
เงินทองต้องรู้ : ติดกับ
11 เม.ย. 2557
เงินทองต้องรู้ : ติดกับ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล
วันหยุดยาวๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์กำลังจะมาถึง หลายคนวางแผนกลับบ้านต่างจังหวัด หลายคนวางแผนท่องเที่ยว ในประเทศบ้าง ต่างประเทศบ้าง ขณะที่อีกหลายคนตัดสินใจอยู่เฉยๆ ในวันหยุดยาวแบบนี้
ลองดู “ผลสำรวจ” หรือโพลล์ที่สำนักต่างๆ จัดทำและเผยแพร่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่ต่างฟันธงกันว่า สงกรานต์ปีนี้คงไม่คึกคักนัก เริ่มจากศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่จัดทำ “กรุงเทพโพลล์” สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “คนกรุงกับเทศกาลสงกรานต์ 2557” พบว่าคนกรุงเทพฯ 61.2% คาดว่าเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะไม่ค่อยคึกคักเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยประชาชนส่วนใหญ่ 58.3% ตอบว่าไม่มีแผนที่จะเดินทาง
ขณะที่สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สำรวจเรื่อง “สงกรานต์ 2557 กับความสุขของคนไทยในวันนี้” จากประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ พบว่า พรที่อยากได้รับมากที่สุดในวันสงกรานต์ ประชาชนส่วนใหญ่คิดเป็น 31.6% ขอให้มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ขณะที่ 28.9% ขอให้ร่ำรวยมีเงินทองและมีโชคลาภ อีก 10.7% ขอให้คนที่รักมีความสุข และ 9.6% ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน
ส่วนศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จากประชาชน 1,233 ตัวอย่าง พบว่าการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้อยู่ที่ 116,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.36% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 ปี เพราะปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและประชาชนไม่กล้าจับจ่ายซื้อสินค้า
แต่สถานการณ์การใช้จ่ายที่น่ากังวลมากคือ สัดส่วน 20.1% ของเงินที่ใช้จ่าย หรือ 22,000 ล้านบาท เป็นการกู้ยืมมาใช้จ่ายในการท่องเที่ยว และการเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาล !!
"ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัญหาทางการเมือง และสถานการณ์ค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ทำให้รายได้ของประชาชนจำนวนมากไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ส่งผลให้ต้องกู้เงินเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเท่าตัว โดยในปี 2556 มีการกู้เงินในช่วงเทศกาลเกือบ 10,000 ล้านบาท แต่ปีนี้เพิ่มเป็น 22,000 ล้านบาท"
“ธนวรรธน์ พลวิชัย” ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกด้วยว่า ที่มาของเงินที่ใช้ในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้มาจากเงินออม 36.8% รองมาเป็นเงินเดือนและรายได้ปกติ 28.9% เงินกู้ 20.1% โบนัสและรายได้พิเศษ 14.1% และอื่นๆ 0.1% ดังนั้นสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ สัญญาณการกู้เงินเพื่อท่องเที่ยวสงกรานต์ที่เริ่มมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้เริ่มสูงขึ้น และส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจดี การกู้เงินเพื่อท่องเที่ยวจะน้อยกว่าช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี
