ข่าว

ออกคู่มือ 'ดูแลตัวเอง' ฝ่าวิกฤติชายแดนใต้

ออกคู่มือ 'ดูแลตัวเอง' ฝ่าวิกฤติชายแดนใต้

12 เม.ย. 2557

ออกคู่มือ 'ดูแลตัวเอง' ฝ่าวิกฤติชายแดนใต้ : โดย...วิศิษฏ์ ชวนพิพัฒน์พงศ์

 
                           สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงนี้กลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่กลางเมืองยะลา และเหตุฆ่าสังหารแบบสะเทือนขวัญติดๆ กันหลายกรณี เช่น กราดยิงชาวบ้านขณะกำลังตักบาตรที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี หรือฆ่าตัดคอผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหญิงเสียชีวิตพร้อมกับผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยอีกคนหนึ่ง ขณะเดินทางกลับจากประชุมที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เป็นต้น
 
                           ที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหลายหน่วยงานจะพยายามเปิดปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ปฏิบัติการเชิงรับ โดยเฉพาะการระมัดระวังตนเอง การสร้างเครือข่ายแจ้งข่าวสารและเตือนภัยกันเองของภาคประชาชน ดูจะยังมีปัญหา แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐผู้มีอาวุธก็ยังตกเป็นเหยื่อเพราะความประมาทอยู่บ่อยครั้ง 
 
                           ด้วยเหตุนี้ โครงการโรงเรียนตำรวจนอกเวลา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.จึงได้ศึกษาข้อมูลจากงานวิจัยเกี่ยวกับมาตรการป้องกันตัวเองในสถานการณ์ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นจริงในหลายๆ พื้นที่ขัดแย้งทั่วโลก จากนั้นได้มอบหมายให้ทีมงานตำรวจที่เข้ารับการอบรม นำโดย พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.6 บก.ป.) พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รอง ผกก. 6 บก.ป.พร้อมทีมงานนำข้อมูลดังกล่าวมาถอดบทเรียนเป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับ "มาตรการป้องกันตัว" (Self Protective Measures) เพื่อนำไปเผยแพร่ให้แก่ตำรวจในสังกัด กก.6 บก.ป.ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ นำไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ 
 
                           พร้อมกันนั้นก็ให้นำไปเผยแพร่แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย หรือพื้นที่อันตรายที่มีการก่อเหตุร้าย ได้นำไปใช้ในการป้องกันตัวเองด้วย
 
                           สำหรับ "มาตรการป้องกันตัว" ในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งโครงการโรงเรียนตำรวจนอกเวลาได้ถอดบทเรียนเพื่อถ่ายทอดให้เจ้าหน้าที่และประชาชน ณ ปลายด้ามขวาน ได้นำไปเป็นหลักและเตือนใจ ระมัดระวังพฤติกรรมของตนเองนั้น มีหลักการสำคัญ คือ "อย่าทำตัวเป็นเป้าที่ง่าย" (Dont make it easy targets) ซึ่งสามารถแยกเป็นรายละเอียดในทางปฏิบัติเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ได้ดังนี้
 
                           1.อย่าทำอะไรเป็นกิจวัตรประจำวัน อย่าให้ผู้ก่อการร้ายจับทางเราได้ (Overcome routines) 2.เปลี่ยนแปลงเวลาและเส้นทางการเดินทางอยู่เสมอ (Vary routes and times to and from work) 3.หลีกเลี่ยงออกกำลังกาย (เดิน-วิ่ง) โดยลำพัง (Exercise (jog) on different routes/times and dont exercise alone) 4.เปลี่ยนแปลงเวลา สถานที่ และจุดนัดพบอยู่เสมอ (Vary times/places for shopping, lunch, and other appointments) 
 
                           5.ใช้ทางเข้า/ออกอาคารหลายๆ ทาง (Enter/exit buildings through different doors) 6.อย่าเปิดเผยตัวเอง/ครอบครัวกับบุคคลแปลกหน้า (Dont divulge family/personal info to strangers) 7.เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอยู่ตลอดเวลา (Be prepared for unexpected event) 8.ปฏิบัติตัวให้เป็นเหมือนคนทั่วๆ ไป (Maintain a low profile) 9.แต่งกายและประพฤติตนในที่สาธารณะเหมือนคนทั่วไป หลีกเลี่ยงการใส่เครื่องแบบหรือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ (Dress/behave in public consistent with local customs. Avoid wearing uniform, clothing with flags, logos, etc.) 
 
                           10.อย่าให้มีเครื่องหมายหรือสติกเกอร์ของหน่วยงานติดไว้ที่กระเป๋า (No department related sticker, decals, logos on luggage, briefcases, shopping bags, etc.) 11.หากไม่จำเป็น อย่าสวมเครื่องแบบในที่สาธารณะ (Unless necessary, dont wear uniform or military items in public) 12.พยายามหลีกเลี่ยงการทำตัวเป็นข่าว หรือหลีกเลี่ยงการเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน (Shun publicity) 13.ตื่นตัวต่อการถูกสะกดรอย พยายามสังเกตคนรอบข้างและบุคคลที่น่าสงสัยอยู่ตลอด (Be alert for surveillance attempts, suspicious persons or artivities, and report them to proper authorities) และ 14.เตรียมพร้อมรับมือการถูกโจมตี ถูกทำร้ายอยู่ตลอด แม้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยก็ตาม (Be alert to, and aware of changes in, the security atmosphere)
 
                           พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ระบุว่า จากการศึกษาข้อมูลการวิจัยที่เกี่ยวกับการก่อการร้ายหลายๆ แห่งทั่วโลก พบว่าในการต่อสู้กับการก่อการร้ายนั้น ไม่ควรมุ่งเน้นการเอาชนะแต่ควรให้ความสำคัญกับการทำอย่างไรให้คนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด โดยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน เพราะต้องยอมรับความจริงว่าสถานการณ์ในพื้นที่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ดังนั้นจะใช้วิธีการเหมือนที่ทำตามปกติไม่ได้ 
 
                           ส่วนหลักการที่รวบรวมไว้ครั้งนี้ เป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ซึ่งโครงการโรงเรียนตำรวจนอกเวลามีความคิดจะนำข้อมูลนี้ไปถ่ายทอดอธิบายให้เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ได้นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับการดำเนินชีวิตของแต่ละคน
 
 
 
---------------------
 
(ออกคู่มือ 'ดูแลตัวเอง' ฝ่าวิกฤติชายแดนใต้ : โดย...วิศิษฏ์ ชวนพิพัฒน์พงศ์)