อสารกับครอบครัว กับญาติ และกับสังคมโลกที่กำลังเฝ้ามองและจับตา ว่ามาเลเซียจัดการอย่างไร สอบสวนเหมาะสมหรือไม่ จะจบลงอย่างไร เป็นสถานการณ์ที่ยุ่งยากซับซ้อนมาก 
 
                         รัฐมนตรีที่ต้องรับมือปัญหานี้โดยตรงผจญกับเดือนแห่งความท้าทาย พวกเขาคงลืมไม่ลง ครอบครัวของผู้เกี่ยวข้องก็จะไม่ลืมประสบการณ์เลวร้ายนี้เช่นกัน เราหวังว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนและในเวลาที่เหมาะสม แต่ก็ทราบกันดีว่าการค้นหาที่ยากเหลือแสนกำลังดำเนินอยู่ 
 
                         สิงคโปร์โมเดลกับเนปาล-เนปาลมีความเหมือนในแง่ความหลากหลายทางเชื้อชาติ ขณะนี้ อยู่ระหว่างร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มีประสบการณ์ใดที่น่าเรียนรู้จากสิงคโปร์ โดยเฉพาะในแง่การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพ
 
 
                         หลี่ เสียน หลง - จากประสบการณ์ของเรา คุณสามารถนำเข้าหรือรับสถาบันและรัฐธรรมนูญได้ แต่จะต้องนำไปปรับให้เหมาะสมกับเงื่อนไขของคุณเอง สำหรับประเทศเล็กๆ ที่มีความหลากหลายทางศาสนาและชาติพันธุ์อย่างเรา ต้องระมัดระวังเรื่องการบริหารจัดการไปในทางสุดขั้ว สิงคโปร์จึงปรับระบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเงื่อนไขของเรา เราไม่ได้เริ่มด้วยความพยายามร่างและออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่แบบอุดมคติสมบูรณ์พร้อม และคงอยู่แบบนั้นตลอดกาลโดยไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขเลย 
 
                         เราได้ปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญเก่าของเราทีละน้อยให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนไป แต่คงโครงสร้างและกรอบดั้งเดิมไว้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าใช้แก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง นี่คือรูปแบบที่ได้ผลและรอบคอบสำหรับเรา ดังที่ ท่านลี กวน ยู (บิดาของนายกรัฐมนตรีและผู้ก่อตั้งสิงคโปร์) เคยกล่าวไว้ว่า "เหมือนการสวมรองเท้าคู่เก่า สู้เก็บรองเท้าเก่าไว้ ปะซ่อมนิดยืดออกอีกหน่อย ยังดีกว่าซื้อรองเท้าคู่ใหม่และใส่เลย โดยไม่แน่ใจว่าจะพอดีหรือไม่ 
 
                         ส่วนการพัฒนาเศรษฐกิจ ผมคิดว่าเราทำงานหนักกันมากเพื่อให้การศึกษาและยกระดับคนของเรา เพื่อให้พร้อมสำหรับตำแหน่งงานที่เราสร้างขึ้นมา และน่าดึงดูดสำหรับการเป็นทรัพยากรของบรรดาบริษัทข้ามชาติและนักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในสิงคโปร์ ให้บริษัทเหล่านั้นได้ใช้ประโยชน์จากแรงงานของเราได้ เราพยายามสร้างกำลังแรงงานดีที่สุดในโลก ทั้งในแง่ของการศึกษา ความอุตสาหะ ตลอดจนศักยภาพในการทำงานร่วมกับสหภาพและร่วมมือกับนายจ้างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบวิน-วิน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ในระยะยาว ไม่ใช่ผละงานประท้วงเพื่อประโยชน์ระยะสั้นอันจะสร้างปัญหาทางเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งนี่เป็นภารกิจต่อเนื่อง 
 
 
 