อ่านถึงตรงนี้แล้ว ก็ต้องยอมรับว่า “น่ากลัว” จริงๆ ถ้าเป็นอย่างที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยสำรวจมา และใครหลายคนอาจจะคิดเหมือนกันว่า ในเมื่อ “ไม่มี” แล้ว ทำไมต้องกู้เพื่อท่องเที่ยวหรือเพื่อใช้จ่ายในช่วงเทศกาล ทำไมไม่อยู่อย่างพอเพียง ทำไมไม่อยู่อย่างประมาณตน ก็ถ้าทุกคนคิดได้แบบนั้น โลกก็คงไม่วุ่นวายขนาดนี้
ประเด็นอยู่ตรงที่ “ความจำเป็น” ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับ “ความต้องการ” ที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่ “ความสุข” ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน ทำให้การตอบสนองต่อความจำเป็น ความต้องการ และความสุข แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าเป็นเรื่อง “ตอบสนอง” ก็ไม่มีถูกหรือผิด แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่เมื่อฐานะการเงินไม่เอื้ออำนวยต่อการตอบสนองความจำเป็น ความต้องการและความสุขของตัวเองได้
มีอยู่ 2 ทางที่ควรจะทำ ทางแรก ต้องทำมาก่อน นั่นคือ เมื่อรู้ความต้องการของตัวเองว่า ชอบเที่ยวหรือจำเป็นต้องเดินทางในช่วงเทศกาล ก็จัดสรรเงินออมเพื่อการนี้ตั้งแต่ต้น มีเป้าหมายการออมเพื่อวันหยุดยาวตั้งแต่แรกไปเลย ทำงาน เก็บเงิน รอวันเที่ยวหรือเดินทาง แล้วใช้จ่าย นึกถึงเพื่อนสาวคนหนึ่งที่ชอบเดินทางไปอินเดีย-เนปาลเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อรู้ตัวว่า “ชอบ” และมีเป้าหมายว่า “จะไป” ปีละหลายครั้ง เพื่อนคนนี้ก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำงาน จนรวบรวมเงินได้เพียงพอสำหรับการเดินทาง เธอก็ออกเดินทาง ท่องเที่ยว ใช้จ่ายจนเงินหมด ก่อนจะกลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เก็บเงินใหม่อีกรอบ เมื่อพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทาง วนอยู่แบบนี้
ถามว่า ทำงานเหนื่อยแทบตาย เก็บเงินได้ก็เที่ยวจนหมด แล้วมาเริ่มทำงานใหม่ แบบนี้ผิดหรือไม่ คำตอบคือ อย่างน้อยเธอก็ใช้เงินออม ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน หรือเป็นลูกหนี้ใครให้เป็นภาระกับชีวิต มีความสุขตามสภาพไปอีกแบบ
ส่วนทางที่ 2 สำหรับคนที่เลยจุดเก็บออมเงินมาแล้ว สิ่งที่ควรทำ คือ ลดความอยากของตัวเองลง และในเมื่อไม่มีเงิน ก็จงลืมมันไปซะ ! เพราะชีวิตเราไม่จำเป็นต้องได้ทุกอย่างที่เราอยากได้ หรือทุกสิ่งที่เราต้องการ มันอาจจะไม่มีความสุข ที่ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของตัวเอง แต่อย่างน้อย ก็ไม่ต้องนั่งทุกข์ เพราะต้องหาเงินมาใช้หนี้
ปิดท้ายที่คำแนะนำของศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย กับ “8 แนวทางออกจากเงินเดือนที่ไม่พอใช้” หนึ่ง คือ หยุดติดหรู ทั้งอาหารการกิน และข้าวของเครื่องใช้ สอง-ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น สาม-หยุดงมงาย บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่คิดจะพึ่งพาตัวเอง สี่-รู้จักเก็บออม ห้า-หยุดกู้หนี้นอกระบบ หก-มีอาชีพเสริมที่ชอบและถนัด เจ็ด-หยุดอบายมุข และแปด- คิดถึงอนาคต
เป็น 8 แนวทางที่จะทำให้หลุดพ้นจากกับดัก เป็นทั้งแนวทางที่จะทำให้หลุดพ้นจากการตอบสนองความอยากของตัวเอง และเป็นแนวทางที่จะช่วยให้โอกาสในการตอบสนองความต้องการของตัวเองเป็นไปได้มากขึ้น
อย่างน้อยวันหยุดยาวๆ สงกรานต์ปีหน้า ก็จะได้เที่ยวแบบเริ่ดๆ เชิดๆ แบบไม่ต้องเป็นหนี้ใคร
-----------------------
(เงินทองต้องรู้ : ติดกับ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล)



