
ปชป.ขอของขวัญปีใหม่'ปู'3หยุด1ทำ
12 เม.ย. 2557
ปชป.ส่งความสุขถึงคนไทย แนะใช้โอกาสร่วมนำพาประเทศก้าวพ้นวิกฤติ ขอ 'ยิ่งลักษณ์' 3 หยุด 1 ทำ เป็นของขวัญปีใหม่ไทย
12 เม.ย.57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เนื่องในวันสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย พรรคประชาธิปัตย์ขอส่งความสุขให้ชาวไทย และขอให้เป็นโอกาสที่คนไทยจะร่วมกันนำพาประเทศก้าวพ้นวิกฤติ โดยพรรคยืนยันจะให้ความร่วมมือทุกภาคส่วน และยินดีทำทุกย่างให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติ โอกาสนี้พรรคขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใช้โอกาสนี้ทบทวนสิ่งที่เป็นปัญหาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ร่วมกันแก้ไขหาทางออกให้ประเทศ และขอให้พิจารณาให้ของขวัญประเทศไทย 4 ประการ คือ 3 หยุด 1 ทำ หยุดที่ 1.คือ หยุดพฤติกรรมสนับสนุนจาบจ้วงสถาบัน ปล่อยปละการปล่อยให้มีแกนนำคนเสื้อแดง และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สถาบันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ามาบริหารประเทศ เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นมากกว่าปกติ ถึงเวลาที่พรรคเพื่อไทยจะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ
นายชวนนท์ กล่าวว่า หยุดที่ 2. คือ หยุดพฤติกรรมโกงกิน ทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว ที่สร้างความสูญเสียงบประมาณอย่างมหาศาลกว่า สามแสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลควรให้ความร่วมมือการแก้ไขปัญหากับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เลิกเตะถ่วงหรือยื้อเวลา และหยุดใส่ร้ายนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ว่าเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล และหยุดที่ 3. คือ หยุดพฤติกรรมการอยู่เหนือกฎหมาย ใส่ร้ายองค์กรอิสระ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ นายกฯต้องหยุดพฤติกรรมปากว่าตาขยิบ หยุดเลือกใช้กฎหมายที่ตัวเองได้ประโยชน์ ซึ่งนายกฯต้องเข้าใจกระบวนการประชาธิปไตยที่มีการถ่วงดุลอำนาจ ถ้ายังไม่หยุดพฤติกรรมเช่นนี้ประเทศไทยจะคืนสู่ความสงบได้ยาก
นายชวนนท์ กล่าวว่า ส่วน 1. ทำ คือ พรรคเพื่อไทยต้องเสนอแผนปฏิรูปประเทศไทยให้ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเห็นแนวทางปฏิรูปของพรรคเพื่อไทยเลย เวลานี้เป็นเวลาสำคัญที่ต่างฝ่ายจะเสนอแนวคิดตัวเองให้ประชาชนพิจารณา ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ 7 ด้านเสร็จแล้ว และขอให้รัฐบาลจัดเวลาให้ทุกสถานีโทรทัศน์ เปิดให้ทุกพรรคเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศ เพื่อให้ประชาชนตัดสินว่าแนวทางใด ที่จะทำให้ประเทศพ้นวิกฤติ โดยพรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะเริ่มเป็นพรรคแรก โดยหลังเทศกาลสงกรานต์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเดินหน้าเปิดแผนปฏิรูปประเทศ ภายใต้สโลแกน “หยุดประชานิยม สู่สังคมสวัสดิการ”
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายชัยเกษม นิติสิริ ปฏิบัติหน้าที่รมว.ยุติธรรม เสนอว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นสภาพจากความเป็นนายกรัฐมนตรี จะขอให้รัฐบาลใช้มาตรา 7 ในการทูลเกล้าฯถวาย เพื่อขอพระราชวินิจฉัยแนวทางการแก้ปัญหาว่า เป็นการแสดงความเห็นที่ไม่สุจริต และต้องการดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง และระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ใครจะไปใช้มาตรา 7 เพื่อขอทูลเกล้าฯพระราชทานความเห็นแต่อย่างใด
“เรื่องนี้ถือว่าพรรคเพื่อไทยคิดเกินขอบเขตที่จำเป็น เกินสิ่งที่ประชาชนจะรับได้ และขอให้นายชัยเกษม เลิกใช้ความรู้ทางกฎหมายรับใช้นักการเมือง เสียดายนายชัยเกษม เคยเป็นอัยการสูงสุด เมื่อมีตำแหน่งเป็นรมว.ยุติธรรม กลับใช้ความรู้ของตัวเองรับใช้การเมืองแบบไม่ลืมหูลืมตา” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
'ถาวร' ขอบคุณ 'รมว.ยธ.' ยอมรับรธน. ยก 3 ข้อตอกย้ำการกระทำ 'รบ.'