 
                         เรามาถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในขั้นที่ดีแล้ว และรู้ว่าจำเป็นต้องไปต่อ แต่เราต้องไปต่อบนหนทางที่ต่างและหลากหลายเพราะเรามีอัตราจ้างงานเต็มแล้ว เรามีแรงงานต่างชาติจำนวนมากทำงานในสิงคโปร์ในทุกระดับและไม่อาจขยายตัวเลขนี้ได้อีก เพื่อจะโตต่อไปพร้อมกับมาตรฐานการดำรงชีวิตที่สูงขึ้น หมายความว่า ความสามารถในการผลิตและทักษะความสามารถแรงงานของเราจะต้องสูงขึ้นตาม สิงคโปร์กำลังอยู่ในจุดนี้ ผมคิดว่าประเทศต่างๆ อยู่ในกระบวนการเดียวกันแต่เป็นคนละขั้นตอน  ผมคิดว่าเนปาลกำลังเริ่มต้นกระบวนการเดียวกันนี้กับเศรษฐกิจแบบการเกษตรและชนบท มั่นใจว่าเนปาลกำลังมุ่งมั่นไต่ระดับเช่นกัน ซึ่งหวังว่าผลสำเร็จของสิงคโปร์ที่ผ่านมาจะเป็นประโยชน์กับเนปาล
 
                         มุมมองต่อการเลือกตั้งสองประเทศประชาธิปไตยยักษ์ใหญ่อินเดียกับอินโดนีเซีย ผลสำรวจบ่งว่าสองประเทศนี้จะได้ผู้นำใหม่ที่ได้อาณัติแข็งแกร่งทีเดียว จะมีผลพัวพันสำหรับเอเชียหรือไม่อย่างไร 
 
 
                         หลี่ เสียน หลง - เป็นเรื่องดีสำหรับเอเชียและสำหรับประเทศต่างๆ ที่จะได้ผู้นำมีความสามารถ รับผิดชอบ และได้รับการสนับสนุนจากประชาชนชัดเจน เมื่อนั้น คุณสามารถทำธุรกิจ และจัดการประเด็นต่างๆ ในระดับภูมิภาคบนความร่วมมือและไปในทางเดียวกันได้ หากผู้นำไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็ง หรือตัวผู้นำเองที่อ่อนแอแล้ว คุณอาจหารือได้ แต่การจัดการปัญหาอาจไม่ง่ายนัก
 
                         แต่แน่นอน  ผู้นำที่เข้มแข็งก็มักมีแนวคิดและความโน้มเอียงที่ชัดเจน จึงไม่ได้หมายความว่า จะว่าตามกันไปเสียทั้งหมดและเป็นทางเลือกดีที่สุดแล้วสำหรับโลก จะยังมีความระหองระแหง ข้อพิพาท ปัญหายากๆ ให้ต้องหาแก้ไข
 
                         สำหรับสิงคโปร์ พร้อมทำงานกับรัฐบาลอินโดนีเซียที่เข้มแข็งและอยู่บนมิติอาเซียน แบบรัฐบาลอินโดนีเซียปัจจุบัน และหนทางที่ประธานาธิบดีซูฮาร์โตใช้มานานหลายสิบปี ส่วนอินเดีย เราหวังว่าผู้นำใหม่จะสานต่อความร่วมมือกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก เหมือนกับที่รัฐบาลบีเจพีชุดก่อนเคยทำ และที่รัฐบาลพรรคคองเกรสชุดปัจจบันทำอยู่ ผมหวังว่ารัฐบาลใหม่ไม่ว่าจะพรรคคองเกรส หรือบีเจพี หรือพรรคอื่น จะทำเช่นนั้น (หมายเหตุ: พรรคชาตินิยมฮินดู "ภารติยชนตะ" หรือบีเจพี เป็นพรรคตัวเก็งที่จะกวาดที่นั่งในสภาได้มากที่สุดและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งอินเดียที่จะแล้วเสร็จในเดือนหน้า) 
 
                         ทัศนะต่อพัฒนาการในเมียนมาร์ ในฐานะที่สิงคโปร์มีการลงทุนค่อนข้างมากที่นั่น และเมียนมาร์มองสิงคโปร์เป็นแบบอย่าง ท่านอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีบังเกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขณะที่เมียนมาร์กำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งอีกครั้ง ที่ผ่านมา การปฏิรูปดูชะงักไป เศรษฐกิจไม่ได้ขยายตัวหรือเปิดกว้าง 
 
