
รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง
11 เม.ย. 2557
รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ : ประภัสสร เสวิกุล psevikul.com
ผมไปเสียมราฐมาเป็นครั้งที่ 7 ในรอบ 10 ปี ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมผมถึงต้องกลับไปเสียมราฐบ่อย พอๆ กับฮานอย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผมไปหลงมนต์เสน่ห์ของเสียมราฐหรอกครับ เพราะทุกครั้งที่ไปก็จะต้องถูกจัดให้ไปเยือนนครวัด นครธม ปราสาทตาพรหม หรือบันทายศรี และทุกครั้งผมก็บอกกับตัวเองว่า ผมจะไม่ไปนครวัดอีกแล้ว เพราะทั้งร้อน และป่ายปีนบันไดอย่างทุลักทุเล แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ ต้องตากแดด และไต่บันไดนครวัดทุกครั้งไป
ผมไปเสียมราฐคราวนี้ เพื่อร่วมในการประชุมวรรณกรรมแม่น้ำโขง ครั้งที่ 5 ซึ่งปีนี้กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ โดยในการประชุมจะมีการมอบรางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขงให้นักเขียนประเทศต่างๆ ด้วย
สำหรับรางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขงนี้ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 โดยเป็นความร่วมมือด้านวรรณกรรมของเวียดนาม ลาว และกัมพูชา และหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพทุก 2 ปี
เมื่อปี 2555 ในการประชุมวรรณกรรมแม่น้ำโขง ครั้งที่ 4 ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม สมาคมนักเขียนเวียดนามซึ่งเป็นเจ้าภาพในขณะนั้น ได้เชิญสมาคมนักเขียนไทยร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ และที่ประชุมมีมติให้รับสมาคมนักเขียนไทยเป็นสมาชิกใหม่ ซึ่งทำให้ในการประชุมที่เสียมราฐคราวนี้ นอกจากจะเข้าร่วมในฐานะสมาชิกโดยสมบูรณ์แล้ว สมาคมนักเขียนยังได้พิจารณาเสนอชื่อนักเขียนไทย จำนวน 3 คน เพื่อรับรางวัลแม่น้ำโขงด้วย โดยพิจารณาจากผลงานที่ทรงคุณค่า รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจอันดี และมิตรภาพ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งนักเขียนที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง ครั้งแรกของประเทศไทยได้แก่ กฤษณา อโศกสิน จากนวนิยายเรื่อง "จำหลักไว้ในแผ่นดิน" ที่กล่าวถึงชาวกัมพูชาที่หลบหนีภัยสงครามเข้ามาพำนักในประเทศไทยในสมัยที่เขมรแดงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ชาวกัมพูชาที่บ้านแตกสาแหรกขาด จึงได้รับการอนุเคราะห์อย่างอบอุ่น, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ จากรวมบทกวี "เขียนสุวรรณภูมิ ลาว" และ "เขียนแผ่นดินสุวรรณภูมิ เวียดนาม" ซึ่งถ่ายทอดสภาพของบ้านเมือง ทิวทัศน์ สถานที่สำคัญ และวิถีชีวิตของผู้คน ในประเทศลาว และเวียดนาม ออกมาเป็นบทกวีที่งดงามและทรงพลัง, ธีรภาพ โลหิตกุล จากสารคดีชุดอุษาคเนย์ ที่นำเสนอภาพของประชาชนในดินแดนอุษาคเนย์ ในมุมมองที่หลากหลายอย่างมีชีวิตชีวา
มีบางคนถามผมว่า รางวัลแม่น้ำโขงนี้ ซ้ำซ้อนกับรางวัลซีไรต์หรือไม่? ซึ่งผมได้ให้คำตอบว่า วัตถุประสงค์ของการตั้งรางวัลก็ดี กฎเกณฑ์กติกาก็ดี หรือกระบวนการคัดสรรผู้สมควรได้รับรางวัลก็ดี มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
กล่าวโดยสรุปก็คือ วรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียน หรือซีไรต์ ในส่วนของไทยนั้น ในระยะหลังๆ มานี้ เป็นการมุ่งเน้นไปในเรื่องการสร้างนวัตกรรมด้านงานเขียน ขณะที่รางวัลแม่น้ำโขง ในส่วนของไทยนั้น ให้ความสำคัญแก่ผลงานที่ทรงคุณค่า และส่งเสริมความสัมพันธ์ หรือความเข้าใจอันดีของประเทศกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งในการประชุมที่เสียมราฐคราวนี้ ก็ได้มีการรับพม่าเข้าเป็นสมาชิกใหม่ และพิจารณาที่จะรับจีนเข้าร่วมด้วย
มีคำถามอีกว่า รางวัลในเมืองไทยเฟ้อเกินไปหรือไม่? โดยส่วนตัวผมคิดว่า ยิ่งมีรางวัลมาก ๆ และหลากหลายก็ยิ่งดี เพราะจะเป็นกำลังใจให้นักเขียนสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ เพียงแต่รางวัลนั้นๆ จะต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานของรางวัลด้วย รางวัลนั้นถึงจะได้รับความเชื่อถือและการยอมรับจากคนทั่วไป
สุดท้ายนี้คงต้องขอแสดงความยินดีกับ พี่กฤษณา อโศกสิน, พี่เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และคุณธีรภาพ โลหิตกุล อีกครั้งครับ
-----------------------
(รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ : ประภัสสร เสวิกุล psevikul.com)



