ข่าว

ปชป.เดินสายยื่นหนังสือเอาผิด'โกตี๋'

ปชป.เดินสายยื่นหนังสือเอาผิด'โกตี๋'

10 เม.ย. 2557

'ปชป.' เดินสายยื่นหนังสือเอาผิด 'โกตี๋' หมิ่นสถาบัน แฉตร.ยศ 'พลโท' ช่วยเหลือ จวก 'ยิ่งลักษณ์' จงใจสร้างความสับสน ทำลายศาลรธน.

 
                       10 เม.ย.57 น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล พร้อมด้วยนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการกับขบวนการสร้างความเกลียดชังต่อสถาบัน โดยมี พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก เป็นผู้แทนรับหนังสือไว้
 
                       น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ขณะนี้มีสำนักข่าว "VICE News" ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่คลิปเสียงการสัมภาษณ์ของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดงปทุมธานี ลงในเว็บไซต์ YouTube ซึ่งมีเนื้อหาจาบจ้วงเบื้องสูง ถือเป็นความผิดตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และเป็นภัยต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์และประเทศไทยอย่างร้ายแรง การกระทำดังกล่าวส่งผลเสียต่อความมั่นคง จึงได้นำเรื่องนี้พร้อมด้วยหลักฐานคลิปการให้สัมภาษณ์ของนายวุฒิพงศ์ มายื่นต่อผู้บัญชาการทหารบก เพื่อใช้ดุลพินิจพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ในการสั่งการกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดดังกล่าวต่อไป
 
                       นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เวลา 14.00 น. ตนและนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์จะเดินทางไปกองปราบปราม เพื่อยื่นเอกสารหลักฐานการกระทำผิดนายวุฒิพงศ์ เนื่องจากมีการกล่าวถ้อยวาจาจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน มีความชัดเจนว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจับกุมและดำเนินคดีกับโกตี๋โดยเร็วที่สุด
 
                       นายวิรัตน์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อ้างว่าโกตี๋อยู่ที่กัมพูชา แต่มีรายงานว่าอยู่ในความดูแลคุ้มครองของพลตำรวจโทคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนของฝ่ายรัฐบาล จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องจับกุม หากเพิกเฉยจะถือว่านายกรัฐมนตรี ผบ.ตร. ผบช.น. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่
 
                       ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นอกจากการแจ้งความแล้วตนยังได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการ ศอ.รส. อธิบดีดีเอสไอ และ ผบ.ตร. เพื่อให้หน่วยงานเหล่านี้เร่งรัดนำตัวโกตี๋มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ ซึ่งมีรายงานว่าโกตี๋อยู่ในความคุ้มครองของนักการเมืองภาคเหนือ และมีรายงานว่ากำลังข้ามแดนหนีไปต่างประเทศ จึงเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำชับและนำตัวนายโกตี๋มาดำเนินคดีให้ได้ เพื่อเป็นการยืนยันถึงการเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในคดีหมิ่นสถาบัน
 
 
'วิรัตน์' จวก 'ยิ่งลักษณ์' จงใจสร้างความสับสน ทำลายศาลรธน.
 
 
                       นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ศาลรธน.กลั่นแกล้ง และทำเกินหน้าที่ เนื่องจากเรื่องได้จบไปแล้วตั้งแต่ศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสิน และครม.มีมติคืนตำแหน่งเลขาธิการ สมช.ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี แล้ว ว่า นายกฯสร้างความสับสนให้สังคมและประชาชนด้วยการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรธน. ว่าตัวเองกำลังถูกองค์กรอิสระกลั่นแกล้ง ทั้งที่ความจริงนายกฯรู้อยู่แล้ว ว่าการย้ายนายถวิลมีขึ้นเพื่อนำพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ออกจาก ผบ.ตร. เพราะถ้าเจ้าตัวไม่ยินยอมก็ไม่สามารถย้ายได้ จึงต้องทำให้ตำแหน่งเลขาธิการ สมช.ว่างลง เพื่อให้ตำแหน่ง ผบ.ตร.ว่างจะได้ให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงษ์ มาเป็น ผบ.ตร. การกระทำดังกล่าวจึงผิดชัดเจน เพราะเป็นการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพวกและญาติตัวเอง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดชี้แล้วว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และรัฐบาลก็ยอมคืนตำแหน่งภายในเวลา 45 วัน ซึ่งการเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 (2) จึงถือว่าข้อเท็จจริงยุติ เมื่อ ส.ว.เสนอเรื่องไปศาลรธน.ตามมาตรา 91 ศาลรธน.ต้องรับไว้พิจารณา ถ้าไม่รับก็ผิด รธน. คำกล่าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์จึงเป็นการใส่ร้ายศาลรธน.อย่างน่ารังเกียจมาก เพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้ได้ข้อยุติแล้วจากคำสั่งของศาลปกครอง ซึ่งศาล รธน.สามารถวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นสถานภาพความเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีผลทันทีไม่สามารถเป็นนายกฯรักษาการได้อีกต่อไป การอ้างว่าพ้นจากตำแหน่งมาเป็นรักษาการไม่สามารถวินิจฉัยได้นั้น เป็นการบิดเบือนที่น่ารังเกียจ
 
