ข่าว

'นิวัฒน์ธำรง'ปัด'ปู'ปล่อยโกงข้าว

'นิวัฒน์ธำรง'ปัด'ปู'ปล่อยโกงข้าว

10 เม.ย. 2557

'นิวัฒน์ธำรง' แจง ป.ป.ช. 'จำนำข้าว' ไม่ขาดทุน ย้ำ 'ยิ่งลักษณ์' ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ยันทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว

 
                          10 เม.ย. 57  เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้เข้าให้ถ้อยคำเป็นพยานในคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมงในการให้ถ้อยคำต่อ ป.ป.ช.
 
                          จากนั้นเมื่อเวลา 17.00 น. นายนิวัฒน์ธำรง ให้สัมภาษณ์ว่า มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่ถูก ป.ป.ช. กล่าวหา คือ 1. ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว 2. โครงการจำนำข้าวมีการขาดทุนสูงมาก ก่อให้เกิดความเสียหาย 3. นายกฯ ปล่อยปละละเลยไม่ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 11 (1) พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน
 
                          ตนได้ชี้แจงว่า โครงการช่วยเหลือชาวนาในเรื่องที่เกี่ยวกับข้าว ไม่ว่าจะใช้คำว่ารับจำนำข้าว หรือประกันราคาข้าวนั้น เป็นโครงการที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2536 รัฐบาลนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ มาจนถึงปัจจุบัน และรัฐบาลนี้ได้นำมาปรับปรุงขั้นตอนให้มีประสิทธิภาพ และป้องกันการทุจริตให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นการทุจริต จึงไม่น่าจะมี หรือควรจะมีน้อยกว่ารัฐบาลอื่น
 
                          นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า นายกฯ ในฐานะประธาน กขช. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา 12 ชุด ซึ่งมากกว่ารัฐบาลอื่นๆ ที่มีเพียง 7 - 8 ชุด เป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นการทำงานมีประสิทธิภาพและป้องกันปัญหาเรื่องการทุจริต ตนได้ชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ด้วยว่า รัฐบาลได้กวดขันป้องกันและปราบปรามการทุจริตในโครงการอย่างเต็มที่ โดย กขช.ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน รับผิดชอบตรวจสอบการทุจริตโครงการจำนำข้าวมาตั้งแต่ต้นปี 2555 โดยได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นายกฯ ได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการ โดยใช้ตำแหน่งประธาน กขช.ในการป้องกันการทุจริต ตนจึงได้ชี้แจงด้วยเหตุผลต่างๆ เพื่อแก้ข้อกล่าวหาที่ระบุว่า นายกฯ ปล่อยปละละเลย
 
                          ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่า โครงการนี้ขาดทุน และสร้างความเสียหายให้กับราชการนั้น ตนได้ชี้แจงไปว่าโครงการช่วยเหลือเกษตรกรทุกรัฐบาลก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ซึ่งไม่ใช่โครงการเพื่อธุรกิจ แต่เพื่อช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร เป็นโครงการทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ จะเกิดผลประโยชน์ต่อเนื่องเมื่อเกิดการจับจ่ายใช้สอยหมุนเวียนตามหลักเศรษฐศาสตร์ จึงต้องใช้เงินช่วยเหลืออย่างนี้ ซึ่งไม่ใช่การขาดทุน โครงการช่วยเหลือประชาชนจะคิดกำไรขาดทุนไม่ได้ เพราะไม่ใช่การทำธุรกิจ และโครงการดังกล่าวไม่ได้มาทำเฉพาะในรัฐบาลนี้ แต่ทำกันมาหลายรัฐบาล 20 กว่าปีมาแล้ว 
 
                          ทั้งนี้การขาดทุนนั้น ตนชี้แจงว่า ในการปิดบัญชีทั้ง 3 ครั้ง คณะกรรมการปิดบัญชีได้มีข้อโต้แย้งในการประชุม กขช. 2 ประเด็นหลัก ประเด็นแรก คือ มีสินค้าคงเหลือ แต่ทางคณะกรรมการปิดบัญชีไม่ได้นำไปลงบัญชีสต็อกดังกล่าว โดยความไม่เชื่อมั่น หรือความล่าช้าของเอกสารก็แล้วแต่ ตรงนี้ถือเป็นประเด็น เพราะมูลค่าสต็อกที่ไม่ได้ลงบัญชีในงวดที่ 2 ของ ม.ค. 2556 มีถึง 2.9 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 5-7 หมื่นล้านบาท ถือเป็นมูลค่าที่สูงมาก หากนำส่วนนี้เข้าไปคิดด้วยการขาดทุนก็จะลดลง ประเด็นที่สอง คือ มูลค่าสต็อก ซึ่งคณะกรรมการปิดบัญชีจะใช้วิธีต่ำสุดเพื่อดูแลเรื่องหนี้สาธารณะกับ ธกส. และต้องหางบประมาณมาสนับสนุน ดังนั้นทำให้วิธีคิดมีความต่างในการคิดมูลค่าสต็อกระหว่างคณะกรรมการปิดบัญชีกับ กขช. ที่จะต่างกันถึง 8 หมื่น - 1 แสนล้านบาท ดังนั้นหากนำตัวเลขนี้เข้าไปรวมการขาดทุนก็จะไม่ใช่ตัวเลข 2.2 แสนล้านบาทอย่างที่กล่าวหา ตนได้เสนอเอกสารหลักฐานให้ ป.ป.ช.ดูด้วย เรื่องที่ยังไม่มีข้อยุติใน กขช.จึงไม่ควรนำมาเป็นเรื่องถูกกล่าววหา และโครงการไม่ได้ขาดทุนมากอย่างที่ถูกกล่าวหา และยังเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยเฉพาะชาวนาและเกษตรกรทั้งประเทศ
 
                          นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ตนได้ชี้แจงด้วยว่า โครงการนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายทางด้านการเงินให้กับประเทศชาติ และยังเป็นการสร้างโอกาสให้ชาวนา แก้ปัญหากลไกตลาดเรื่องพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งไม่มีปัญหาเรื่องกลไกการตลาด เพราะชาวนาแค่ 44% เท่านั้นที่เข้าโครงการรับจำนำข้าว แต่ที่ไม่ได้เข้าโครงการคือ 56% ทั้งนี้นายกฯ ในฐานะ ประธาน กขช.ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และสุดความสามารถในการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตของโครงการและไม่ได้ทำให้โครงการดังกล่าวขาดทุนมากอย่างที่ถูกกล่าวหาและเป็นประโยชน์กับประเทศชาติเสียอีก ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ โดยเฉพาะเรื่องการเงินไม่ได้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ อย่างไรก็ตาม เราทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.จะพิจารณาตัดสินอย่างไร และยังมีบางคำถามที่จะส่งเอกสารมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาอีกครั้งภายในวันที่ 25 เม.ย. และหากกรรมการ ป.ป.ช.จะให้มาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมอีกตนก็ยินดี