ข่าว

ไอเอ็มเอฟจ่อปรับเพิ่มจีดีพีไทย1%ชี้เอเชียเริ่มดีขึ้น

ไอเอ็มเอฟจ่อปรับเพิ่มจีดีพีไทย1%ชี้เอเชียเริ่มดีขึ้น

24 มิ.ย. 2552

ไอเอ็มเอฟจ่อปรับเพิ่มจีดีพีประเทศเอเชีย ไทยติดกลุ่มด้วยคาดเพิ่มขึ้น 1% มองมีเสถียรภาพมากขึ้น "กรณ์" ค้านลดภาษีน้ำมัน ยันไม่ปัดฝุ่นนำเข้ามาร่วมในมาตรการช่วยเหลือประชาชน ชี้ราคาน้ำมันขณะนี้เหมาะสมไม่ได้แพงเกินไป ด้านพลังงานรีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันอีก 40-70

นายโอลิเวียร์ แบลนชาร์ด ที่ปรึกษาเศรษฐกิจอาวุโส กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวที่กรุงโซล เกาหลีใต้ ว่ามีความเป็นไปได้ที่ไอเอ็มเอฟจะปรับเพิ่มแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียบางประเทศในเดือนกรกฎาคม เพราะเริ่มกลับสู่เสถียรภาพ ซึ่งยังไม่ได้สรุปตัวเลขใหม่ แต่เป็นไปได้ที่จะปรับเพิ่มเฉลี่ย 1% โดยประเทศที่จะได้รับการปรับเพิ่มแนวโน้มเศรษฐกิจ รวมถึงไทย เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมาที่รายการความจริงวันนี้สัญจรเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นคนปลดหนี้ไอเอ็มเอฟว่า ถือเป็นยุทธวิธีตามแผนตากสิน 2 และขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า วันที่ประเทศเป็นหนี้ไอเอ็มเอฟไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปัตย์ แต่เป็นรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี และมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาเป็นรัฐบาลก็ได้สะสมเงินเพื่อใช้หนี้ไอเอ็มเอฟเป็นรายงวด แต่พองวดสุดท้ายรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณก็เข้ามา และเอาเงินที่รัฐบาลประชาธิปัตย์สะสมไปใช้หนี้งวดสุดท้าย และก็เอาดีความดีความชอบไป

 ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษามูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) ย้ำว่า รัฐบาลต้องเร่งหาเงินเข้าประเทศ เพื่อทดแทนรายได้ที่สูญหายไปจากการลดลงของภาคการส่งออกสินค้าและบริการในปีนี้ ซึ่งคิดเป็นวงเงินประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจประเทศให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติหรือเป็นบวก โดยต้องดำเนินนโยบาย 3 ด้านควบคู่กัน คือ นโยบายการคลัง นโยบายสินเชื่อ และนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน

 ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลยังไม่มีแนวคิดลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมทั้งไม่นำมาใส่ในมาตรการ เพื่อช่วยเหลือประชาชน เพราะราคาน้ำมันขณะนี้ ยังไม่ได้ปรับสูงมากเท่ากับช่วงที่รัฐบาลก่อนหน้านี้นำมาตรการนี้มาใช้ ส่วน 5 มาตรการ 6 เดือน ที่รัฐบาลนำมาช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนจะสิ้นสุดเดือนกรกฎาคม 2552 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะนำมาตรการใดมาใช้ต่อบ้าง

 ส่วนการขึ้นภาษีสรรพสามิตสินค้าต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงสินค้าน้ำมัน แม้จะมองว่าไม่ควรดำเนินการ เพราะสวนทางต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลเข้าใจมุมมองนี้ โดยรัฐบาลเล็งเห็นถึงความพอดีในการปรับขึ้นภาษีดังกล่าวแล้ว

 "เราได้ชั่งน้ำหนักและประเมินเรื่องดังกล่าวแล้ว คือ ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันต้องการรายได้ด้วย ซึ่งเรามองถึงความพอดี จึงไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และเราไม่ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล" นายกรณ์กล่าว

 ขณะที่นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายนนี้ กระทรวงพลังงานจะเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่มในอัตรา 40-70 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งไม่กระทบต่อประชาชน เพราะไม่ได้ทำราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่เป็นการดึงกำไรจากค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันเข้าสู่กองทุนน้ำมันฯ