 
                         หลี่ เสียน หลง - การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่เมียนมาร์และประชาชนต้องตัดสินใจตามครรลอง ไม่ใช่เรื่องที่เราจะบอกได้ว่า ควรเปลี่ยนหรือไม่ควร ผมคิดว่าพม่ายังอยู่เส้นทางที่ควรเป็น และสองสามก้าวแรกที่พม่าได้ทำแล้ว ก็นับว่าดี 
 
                         เมียนมาร์อยู่ในสถานะที่เข้มแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนเลือกตั้งปี 2553 เมียนมาร์มีสถานะที่ดีในเวทีโลก ส่วนในประเทศ มีการวางกรอบกฎหมาย ฝ่ายบริหารมีความเข้มแข็งขึ้น สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเอื้อมากกว่าเดิม และดึงดูดการลงทุนได้ แต่ผมคิดว่ายังมีงานอีกมากที่ต้องทำ ในแง่การจัดการเศรษฐกิจและบริหาร และอีกมากในการสะสางประเด็นการเมืองและเสริมสร้างประเทศ เพราะเมียนมาร์เป็นประเทศที่ซับซ้อนมาก 
 
                         ชาวพุทธเป็นประชากรส่วนใหญ่ แต่เมียนมาร์ยังมีชาวมุสลิมและชาวโรฮิงญา มีชาวคริสเตียนอยู่ในชาติพันธุ์กะเหรี่ยง และหลายชาติพันธุ์ อีกทั้งสงครามกลางเมืองเพิ่งสงบลงไม่นาน และบางพื้นที่ยังไม่สงบดี การดูแลปกครองประเทศตั้งแต่ภาคเหนือที่เป็นภูเขามีหิมะปกคลุม จรดใต้ที่มีอากาศแบบเขตร้อน ห่างไกลหลายพันกิโลเมตร  และการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างพรรคการเมืองอาจยังอยู่อีกนาน หรือแม้แต่ภายในพรรคต่างๆเองก็ตาม แต่นี่เป็นธรรมชาติของสังคม เราหวังว่าเมียนมาร์จะประสบความสำเร็จ  
 
                         สิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศที่ลงทุนมากที่สุดในเมียนมาร์ แต่เข้าไปลงทุนที่นั่น 20 ปีมาแล้ว ก่อนเหตุจลาจลนักศึกษาและปิดประเทศ บริษัทเหล่านั้นพยายามที่จะขยับขยาย ผมได้พูดคุยกับนักธุรกิจบริษัทก่อการสร้างคนหนึ่งที่กำลังช่วยสร้างท่าเรือในเมียนมาร์ ทราบว่าหลายอย่างดีขึ้นแล้วแต่ยังใช้เวลาอีกนาน
 
                         ผมไม่ประเมินความยุ่งยากต่ำเกินไป แต่ผมรู้จักพล.อ.อาวุโสตาน ส่วย ผู้นำเมียนมาร์คนก่อน และประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ในปัจจุบันมานานหลายปี  ผมคิดว่าประธานาธิบดีเต็ง เส่ง มีความมุ่งมั่นและรู้ว่าจะต้องเดินหน้า ไม่อาจถอยหลังกลับไปที่ที่พม่าเคยเป็นก่อนปี 2553 
 
                         สื่อสังคมออนไลน์ - ผู้นำสิงคโปร์ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ อยากให้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ 
 
 
                         หลี่ เสียน หลง - เป็นแบบฝึกหัดที่น่าสนใจมาก ผมเริ่มใช้และเปิดเฟซบุ๊กเมื่อสองปีก่อน ต่อมา เปิดแอคเคาน์อินสตาแกรม ผมเล่นทวิตเตอร์ด้วย แต่ทวิตเตอร์ในสิงคโปร์ไม่มีผู้ติดตามมากนัก จึงใช้เฟซบุ๊กกับอินสตาแกรมเป็นหลัก เฟซบุ๊กมีผู้ติดตามมากกว่า แต่อินสตาแกรมมีคนรุ่นใหม่ติดตามมากกว่า เป็นช่องทางที่ดีที่จะได้รับทราบความเห็นแบบไม่เป็นทางการในประเด็นหนักหรือกึ่งหนัก คุณยังได้ความเห็นแบบเป็นกันเองบางครั้งคราวด้วย เพราะผู้คนชอบที่จะเห็นมุมอื่นๆทั่วไป (human side) ของคุณ 
 