นายถาวร เสนเนียม แกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงกรณีที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ระบุว่า หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดให้สถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กรณีใช้อำนาจย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี สิ้นสภาพ จะเสนอทางออกให้รัฐบาลใช้รัฐธรรมนูญตามมาตรา 7 เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย เพราะรัฐบาลไม่มีทางออกแล้วว่า หากถูกชี้มูลว่าเป็นการกระทำต้องห้ามตามมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ รัฐบาลนี้ก็สิ้นสภาพ
นายถาวร กล่าวว่า แสดงว่าที่ผ่านมา 1.ที่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ เถียงมาโดยตลอดว่า รัฐบาลรักษาการไม่สามารถพ้นจากการทำหน้าที่ เพราะเป็นรักษาการนั้น ผิดมาตลอดและยอมรับในอำนาจของรัฐธรรมนูญ 2.รัฐบาลยอมรับในรัฐธรรมนูญมาตรา 180 กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้อำนาจหน้าที่ในการโยกย้ายกลั่นแกล้งข้าราชการประจำเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องและเครือญาติ 3.การต่อสู้ในข้อกฎหมายที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์พยายามตะแบง ดันทุรังให้สัมภาษณ์บิดเบือนนั้น เพื่อพยายามที่จะอยู่ต่อเพื่อสืบทอดอำนาจนั้น ถึงทางตัน ไม่มีที่ไปแล้ว ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณนายชัยเกษมที่ยอมรับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดแห่งรัฐ
“ขอเตือนรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ทั้งคณะว่า ขณะนี้พวกคุณหมดความชอบธรรมที่จะอยู่ต่อ ในการทำหน้าที่แล้วเพราะเป็นทรราช ประชาชนออกมาทวงคืนอำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นอำนาจของประชาชนที่ไว้วางใจมอบให้ของเขาคืนกลับมา หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นสภาพจากกรณีนี้ เท่ากับว่ารัฐบาลนี้สิ้นสภาพไปเช่นเดียวกัน หมดอำนาจในการอยู่ต่อ ขอให้เลิกฝันกับการติดยึดกับอำนาจของพี่น้องประชาชน ส่วนหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยจะดำเนินการและกรณีนี้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ที่ระบุว่าจะขอให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยนั้น ถือเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะพระองค์อยู่เหนือการเมือง ไม่เกี่ยวกันแต่กลับจะดึงลงมาเช่นนี้ถือว่า มิบังควร ทั้งที่มีองค์กรเหนือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อยู่แล้ว” นายถาวร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่นายชัยเกษมระบุว่า หากมีการวินิจฉัยเช่นนี้ ถือว่าเกินรัฐธรรมนูญ นายถาวร กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา180 และ182 มุ่งหมายให้รมต. สิ้นสุดลงเฉพาะตัวและไม่สามารถรักษาการต่อไปได้ คือ 182(1) (2) (3) (7) (8) ซึ่งย่อมเป็นกรณีที่อาจเกิดขึ้นได้ ที่อยู่ระหว่างรักษาการ เช่น ตาย ถูกจำคุกระหว่างรักษาการ หรือถูกชี้มูลว่า ผิด ม.,268 ,269 ในระหว่างรักษาการซึ่งกรณีนี้ หากน.ส. ยิ่งลักษณ์ถูกชี้มูลว่าผิด สภาพก็สิ้นสุดลงเฉพาะตัว และไม่อาจรักษาการได้ ส่งผลให้ครม. ทั้งคณะไม่อาจอยู่รักษาการได้ไปด้วยกัน
'ถาวร' เย้ยรัฐหมดทางต้องใช้ ม.7
นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ระบุว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีใช้อำนาจย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะเสนอทางออกให้รัฐบาลใช้รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 7 ว่า แสดงว่าที่ผ่านมารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เถียงมาโดยตลอดว่า รัฐบาลรักษาการไม่สามารถพ้นจากการทำหน้าที่ เพราะเป็นรักษาการนั้น ผิดมาตลอดและยอมรัฐธรรมนูญมาตรา 180 กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้อำนาจหน้าที่โยกย้ายกลั่นแกล้งข้าราชการประจำเพื่อประโยชน์พวกพ้องและเครือญาติ อีกทั้งการต่อสู้ในข้อกฎหมายที่รัฐบาลตะแบง ดันทุรังบิดเบือนที่จะพยายามสืบทอดอำนาจก็ถึงทางตัน ไม่มีที่ไปแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นการจำนนต่อกองกำลังประชาชนและองค์กรอิสระ ซึ่งต้องขอขอบคุณนายชัยเกษมที่ยอมรับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด รวมทั้งยอมรับว่ามาตรา 7 แก้วิกฤตได้ อย่างไรก็ตามสงสัยว่าคนที่ทำผิดกฎหมายซ้ำซาก มีความรับผิดชอบ เอาอำนาจจากไหนจะยื่นทูลเกล้าฯใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7
'ถาวร' บี้ตร.ฟื้นคดีผังล้มเจ้า หลังออกหมายจับ 'โกตี๋' เชื่อมีเอี่ยว ป้อง 'สุเทพ' เทิดทูนสถาบัน
นายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลอาญาออกหมายจับนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ แกนนำกลุ่มกวป.ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ไปดูผังล้มเจ้าเมื่อปี 2553 ที่นายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งไม่ฟ้อง โดยอ้างว่าไม่มีมูล ทั้งที่เป็นข้อเท็จริง นายธาริตสั่งยุติดำเนินคดีแบบไม่ไว้วางใจ และนายวุฒิพงศ์เป็นหนึ่งในผังล้มเจ้า ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ รวมทั้งตัวการดำเนินการด้วย เพราะเป็นการแบ่งงานกันทำและเรื่องนี้ก็เป็นการทำร้ายจิตใจคนไทยทั้งประเทศ ตนเชื่อว่าขณะนี้นายวุฒิพงศ์ยังไม่หนีออกนอกประเทศ แต่หากหนีออกไปแล้วก็แสดงว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรู้เห็นเป็นใจ สามารถสืบสวนเอาผิดได้ และส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นดำเนินคดีเอาผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กรณีที่เสนอตั้งรัฏฐาธิปัตย์ ในความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ตนเห็นว่า ไม่เกี่ยวกันเพราะ เป็นคนละเรื่อง นายสุเทพไม่ได้ทำผิดและหมิ่นสถาบัน พรรคเพื่อไทยคิดเอาเอง ถือเป็นการสร้างเงื่อนไขต่อรองและกลั่นแกล้งทางการเมืองโดยเอาคดีอาญามายัดเยียด ยืนยันว่านายสุเทพเคารพเทิดทูนสถาบัน 1,000%
'รองหน.ปชป.' เสนอทุกฝ่ายทำ 'สัญญาประชาคม' ปฏิรูปทั้งก่อนและหลังลต.
นายนิพิฐฎ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ว่า ถึงเวลาทุกฝ่ายต้องตัดสินใจแล้ว ซึ่งรัฐบาล พรรคการเมืองทุกพรรค และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องคุยกันว่า วันนี้ต้องปฏิรูปประเทศแล้ว กี่เรื่องประกาศเลย
“สมมุติ เพื่อไทยบอกอยากปฏิรูป 5 เรื่อง ประชาธิปัตย์ 7 เรื่องตามที่ประกาศไปแล้ว ส่วนพรรคการเมืองอื่นเสนอกี่เรื่องให้ว่ามา และร่วมกันแถลงข่าวเป็นสัญญาประชาคมว่า เราจะปฏิรูปประเทศทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง และมาตกลงกันว่า คนที่ชนะเลือกตั้งจะอยู่แค่สิบแปดเดือน จากนั้นค่อยจัดการเลือกตั้งโดยระหว่างรัฐบาลที่ชนะเลือกตั้งทำหน้าที่ต้องปฏิรูปให้จบ ตามที่สัญญากับประชาชนไว้ จากนั้นก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าถ้าถึงวันเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ประชาธิปัตย์จะกลับมาชนะเลือกตั้งอย่างแน่นอน เพราะเมื่อปฏิรูปแล้วเชื่อว่า จะเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว



