
โลกร้อนทำลายรส 'เบียร์'
12 เม.ย. 2557
เวิลด์วาไรตี้ : โลกร้อนทำลายรส 'เบียร์' : โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ดูเหมือนว่า ภาวะโลกร้อนจะค่อยๆ พ่นพิษ ทำลายชีวิตประจำวันของพลเมืองโลกไปทีละนิดละหน่อย โดยที่เราๆ ท่านๆ ไม่รู้ตัว เพียงอาจสัมผัสว่า ฤดูกาลเปลี่ยนไป เช่น ในช่วงที่ผ่านมาฤดูหนาวในประเทศไทยหนาวจัดและยาวนานเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนคนไทยก็รู้สึกถึงความร้อนที่แผดเผาร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงมากเป็นพิเศษ แม้จะเพิ่งเข้าสู่ช่วงต้นเดือนเมษายนเท่านั้น
ขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น อังกฤษ ก็เผชิญกับภาวะน้ำท่วมรุนแรง เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง และหลายประเทศในยุโรปเหนือก็เผชิญกับภาวะหนาวเย็นรุนแรงและยาวนาน จนนักวิทยาศาสตร์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ผิดปกติ" และสืบค้นหาสาเหตุก็พบว่า ต้นตอของปัญหามาจาก "ภาวะโลกร้อน" ที่เป็นต้นเหตุของ "ภาวะเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ" ที่ทำให้เกิดการผันผวนในฤดูกาลและสภาพอากาศในทุกพื้นที่ของโลกใบนี้
นอกจากมนุษย์เราจะเผชิญกับความไม่สบายทางกายที่สัมผัสได้แล้ว ยังต้องเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับปากท้องอีกด้วย เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง เนื่องจากเกิดภาวะแห้งแล้งในพื้นที่ทำการเกษตร แม้แต่ปศุสัตว์ก็มีเนื้อน้อยลง เนื่องจากอากาศร้อนสัตว์ไม่ยอมกินอาหาร
ภาวะโลกร้อนยังจะทำให้คอเบียร์ทั้งหลายเดือดร้อนอีกด้วย เพราะนอกจากโลกร้อนจะทำให้เบียร์มีราคาสูงขึ้นแล้ว ยังทำให้รสชาติเบียร์เปลี่ยนไปจากเดิมอีกด้วย
เรื่องนี้เป็นเสียงเตือนจากนายปีเตอร์ กูออส นักศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิศวพันธุกรรมแห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ในบริสเบน ออสเตรเลีย ที่ทำวิจัยผลกระทบของสภาวะโลกร้อนต่อราคาและคุณภาพของเบียร์ เครื่องดื่มยอดนิยมระดับโลก
นายกูออสทำวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของสภาพอากาศต่อคุณภาพของผลิตผลต้นทางของเบียร์ นั่นคือ "ข้าวบาร์เลย์" โดยพบว่าสภาพของโลกร้อนทำให้ปริมาณแป้งในเม้ดข้าวบาร์เลย์ลดลง เนื่องจากข้าวบาร์เลย์ไม่ได้รับหรือสูญเสียน้ำออกจากลำต้นมากเกินไป ซึ่งเมื่อเทียบกับข้าวบาร์เลย์ที่ได้รับน้ำอุดมสมบูรณ์ก็พบความแตกต่างของคุณภาพข้าวอย่างมาก
ข้าวที่อดน้ำจะให้ปริมาณโปรตีนมากเป็นพิเศษ และมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวยาวนานกว่าปกติ
ซึ่งถ้าไปถามผู้ปรุงเบียร์แล้วจะรู้ทันทีเลยว่า คุณภาพของเมล็ดข้าวบาร์เลย์ และปริมาณ รวมทั้งคุณภาพแป้งในข้าวบาร์เลย์ เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเบียร์ให้มีคุณภาพ และเมื่อเทียบในเชิงเศรษฐศาสตร์ การปรุงเบียร์ให้มีคุณภาพเท่าเดิม ด้วยผลผลิตด้อยคุณภาพ ก็ต้องเพิ่มปริมาณผลผลิตตั้งต้น นั่นคือ ข้าวบาร์เลย์มากขึ้น เพื่อให้ได้รสชาติเบียร์แบบเดิม ซึ่งนั่นทำให้ต้นทุนเบียร์สูงขึ้นตามไปด้วย
พร้อมกับการวิจัยถึงปัญหานายกูออสก็ได้วิจัยค้นคว้าเพื่อสร้างพันธุ์ข้าวบาร์เลย์ที่ทนแดด ทนร้อน แต่ยังคงสามารถผลิตเม็ดข้าวคุณภาพสูง เพื่อรองรับสถานการณ์ความผันผวน ความแล้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ยังมีจำนวนผลิตน้อย ไม่สามารถนำไปปลูกในระดับอุตสาหกรรมได้
ไม่ว่าจะอย่างไร ต้นทุนการผลิตเบียร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้คุณภาพของเบียร์เท่าเดิม ทั้งจากปัจจัยของการผลิตข้าวบาร์เลย์ และการจัดหาน้ำที่นำมาใช้ในการผลิตเบียร์ เนื่องจากสภาวะแห้งแล้งที่จะมากับสภาพอากาศผันผวนเพราะโลกร้อน
แต่ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีของผู้ที่อยากจะ ลด ละ เลิก สุราเมรัย ที่ใช้วิกฤติราคาเบียร์และคุณภาพที่ลดลง ในการ "หยุด" ดื่มอย่างเด็ดขาด น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด



