
แม่กลองโมเดล 'บุญยืน' ย้ำจุดยืนภาคประชาชน
11 เม.ย. 2557
แม่กลองโมเดล 'บุญยืน' ย้ำจุดยืนภาคประชาชน : กัมปนาท ขันตระกูล ... รายงาน
เดินหน้าชน ต่อสู้แบบหลังผิงฝา เพื่อพิทักษ์แผ่นดินถิ่นเกิดเมื่อราว 20 ปีก่อนจนถูกขนานนาม "คนบ้า" แห่งบางแก้ว-บางจะเกร็ง สำหรับวันนี้ "บุญยืน ศิริธรรม" นำความบ้าดังว่านั้น พาตัวเธอเองเข้าสู่สภาสูง บันไดอีกขั้น เพื่อก้าวกระโดดสู่การยกระดับการต่อสู้จากเวทีท้องถิ่นสู่สมรภูมิใหญ่
สนามเลือกตั้งสมุทรสงครามหรือเมืองแม่กลองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าจับตายิ่ง บางคนมองเลยไปถึงขั้นที่ว่า ปรากฏการณ์เลือก "คนบ้า บุญยืน ศิริธรรม" ควรจะเป็นโมเดลสำหรับพื้นที่อื่นๆ เพราะกระบวนการ "ตัดสินใจ" หย่อนบัตรเลือกตั้งที่นี่สามารถตอบโจทย์ข้อใหญ่และยากที่สุดของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย
เพราะไม่มีอิทธิพลการเมือง หรือแม้แต่แรงส่งกระสุนดินดำเข้ามาเป็นปัจจัยชี้นำ หากแต่ความเป็นอิสระของผู้สมัครบวกกับกิจกรรมเพื่อสังคมและท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็งต่างหากที่เป็นตัวชี้วัด ดังเช่นที่ ครูยุ่น "มนตรี สินทวิชัย" และ ส.ว.เจี๊ยว "สุรจิต ชิรเวทย์" ได้ลงหลักปักธงเอาไว้ต่อเนื่องกันมา 12 ปี
บุญยืนเอาชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง "ธนวุฒิ โมทย์วารีศรี" คนดังแห่งบ้านปราโมทย์ อ.บางคนที ด้วยคะแนนทิ้งห่างกันระหว่าง 22,933 กับ 13,078 คะแนน แม้ตัวเลขจะไม่มากนัก เพราะจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ที่บางตา แต่ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทิศทางเดียวกับการปฏิเสธบางอย่างของคนแม่กลองที่จะกล่าวต่อไป
ปี 2543 คนแม่กลองเคยเลือก "ครูยุ่น" เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก เป็น "ส.ว.เลือกตั้ง" คนแรก ตามด้วย ปี 2551 "สุรจิต" ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม ก็ได้รับเลือกเป็น ส.ว.สมุทรสงคราม "สุรจิต" เป็นแกนนำเครือข่ายประชาชนคนรักแม่กลอง, อนุกรรมการลุ่มน้ำแม่กลอง, อนุกรรมการสิทธิในทรัพยากรทะเลและชายฝั่งในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่วน "ครูยุ่น" มีผลงานและบทบาทพิทักษ์สิทธิเด็กอันเป็นกิจกรรมระดับชาติที่ทุกคนรู้ดี
ปี 2544 คนแม่กลองเลือก "รังสิมา รอดรัศมี" จากพรรคประชาธิปัตย์ โดยตำนานการเมืองแห่งดินแดนสามน้ำก่อนหน้านั้น แข่งขันอยู่ระหว่าง "ไพโรจน์ ไชยพร" แห่งกิจสังคม (2526-2529) "วิโรจน์ ณ บางช้าง" พรรคประชาธิปัตย์ (2531) และ "ว่าที่ ร.ต.นุกูล ธนิกุล" จากพรรคความหวังใหม่(2535) แต่ทว่าอดีตพยาบาลผู้นี้ได้ผูกขาดเก้าอี้ ส.ส.แม่กลองมายาวนานถึงวันยุบสภา 9 ธันวาคม 2556
แม้รังสิมาจะยืนอยู่ฝ่ายค้านนับแต่ก้าวแรกที่เข้าสภาเมื่อพรรคของประชาธิปัตย์พ่ายแพ้พรรคไทยรักไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชนิดทิ้งห่างกัน 1 เท่าตัวในการเลือกตั้งทั่วไป 2544 หากแต่เธอก็สามารถครองเก้าอี้อยู่ได้ยาวนานติดต่อกันกว่า 10 ปี (เว้นช่วงรัฐประหาร 2549)
นั่นก็เพราะบทบาทของเธอที่ผสมผสานกลมกลืนจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันกับการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งแน่นอนว่าในจำนวนนั้นย่อมมี "ครูยุ่น" และ "สุรจิต" เป็นหัวหอกรวมอยู่ด้วย จนว่ากันว่า คะแนนเสียงของรังสิมา น่าจะอยู่ในฐานเดียวกับเสียงส่วนใหญ่ของจังหวัดที่เลือก 3 ส.ว.ผู้อุทิศตนเพื่อสังคม
ชัยชนะของรังสิมา กับ บุญยืน เป็นชัยชนะเหนือคู่แข่งขัน ที่เอนเอียงไปทางรัฐบาลเพื่อไทย
ชัยชนะของสุรจิต เหนือ ร.ต.นุกูล ก็น่าจะมาจากคะแนนเสียงส่วนหนึ่งที่สนับสนุนรังสิมาทับซ้อนกันอยู่ด้วย
กล่าวสำหรับบุญยืน ในวันนี้เธอมีหลายสถานะ ทั้งประธานสหกรณ์ประมงบางจะเกร็ง-บางแก้ว, แกนนำเครือข่ายภาคประชาชน รักษ์ท้องถิ่นสมุทรสงคราม และประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ขณะชื่อของเธอยังปรากฏในฐานะนักสู้เพื่อความเป็นธรรมจากสมุทรสงคราม ผู้ผ่านงานเคลื่อนไหวการเมืองภาคประชาชนมาอย่างโชกโชน อย่างงานอนุรักษ์ลุ่มน้ำแม่กลอง ต่อต้านโรงไฟฟ้า ต้านนิคมอุตสาหกรรม และล่าสุดโครงการฟลัดเวย์ตะวันตก ฯลฯ ที่เป็นตัวชี้วัดค่อนข้างชัดเจนว่า คนแม่กลองไม่เอาฟลัดเวย์ และไม่เอารัฐบาลไปในเวลาเดียวกัน
ต้องถือว่า โครงการสร้างทางผันน้ำลงทะเลทางทิศตะวันตก จากกำแพงเพชรสู่กาญจนบุรีและสมุทรสงคราม เป็นตราบาปของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ยากจะปฏิเสธ เพราะการออกแรงอย่างแข็งขันของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และนายประสพ สุรัสวดี ที่พยายามผลักดันโครงการนี้ ถือเป็นการเปิดหน้าชกกับชาวบ้านในพื้นที่อย่างชนิดใครดีใครอยู่ โดยเฉพาะเวทีประชาพิจารณ์ที่แม่กลองชี้ชัดว่า พวกเขาไม่เอาฟลัดเวย์ ไม่เอาปลอดประสพ และไม่เอารัฐบาล!!!
ศิริวัฒน์ คันทารส ผู้ประสานงานประชาคมคนรักแม่กลอง มองไปในทิศทางเดียวกันว่า บุญยืนได้รับชัยชนะเพราะพื้นฐานคนแม่กลองที่ผูกติดกับเรื่องสิ่งแวดล้อม หากสังเกตถึงทัศนคติหรือการมีส่วนร่วมแล้ว เรื่องสิ่งแวดล้อมคนแม่กลองจะตื่นตัวและมีส่วนร่วมสูงไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านโรงไฟฟ้า ฟลัดเวย์ตะวันตก คนแม่กลองพร้อมที่จะออกมาเคลื่อนไหว โดยไม่ต้องมีการร้องขอหรือไปปลุกระดม
“พี่บุญยืนไม่ต้องลงพื้นที่หาเสียงมากกว่าผู้สมัครรายอื่น เพราะคนแม่กลองรู้อยู่แล้วว่า เป็นคนทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการบอกกันปากต่อปากให้ช่วย ซึ่งได้ผลดีกว่าการขึ้นป้ายคัตเอาท์หาเสียง ที่สำคัญผลงานของ ส.ว.ท่านก่อน ก็เป็นที่รับรู้ของคนในพื้นที่ถึงบทบาทในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้คนแม่กลองต้องการให้พี่บุญยืน มาทำหน้าที่เป็นตัวแทนต่อสู้เพื่อคนแม่กลองในในสภาต่อจาก ส.ว.สุรจิต" ศิริวัฒน์ กล่าว
เมื่อ "บุญยืน ศิริธรรม" ยืนเคียงข้างภาคประชาชนคนรักแม่กลอง ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเครือข่ายต่อต้านฟลัดเวย์ แน่นอนว่า พลังสนับสนุนย่อมเป็นกอบเป็นกำ ขณะที่ผู้สมัครบางรายที่ไม่สามารถล้างลบกลิ่นอายของพรรคเพื่อไทยและสีเสื้อ เพราะเป็นทายาทและมรดกการเมืองจากระบอบที่เริ่มคืบคลานเข้าสู่ จ.สมุทรสงคราม
จากเมืองที่เคยเงียบสงบ กลับจะถูกรุกไล่ด้วยโครงการใหญ่ของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่ตกทอดมาถึงเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นโครงการตัดถนนผ่านอ่าวไทยจากวัดกระซ้าขาวสมุทรสาครไปชะอำ แผนการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ผ่านบางคนที และขณะนี้ยังมีโครงการตัดถนนผ่านทาง อ.บางแพ จ.ราชบุรี เฉียดไปทาง อ.วัดเพลง ที่ติดกับ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม
"ชัยยันต์ อยู่ศิริ" ประธานสภาเกษตรกรสมุทรสงคราม และประธานหอการค้าสมุทรสงคราม ให้ความเห็นว่า คนสมุทรสงครามเลือกบุญยืน เพราะเห็นว่า ได้ทำงานต่อสู้เรื่องสิ่งแวดล้อม และคนเมืองสมุทรสงครามให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะความพยายามผลักดันโครงการฟลัดเวย์ตะวันตกของรัฐบาลในขณะนั้น ซึ่งถือเป็นโครงการที่จะมีผลกระทบกับคนในพื้นที่ และบุญยืน ก็คือผู้ที่ออกมาอยู่แถวหน้าต่อต้านโครงการนี้เพื่อปกป้องคนแม่กลอง ทำให้ได้เสียงสนับสนุน
ถ้าหากจะจัดวางให้การเลือกตั้งที่สมุทรสงครามเป็น "แม่กลองโมเดล" สำหรับพื้นที่อื่นๆ สิ่งสำคัญที่ต้องเกิดขึ้นพร้อมกันคือ แรงสนับสนุนให้ภาคประชาชนมีความเข้มแข็งพร้อมต่อกรกับอำนาจรัฐอย่างไม่หวั่นเกรง
เมื่อคนแม่กลองทุกวันนี้ ตัดสินอนาคตของพวกเขาเอาไว้ที่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอันเกื้อหนุนต่อภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวโดยไม่หวังพึ่งพิงรัฐ หรือประชานิยมใดๆ พวกเขาจึงมีอิสรภาพปราศจากแรงกดดันใดๆ ทุกๆ ครั้งที่เดินเข้าคูหาเลือกตั้ง
-----------------------
(แม่กลองโมเดล 'บุญยืน' ย้ำจุดยืนภาคประชาชน : กัมปนาท ขันตระกูล ... รายงาน)