                         หากคุณอยากปรากฏในหน้านิวสฟีดของคนอื่น คุณต้องทำให้คน "Like" เป็นระยะ  การกด "Like" ไม่ใช่ว่าพวกเขามีความรู้สึกดีให้เสมอไปแต่มีเทคนิคที่จะได้มา นั่นคือ เมื่อใดควรโพสต์ โพสต์อย่างไร ภาษาที่ใช้ ทำอย่างไรให้โพสต์นั้น คมและน่าสนใจ  ควรใช้รูปแบบไหนดี เพราะรูปมีผลมาก หากคุณโพสต์รูปของคุณเอง ควรเป็นภาพที่ให้ความรู้สึกเป็นตัวคุณจริงๆ ถึงจะไม่ใช่รูปดีที่สุดก็ตาม  ผมจึงคิดว่านี่เป็นช่องทางเสริมที่มีประโยชน์ 
 
                         สื่อสังคมออนไลน์จะมีผลต่อการเลือกตั้งอย่างสำคัญ 
 
                         แน่นอน มีผล เพราะเดี๋ยวนี้ คนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมอง ข่าวสารข้อมูลและอารมณ์ได้มากเท่าที่ต้องการ จากนั้นค่อยๆ ย่อยข่าว ข้อมูลและใช้วิจารณญาณ นี่ไม่ใช่วิถีที่เราเคยใช้ เคยปฏิบัติในยุคก่อน ทั้งในส่วนของประชาชนหรือผู้นำ ยุคก่อน คนอ่านหนังสือพิมพ์แบบจริงจังมาก อ่านทุกเรื่อง อย่างหนังสือพิมพ์สเตรทส ไทมส์ เคยใช้เวลาอ่านเฉลี่ย 45 นาที แต่ทุกวันนี้ คนไม่อ่านทุกเรื่อง แค่พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น เวลาที่ใช้กับหนังสือพิมพ์น่าจะเหลือสักครึ่งเดียวได้ 
 
 
------------------------
 
การใช้เฟซบุ๊กของผู้นำสิงคโปร์
 
 
 
 
                         นอกจากนายกรัฐมนตรีหลี่ เสียน หลง ใช้เฟซบุ๊กแจ้งข่าวการปฏิบัติภารกิจในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ  บางครั้ง นำข้อคิดดีๆ มาเล่าสู่กันฟังกับแฟนเพจ ตัวอย่างนี้ ผู้นำสิงคโปร์แชร์บทความบนเว็บไซต์บีบีซีของอังกฤษ ที่ตั้งคำถามว่าคนสิงคโปร์เป็นประเทศที่ไม่น่าอภิรมย์ และเย็นชากับผู้ต้องการความช่วยเหลือเกินไปหรือไม่ 
 
                         โดยนายหลี่ โพสต์ว่า ผู้เขียนบทความเป็นสตรีมีครรภ์ เกิดอาการแพ้ท้องรุนแรงขณะโดยสารรถไฟใต้ดินในสิงคโปร์ แต่ผู้คนรอบข้างดูดาย  ไม่มีใครเอื้อเฟื้อที่นั่งให้กับเธอเลย 
 
                         เราไม่จำเป็นต้องยอมรับความเห็นผู้เขียนทุกเรื่อง แต่น่าจะเป็นสิ่งเตือนใจที่ดีแก่เราว่า ควรเมตตาและโอบอ้อมแก่ผู้อื่น ตามที่สิงคโปร์รณรงค์ให้สังคมมีน้ำใจต่อกันภายใต้ชื่อ "Singapore Kindness Movement" มานานหลายปี และขอให้ความพยายามเอื้ออารีต่อไป เพราะเป็นสิ่งสำคัญและคุ้มค่า
 
 
 
 
                         ขณะที่ในวันประกาศผลสอบของนักเรียน นายกฯหลี่ก็ไม่ลืมอวยพรให้ทุกคนได้เกรดสูงๆ บนเฟซบุ๊กพร้อมกับโพสต์ภาพนี้ 
 
------------------------