แนะเส้นทางเลี่ยงรถติดทั่วไทยช่วงสงกรานต์
แนะเส้นทางเลี่ยงรถติดทั่วไทยช่วงสงกรานต์ ทางหลวงเตรียมเปิดช่องจราจรพิเศษถนนมิตรภาพ
วันที่ 11 เมษายน 2557 เวลา 08.00 น. พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. นำคณะสื่อมวลชน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บ.ตร. เพื่อบินสำรวจสภาพการจราจรในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ เส้นทางมอเตอร์เวย์ - ถ.พหลโยธิน ขาออก และ ถ.มิตรภาพ พร้อมตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการตำรวจและอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ หน่วยบริการตำรวจทางหลวงทับกวาง จว.สระบุรี
เตรียมเปิดช่องจราจรพิเศษบรรเทารถติดถ.มิตรภาพ
ขณะที่นายอดุลย์ เชาว์วาทิน ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่ 8 ( ผอ.สน.ทล.8) นครราชสีมา เปิดเผยว่า รับรายงานสภาพการจราจร บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ถ.มิตรภาพ ขณะนี้มีปริมาณยานพาหนะแล่นผ่านประตูหน้าด่านอีสาน ค่อนข้างคับคั่ง ส่วนใหญ่เป็นยานพาหนะส่วนบุคคล ทำให้เริ่มติดสะสมบริเวณทางแยก ทางร่วม การบรรเทาปัญหาจราจรคับคั่ง และ ลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ตลอดระยะทาง 220 กิโลเมตร ตั้งแต่ อำเภอมวกเหล็ก สระบุรี ถึง อ.พล จ.ขอนแก่น ได้นำวัสดุแท่งแบริเออร์ มาวางกั้นจุดกลับรถ 28 จุด จากจำนวนทั้งสิ้น 88 จุด พร้อมเน้นสัญญาณไฟจราจรสีเขียว เพื่อเร่งระบายปริมาณยานพาหนะช่วงทางหลัก
โดยตนได้สั่งการให้ประเมินสถานการณ์หากการจราจรวิกฤต ให้พิจารณาเปิดช่องทางพิเศษชั่วคราว ให้รถยนต์แล่นสวนทางกันได้จำนวน 4 จุด 1.ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 35-54 สะพานมวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ถึง ฟาร์มโชคชัย ต.กลางดง อ.ปากช่อง 2.ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 103 ถนนมิตรภาพ เส้นทางผ่านทางแยกต่างระดับสีคิ้ว 3.ช่วงเส้นทางเลี่ยงเมือง ถ.ปักธงชัย-จอหอ ถึงทางแยกบ้านหนองกระดังงา ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง และ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 204-208 ทางแยกตลาดแค ถึงบ้านโนนทราย อ.โนนสูง
สงกรานต์คนกรุงอยากใช้ชีวิตกับคนในครอบครัว
ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดเทศกรานต์สงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความสุขที่มีวันหยุดยาวตั้งแต่วันที่ 13 -16 เม.ย.2557 ทางสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มศว ได้ดำเนินการำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมของคนไทยในวันสงกรานต์ที่จำมาถึง โดยทำการสำรวจจากประชากรชาวไทยที่พักอาศัยในกุงเทพฯ จำนวน 1,047 คน พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ร้อยละ 61.5 เป็นคนที่มีภูมิลำเนาในกรุงเทพฯร้อยละ 59.4 รองลงมามีภูมิลำเนาในภาคอีสาน ร้อยละ 14.0 พบผลสำรวจดังนี้
คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่คิดว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้คงไม่ค่อยสนุกเพราะปัญหาการเมือง (ร้อยละ 32.3) คงไม่ไปเล่นน้ำเพราะกลัวไม่ปลอดภัย (ร้อยละ 30.5) ตั้งใจจะไปเล่นน้ำที่ไหนก็ได้ที่ไกลๆ ม๊อบ (ร้อยละ 21.7) และส่วนน้อยที่สุดคือ ตั้งใจจะไปเล่นน้ำด้วย ไปร่วมแสดงออกทางงการเมืองด้วย (ร้อยละ 13.2) - สิ่งที่คนกรุงเทพฯ ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยในวันสงกรานต์คือ อุบัติเหตุบนถนนเพราะเมาแล้วขับ (ร้อยละ 32.5) การลวนลามทางเพศ (ร้อยละ 27.7) อุบัติเหตุบนถนนเพราะการเล่นน้ำ (ร้อยละ 20.1) เที่ยวสนุก...ลืมพ่อลืมแม่ (ร้อยละ 12.2) กระเทย/ผู้หญิงเต้นโคโยตี้ไม่เลือกที่ (ร้อยละ 3.1) พระ/เณรเล่นน้ำ (ร้อยละ 2.4) -เรื่องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีคนที่ตั้งใจจะดื่มแค่เมานิดหน่อยเฉพาะกับเพื่อนฝูง (ร้อยละ 23.7) ตั้งใจเมาแน่แต่ไม่ซ่า (ร้อยละ 9.8) ในขณะที่ ร้อยละ 16.7 ตั้งใจว่าจะไม่ดื่ม... เพราะกลัวมีเรื่อง
ในประเด็นครอบครัว สิ่งที่คนกรุงเทพฯ อยากทำให้ผู้สูงอายุในครอบครัวมากที่สุดคือ ทำอาหารรับประทานในครอบครัว (ร้อยละ 33.4) รองลงมาคือ พาไปเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว (ร้อยละ 25.0) พาไปวัดทำบุญร่วมกัน (ร้อยละ 23.2) และซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ไปเพื่อแสดงความกตัญญูน้อยที่สุด (ร้อยละ 9.2) ประเด็นพฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ ในวันสงกรานต์มีดังนี้ คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่คิดถึงพ่อแม่มากที่สุดในวันสงกรานต์ (ร้อยละ 55.7) รองลงมาคือ ปู่ย่า/ตายาย (ร้อยละ 55.7) และเพื่อนฝูง (ร้อยละ 14.1) คิดถึงแฟน สามี/ภรรยาและลูก และกิ๊ก น้อยที่สุด (ร้อยละ 4.7, 4.3 และ 0.8 ตามลำดับ) สิ่งที่คนกรุงเทพฯ ตั้งใจทำในวันสงกรานต์มากที่สุดคือ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และเข้าวัดทำบุญสรงน้ำพระ (ร้อยละ 40.4 และ 36.4) เล่นน้ำตามแหล่งที่มีชื่อเสียง เช่น ถนนสีลม ข้าวสาร และ อาร์ซีเอ (ร้อยละ12.8) และดื่มกินกับเพื่อนฝูงน้อยที่สุด (ร้อยละ 8.6)
ในวันสงกรานต์คนกรุงเทพฯ อยากเที่ยวกับครอบครัวมากที่สุด (ร้อยละ 62.0) รองลงคือ เที่ยวกับเพื่อน (ร้อยละ 21.0) และอยากเที่ยวกับแฟนและกิ๊กน้อยที่สุด (ร้อยละ 3.6) สถานที่เที่ยวสงกรานต์ที่คนกรุงเทพฯ ตั้งเป้าไว้มากที่สุดคือ พัทยา/บางแสน (ร้อยละ 24.9) รองลงมาคือ ถนนสีลม (ร้อยละ 20.7) ถนนข้าวสาร (ร้อยละ20.1) และ อาร์ซีเอ (ร้อยละ11.8) วิธีเล่นน้ำสงกรานต์ที่คนกรุงเทพฯ เลือกมากที่สุดคือ เล่นน้ำแบบไทยๆ ใส่น้ำอบ รถที่ไหล่ แขน มือ (ร้อยละ50.3) รองลงมาคือ เล่นน้ำแบบสนุกสุดเหวี่ยง ใช้ปืนแรงดันสูง ฉีดสายยาง (ร้อยละ 14.8) เล่นน้ำแบบฮาร์ทคอร์ ตั้งแก๊งกระบะ/มอเตอร์ไซด์สาดน้ำสู้กัน (ร้อยละ 13.2) เล่นน้ำแบบเมาๆ เล่นน้ำไป...กินเหล้าไป (ร้อยละ 11.2) ในขณะที่เล่นน้ำแบบมืออาชีพ ใช้แป้งผสมสี เม็ดแมงลัก น้ำแข็งแห้งน้อยที่สุด (ร้อยละ 6.2)
วิธีการเดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่จะใช้มากที่สุดคือ รถไฟฟ้าเพราะเดินทางสบายๆ (ร้อยละ 34.7) เดินไปเรื่อยๆ...เจอตรงไหนก็เล่นตรงนั้น (ร้อยละ 34.2) นั่งหลังกระบะ (ร้อยละ 18.3) ต้องแว๊นเท่านั้น (ร้อยละ 6.4) วิธีการแต่งตัวเล่นน้ำที่ตรงใจมากที่สุด คือ ต้องไม่ให้โป๊เวลาตัวเปียก (ร้อยละ 69.4) แต่ก็มีผู้หญิงที่ตั้งใจจะใส่ข้างบนรัดรูป...ข้างล่างสั้นหน่อย (ร้อยละ 6.9) และใส่เสื้อในสีจี๊ดจ๊าด...เสื้อนอกบางเฉียบ (ร้อยละ 5.2) ผู้ชายที่ตั้งใจจะใส่เสื้อแขนสั้น...โชว์กล้ามเป็นมัด (ร้อยละ 9.8) และเน้นกางเกงเอวต่ำ...โชว์ขอบบ็อกเซอร์ (ร้อยละ 5.0) ประเด็นความคิดเห็นคนต่างชาติที่เข้าร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ ชาวต่างชาติควรได้เล่นน้ำาแบบสุภาพ/น้ำลอยดอกมะลิ/ใส่น้ำอบไทยมากที่สุด (ร้อยละ 42.6) รองลงมาคือ ได้เล่นน้ำสุดจี๊ด เช่น ถนนข้าวสาร ถนนสีลม (ร้อยละ 26.1) และคิดว่าควรได้ร่วมทำบุญสรงน้ำพระ ก่อเจดีย์ทรายร้อยละ 21.6 สิ่งที่คนกรุงเทพฯ ชอบมากที่สุดในเทศกาลสงกรานต์คือ วันหยุดยาวพักผ่อนเยอะ (ร้อยละ 37.6) พบปะญาติพี่น้องพร้อมหน้าบิดามารดา (ร้อยละ 32.9) และได้เฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ (ร้อยละ 9.1)
สิ่งที่ดีงามของไทยที่มีในเทศกาลกรานต์คือ การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ (ร้อยละ 35.8) การพบปะกันในครอบครัว (ร้อยละ 23.0) การกตัญญูกตเวที (ร้อยละ 16.9) และการแต่งกายแบบไทยน้อยที่สุด (ร้อยละ 6.2) สิ่งที่ต้องการให้คนไทยมีการปฏิบัติสืบทอดไปยังคนรุ่นหลังต่อไปคือ การทำบุญสรงน้ำพระ/ก่อเจดีย์ทราย (ร้อยละ 28.3) รองลงมาคือ การให้ความสำคัญกับครอบครัว (ร้อยละ 27.5) การเล่นน้ำแบบไทย (ร้อยละ 22.3) ในขณะที่การแต่งกายตามประเพณีไทย (ร้อยละ 9.7) การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ (ร้อยละ 7.4) และการทำบุญบ้าน/อัฐิบรรพบุรุษ (ร้อยละ 2.7) กิจกรรมดีๆ ในเทศกาลสงกรานต์ที่นึกถึงเป็นสิ่งแรก คือ รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ (ร้อยละ 42.7) ทำบุญส่งท้ายปี



