
ฤดูกาลสนุกสนานของ 'สเปอร์ส'
12 เม.ย. 2557
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ฤดูกาลสนุกสนานของ 'สเปอร์ส'
"ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เป็นทีมที่มีสีสันมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ยึดหน้าข่าวจากบรรดาทีมใหญ่ๆ ได้พอสมควร กับการขาย แกเรธ เบล ได้เงินก้อนโต จากนั้นก็ไปช็อปปิ้งเอานักเตะชั้นดีเข้ามาเสริมทีมมากมาย จากนั้นกลายเป็น อังเดร บียาส โบอาส อยู่ไม่ได้ ทิม เชอร์วูด เข้ามาแทนพร้อมกับการกลับมาแจ้งเกิดของ เอมมานูเอล อเดบายอร์ และนักเตะดาวรุ่งหลายคน แต่สุดท้ายปลายฤดูกาลนี้ก็คงเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
เรื่องของ อังดร บียาส โบอาส เป็นเรื่องปกติธรรมดาของกุนซือทุกคน การที่มีนักเตะหน้าใหม่เข้าทีมมามากมาย การที่จะจัดทีมให้ได้ลงตัว และใช้ได้เลยในเวลาอันสั้น เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ และสุดท้าย ดาเนียล เลวี ก็ไม่มีความอดทนพอ ยอมแม้กระทั่งตั้ง ทิม เชอร์วูด ขึ้นมาเป็นกุนซือคนใหม่ ด้วยความคิดที่กลับไปกลับมา ช่วงแรกเหมือนจะให้เป็นกุนซือชั่วคราว แต่หลังจากผลงานทีมดีขึ้นก็ให้สัญญา 18 เดือน มาตอนนี้ก็อยากได้ผู้จัดการทีมคนใหม่อีกครั้ง
เรื่องของโบอาส จบไปนานแล้ว ตอนนี้ก็ได้งานใหม่ที่เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่เรื่องราวของเชอร์วูด แม้จะได้คุมทีมเพียงแค่ 4 เดือน แต่ก็กลายเป็นผู้จัดการทีมที่สร้างบุคลิกและการเล่นของทีมที่สร้างความสนุกสนานให้แฟนบอลของสเปอร์ส รวมทั้งบรรยากาศโดยรวมของพรีเมียร์ลีกได้ไม่น้อย ก่อนหน้านี้แม้ว่าผลงานจะลุ่มๆ ดอนๆ มาบ้าง แต่เกมมันเดย์ไนท์ นัดล่าสุด สเปอร์ส ภายใต้การทำทีมของเชอร์วูด ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการไล่ถล่ม "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ได้ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน 5-1
เป็นเกมที่กุนซือรายนี้ที่บุคลิกได้รับการหนุนหลังจากแฟนบอลสเปอร์สอยู่แล้ว ยิ่งได้ใจเข้าไปอีก แต่ที่น่าเสียดายคือคงเป็นที่แน่นอนแล้วว่ากุนซือวัย 45 ปี จะไม่ได้อยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า
หลังเกมดังกล่าว เชอร์วูด บอกอย่างชัดเจนแล้วว่า สเปอร์ส จะมีการจัดการใหม่ในฤดูกาลหน้า แม้สัญญา 18 เดือนเพิ่งจะเซ็นไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเท่านั้น แต่เจ้าตัวก็ยังภูมิใจว่างานสั้นๆ ครั้งนี้ยังสร้างความสนุกสนานให้แฟนบอลได้
"มันเป็นเกียรติที่ได้เป็นผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลสโมสรนี้ และหากว่าคุณมีคำถามเกี่ยวกับอนาคตของผม คุณจะต้องไปถามคนที่จ้างผม ผมไม่อยากให้ใครรู้สึกเสียใจในเรื่องของผม มันเป็นโอกาาสที่สุดยอดแล้ว และผมภูมิใจมากที่ได้เป็นผู้จัดการทีมที่นี่" เชอร์วูดเผย
ถึงการทำทีมของเชอร์วูด จะลุ่มๆ ดอนๆ ขึ้นๆ ลงๆ แต่ถึงตอนนี้ก็ยังเป็นกุนซือที่ถือว่ามีเปอร์เซ็นต์ชัยชนะที่ดี ด้วยการทำผลงานชนะถึง 58.8 เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่าผู้จัดการทีมทุกคนในย่านลอนดอนเหนือ
จุดเด่นของกุนซือรายนี้คือ การเน้นหนักที่หัวใจของนักเตะ มีการปลุกเร้าที่ดีจจากบุคลิกท่าทางที่แสดงออกมา รวมทั้งยังมีจุดแข็งในเรื่องการมองนักเตะ ที่มองได้ค่อนข้างถูกทางว่าผู้เล่นแต่ละคนในทีมมีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไรบ้าง จึงเป็นโอกาสให้ เอมมานูเอล อเดบายอร์ กลับมาเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมอีกครั้ง รวมทั้งมีการปรับเปลี่ยนทีมของ อังเดร บียาส โบอาาส ในช่วงกลางฤดูกาล ด้วยการดันนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาเล่น และนักเตะค่าตัวแพงอย่าง เปาลินโญ ซานโตส กับ โรเบร์โต โซลดาโด ถูกดร็อปออกจากทีมบ่อยครั้ง
เรื่องของการเสริมทัพ ใจจริงแล้วหากยังได้ทำทีมต่อก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าสนใจเช่นกัน เพราะเป้าหมายแต่ละคนที่เชอร์วูด เล็งเอาไว้น่าจะสร้างความแข็งแกร่งให้ทีมได้ไม่น้อยไมว่าจะเป็น แอชลีย์ โคล แบ็กซ้ายของเชลซี, เจมส์ มิลเนอร์ กองกลางแมนฯ ซิตี, อดัม ลัลลานา กองกลางเซาแธมป์ตัน และ โลเมลู ลูคาคู หัวหอกเชลซีที่กำลังโชว์ฟอร์มได้ดีกับ เอฟเวอร์ตัน แค่นึกถึงนักเตะเหล่านี้ว่าจะย้ายมาอยู่กับ สเปอร์ส ก็เป็นเรื่องสนุกแล้ว แต่น่าเสียดายที่เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้น
ที่ว่าน่าเสียดายคือ เชอร์วูด เห็นแล้วว่าการเซ็นสัญญาเอานักเตะจากต่างแดนมาพร้อมกัน 7 คน เป็นสิ่งที่ล้มเหลว เนื่องจากในทีมจะมีนักเตะใหม่ถึง 7 คน ที่ไม่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมาก่อน ดังนั้นนักเตะที่อยากได้เข้ามาจึงเป็นนักเตะในพรีเมียร์ลีกล้วนๆ
อย่าง อเดบายอร์ ที่ร่วมงานกับกุนซือรายนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ในช่วงที่เชอร์วูด ยังเป็นเพียงแค่สตาฟฟ์โค้ช ดังนั้นจึงรู้ถึงฝีเท้ากันเป็นอย่างดี แต่การกลับมาจากการถูกแช่แข็งไม่นานก็ยิงให้ทีมได้แล้วถึง 13 ประตูจาก 19 นัด ขณะที่กลุ่มนักเตะค่าตัว 100 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ ถึงตอนนี้ดูจะมี คริสเตียน อีริคเซน เพียงคนเดียวที่ดูแล้วคุ้มทุนสักหน่อย ส่วนที่กำไรก็คือการที่ เชอร์วูด ดึงเอา นาบิล เบนทาเลบ กับ แฮร์รี เคน ขึ้นมาเปิดตัวในทีมชุดใหญ่ และตอนนี้ถือว่าแจ้งเกิดไปเรียบร้อยแล้ว
ช่วงเวลาเพียงไม่นาน เชอร์วูด สร้างบรรยากาศที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ได้ดีกว่าสมัยของ โบอาส อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตามความพ่ายแพ้แบบเละเทะ และสู้ไม่ได้ต่อทีมใหญ่อย่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี, "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี และ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้ ดาเนียล เลวี ประธานสโมสรว่ากุนซือรายนี้ยังไม่เหมาะสมกับการทำทีมใหญ่ อีกทั้งยังไม่สามารถรอให้สร้างทีมอีกครั้งในฤดูกาลหน้าได้แล้ว รวมทั้งอยากได้ผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ในเกมระดับสูงเข้ามาใหม่ในฤดูกาลหน้า
เป้าหมายเรื่องการคว้าอันดับ 4 ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าเป็นเรื่องที่ลืมไปได้แล้ว เพราะแพ้ทีมใหญ่มาตลอด ขณะที่การคว้าอันดับ 5 ไปเล่นยูโรปาลีก แบบแน่นอนก็ยังดูมืดมนอยู่ และก็ไม่น่าจะเป็นเชอร์วูด เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ตกเป็นแพะ แม้กระทั่ง ฟรังโก บัลดินี ผู้อำนวยการเทคนิคก็คาดว่าจะถูกปลดในช่วงฤดูร้อนเช่นกัน
ขณะที่เป้าหมายกุนซือคนใหม่ในฤดูกาลหน้า เคาะแล้วมีทางเลือกอยู่เพียง 2 คนเท่านั้นคือ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ประกาศตัวแล้วว่าจะอำลาทีมชาติฮอลแลนด์หลังจบฟุตบอลโลกที่บราซิล ขณะที่อีกรายเป็นกุนซือขาขึ้น และเป็นกุนซือหนุ่มอย่าง เมาริซิโอ โปเชตติโน ที่ปรับทีมเล็กๆ อย่าง เซาแธมป์ตัน มีผลงานที่อยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกได้อย่างสบายๆ
ตอนนี้ ฟาน กัล ถูกมองว่าเป็นเต็ง 1 และคาดว่ายังไง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังคงไว้ใจให้ เดวิด มอยส์ ทำทีมต่อไป คู่แข่งของสเปอร์ส จึงถือว่ามีน้อย ขณะที่ โปเชตติโน ถึงจะเป็นรอง แต่อย่างน้อยก็คาดว่าน่าจะมีการเรียกตัวมาสัมภาษณ์กันสักหน่อย และตัวกุนซืออาร์เจนไตน์คงอยากได้งานนี้เพราะปฏิเสธการต่อสัญญาที่เหลือ 1 ปีไปเรียบร้อยแล้ว และในทีมเองก็กำลังจะขาย ลุค ชอว์ กับ อดัม ลัลลานา 2 กำลังสำคัญหลังจบฤดูกาลนี้
ขณะที่ตัว ทิม เชอร์วูด คงใช้เกมในพรีเมียร์ลีกที่เหลืออยู่ 5 นัดให้สนุกสนานที่สุดในฤดูกาลที่สนุกสนานและวุ่นวายของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ฤดูกาลนี้



