
ริบหรี่!ไม่พบสัญญาณบินมาเลย์3วันแล้ว
12 เม.ย. 2557
นานาชาติเดินหน้าหาเครื่องบินมาเลเซีย MH370 ต่อไป แม้ไม่พบสัญญาณความถี่ที่เชื่อว่ามาจากกล่องดำ 3 วันแล้ว ขณะที่สื่อมาเลย์เผยนักบินผู้ช่วยพยายามโทรมือถือ
12 เม.ย. 57 การค้นหาเครื่องบินโดยสารมาเลเซีย ที่สูญหายอย่างเป็นปริศนา มานานกว่า 1 เดือน ยังคงดำเนินไปในวันนี้ ในเขตมหาสมุทรอินเดีย แม้จะไม่พบสัญญาณปิงใดๆ ที่เชื่อว่ามาจากกล่องดำของเครื่องบิน นาน 3 วันแล้วก็ตาม
ในวันนี้ เครื่องบิน 10 ลำ และเรืออีก 14 ลำ ยังคงเดินหน้าค้นหาร่องรอยของเที่ยวบิน MH370 ต่อเป็นวันที่ 36 โดยพื้นที่ค้นหาครอบคลุม 41,393 กิโลเมตร ห่างจากเมืองเพิร์ธ ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 2,230 กิโลเมตร โดยในการแถลงข่าวครั้งล่าสุด ระบุว่า ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ไม่พบสัญญาณปิงใดๆ
ส่วนสัญญาณที่จับได้เมื่อวันพฤหัสบดี ใกล้กับจุดที่เรือของกองทัพเรือออสเตรเลีย กำลังมองหาสัญญาณที่อาจจะมีออกมาจากเครื่องบิน สรุปแล้วว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเครื่องบิน นอกจากนั้น เมื่อวานก็ไม่มีการค้นพบสิ่งใดที่เกี่ยวกับเครื่องบินที่สูญหาย
สำหรับเรือออสเตรเลีย ที่ติดอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณจากเครื่องบิน ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่การค้นหา โดยเรือยังคงพุ่งความสนใจไปยังการค้นหาที่มาของสัญญาณปิงที่เชื่อว่ามาจากกล่องดำ รวมถึงค้นหาสัญญาณใหม่ๆ ที่อาจจะถูกปล่อยออกมาจากกล่องดำ ซึ่งเรื่องนี้ต้องกระทำอย่างเร่งด่วน เพราะแบตเตอรีของกล่องดำ เลยอายุการใช้งาน 1 เดือนมาหลายวันแล้ว
สื่อมาเลย์เผยนักบินผู้ช่วยพยายามโทรมือถือ
หนังสือพิมพ์นิวสเตรทส์ไทมส์ ในมาเลเซีย รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า พนักงานสอบสวนที่กำลังพยายามปะติดปะต่อว่าเกิดอะไรขึ้นบนเครื่องบินโบอิ้ง 777 สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ก่อนหายไปจากจอเรดาร์ ขณะอยู่ห่างรัฐปีนังไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 320 กิโลเมตร เมื่อเช้ามืดวันที่ 8 มีนาคม ตรวจสอบพบว่าก่อนขาดการติดต่อไม่นาน เครื่องบินพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน บินระดับต่ำมากพอที่เสาสื่อสารโทรคมนาคมใกล้ที่สุดในรัฐปีนังสามารถรับสัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้ช่วยนักบิน นายฟาริก อับดุล ฮามิด ได้ แต่สัญญาณขาดหายกะทันหัน ซึ่งอาจเป็นเพราะเครื่องบินกำลังเคลื่อนที่ออกห่างจากเสาสื่อสารอย่างรวดเร็ว และไม่อยู่พื้นที่สัญญาณของเสาต่อไป
แต่แหล่งข่าวปฏิเสธเปิดเผยรายละเอียดอื่น อาทิ นายฟาริกพยายามจะต่อสายถึงใครในเช้ามืดวันนั้นก่อนเครื่องบินเบนออกจากเส้นทางอย่างเจตนาและเป็นปริศนา แทนมุ่งหน้าไปปักกิ่ง กลับมุ่งหน้าไปทางมหาสมุทรอินเดีย นอกจากนี้ การสอบสวนยังพบการสื่อสารหลังสุดของนายฟาริกผ่านแอพพลิเคชั่นวอทส์แอพ เวลาประมาณ 23.30 น. วันที่ 7 มีนาคม ก่อนขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าไปกรุงปักกิ่ง แต่คนสุดท้ายที่นายฟาริกสนทนาด้วยเป็นหนึ่งในคนที่ติดต่อเป็นประจำ
แหล่งข่าวอีกรายที่ใกล้ชิดกับการสอบสวนเช่นกัน บอกต่อนิวสเตรทส์ไทมส์ ว่า การตรวจสอบโทรศัพท์ของนายฟาริก พบว่า ไม่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายก่อนเครื่องบินทะยานขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่กลับมาเชื่อมต่ออีกครั้งหนึ่งขณะบินอยู่ระหว่างอิการีเวย์พอยท์ นอกชายฝั่งรัฐตรังกานู กับจุดหนึ่งใกล้กับรัฐปีนัง ไม่นานก่อนหายจากจอเรดาร์ ซึ่งอาจไม่ได้หมายถึงมีการโทรออก อาจแค่เป็นการเปิดมือถืออีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เป็นไปได้ที่โทรศัพท์มือถือ จะเชื่อมต่อกับเสารับสัญญาณ ณ ความสูง 7,000 ฟุต
อย่างไรก็ตาม นายฮิชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีคมนาคม ปฏิเสธแสดงความเห็นต่อรายงานของนิวสเตรทส์ไทมส์
ก่อนหน้านี้ นิวสเตรทส์ไทมส์ รายงานอ้างการเปิดเผยของพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ว่า เครื่องบินบินต่ำเพียง 5,000 ฟุตหลังจากหันหัวกลับที่อิการีเวย์พอยท์ เหนือทะเลจีนใต้ ก่อนบินข้ามคาบสมุทรมาเลเซียไปทางปีนัง
นายคาหลิด อาบู บาคาร์ ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย กล่าวเมื่อวันที่ 2 เมษายนว่า จากคำให้การของ 176 คน ได้เบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับเที่ยวบินนี้ และลูกเรือก็เป็นส่วนสำคัญของการสอบสวน ที่มีการตั้งเป้า 4 ประเด็น ได้แก่ จี้เครื่องบิน ก่อวินาศกรรม ปัญหาส่วนตัว และสุขภาพจิต
ด้าน นายโทนี แอบบอตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวระหว่างเยือนกรุงปักกิ่ง ย้ำว่า ทีมค้นหานานาชาตินำโดยออสเตรเลีย ยังมีความมั่นใจในระดับสูงว่า สัญญาณเสียงใต้น้ำที่จับได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มาจากกล่องดำเที่ยวบินเอ็มเอช 370 แต่เตือนว่า การระบุพิกัดกล่องดำก้นทะเลที่ลึก 4 กิโลเมตร เป็นภารกิจยากยิ่งและจะต้องดำเนินต่อไปอีกนาน และขณะนี้แบตเตอรีอุปกรณ์รับส่งสัญญาณจากกล่องดำ กำลังแผ่วลงเรื่อยๆ หรือหมดแล้ว
----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