                       “ถ้าตายแล้วยังรักษาการได้ก็ต้องเอาศพไปตั้งที่ทำเนียบรัฐบาล หรือลาออกแล้วยังให้รักษาการต่อทำไม่ได้ เช่นเดียวกับกรณีที่ถูกศาล รธน.วินิจฉัยต้องพ้นตำแหน่งทันทีตาม รธน.มาตรา 106 (9) ซึ่งเป็นเรื่องการขาดคุณสมบัติความเป็นนายกฯ ไม่สามารถรักษาการได้อีกต่อไป” นายวิรัตน์ กล่าว
 
 
'องอาจ' ชี้ 4 ยุทธการดิ้นเอาตัวรอด 'ยิ่งลักษณ์' ชิ่งโกงจำนำข้าว
 
 
                       นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีที่นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ชี้แจงกับ ป.ป.ช.ในคดีทุจริตจำนำข้าวว่า ทั้งนางสาวยิ่งลักษณ์และนายยรรยง พยายามดำเนินการไม่ให้เป็นไปตามครรลองการพิจารณาคดีของป.ป.ช.คือ 1. นางสาวยิ่งลักษณ์และคณะพยายามยื้อเวลาทุกรูปแบบเพื่อไม่ให้ ป.ป.ช.พิจารณาหรือพิจารณาด้วยความล่าช้า สอดคล้องกับความพยายามที่จะทำให้ตนเองได้เปรียบในขบวนการที่จะไปถึง ส.ว.ต่อไปในอนาคต โดยมีความพยายามขอขยายเวลา ขอเพิ่มพยาน ทั้งที่ป.ป.ช.มีความชัดเจนแล้วว่าให้มีพยานสามคนแต่นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังเสนอรายชื่อพยานเพิ่มอีก เป็นเทคนิคยื้อเวลาให้นานที่สุดทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ป.ป.ช.จะไม่อนุญาตเพิ่มพยานที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง
 
                       2. นางสาวยิ่งลักษณ์และคณะพยายามเบี่ยงเบนประเด็นและเนื้อหาสาระ โดยกรณีที่นายยรรยงระบุว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ดำเนินการโดยชอบตามรัฐธรรมนูญเพราะเป็นนโยบายที่ประกาศต่อสาธารณะและแถลงต่อรัฐสภาไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปฏิบัติได้ ในข้อเท็จจริงแม้แต่เรื่องที่เป็นกฎหมายที่รัฐบาลต้องปฏิบัติตามก็ไม่ได้ทำ เช่น พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ ที่ต้องทำตามกฎหมายรัฐบาลก็ไม่ดำเนินการใด ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว การอ้างว่าเป็นนโยบายต้องทำนั้นจึงฟังไม่ขึ้นและไม่เป็นความจริง เพราะนโยบายที่ถูกทักท้วงโดยองค์กรตามรัฐธรรมนูญรัฐบาลต้องรับฟัง แต่รัฐบาลไม่รับฟังอ้างว่าเป็นนโยบายที่ต้องทำ จึงเป็นเรื่องการเบี่ยงเบนเนื้อหาสาระ ทั้งที่หลายนโยบายรัฐบาลก็ไม่ได้ปฏิบัติตามนั้น แสดงว่ารัฐบาลหลีกเลี่ยงได้หากพบว่าสร้างความเสียหาย แต่กลับรัฐบาลไม่หยุด
 
                       3. มีความพยายามจากนางสาวยิ่งลักษณ์และครม.สร้างความเข้าใจผิดต่อ ป.ป.ช.กล่าวหาว่าเลือกปฏิบัติไม่เป็นกลาง หรือสองมาตรฐาน เพื่อลดน้ำหนักการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือและ 4 เมื่อผลการตัดสินออกมาเป็นลบก็จะอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ป.ป.ช. ซึ่งเป็นยุทธวิธีเอาตัวรอดจากความผิดในโครงการรับจำนำข้าวที่ตัวเองก่อขึ้น  จะบอกว่าตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย
 
                       นายองอาจ กล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ต้องยอมรับความจริงว่าสิ่งที่ทำผิดพลาด บกพร่องอย่างไร แทนที่จะดิ้นเอาตัวรอดแล้วโยนความผิดให้เป็นเรื่องของรัฐมนตรี ข้าราชการประจำ ภาคเอกชน เพราะไม่เป็นความจริงและคิดว่าสามารถเอาตัวรอดได้ ยิ่งดิ้นยิ่งถูกรัดแน่นขึ้นเท่านั้น จึงขอให้ยอมรับคำตัดสินของ ป.ป.ช. และไปชี้แจงหากเรื่องเข้าสู่กระบวนการถอดถอนของวุฒิสภา
 
 
'หมอวรงค์' หยัน 'ยรรยง' เสียฟอร์มสอบตกแจงป.ป.ช.ปมจำนำข้าว
 
 
                       นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า คดีทุจริตจำนำข้าวที่เริ่มมีพยานไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช.เพื่อช่วยนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า ขอให้ประชาชนจับประเด็นให้ได้เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ควรตามประเด็นต่อไปนี้ คือ ความเสียหายในภาพใหญ่ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องรับรู้ และเมื่อรับรู้มีการแก้ไขอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย โดยความเสียหายมีสี่ประเด็นคือ 1 ทำลายกลไกตลาด 2 ทำลายระบบการส่งออกข้าวไทย 3 ใช้งบประมาณมหาศาลและเสียหายมหาศาล 4 ทุจริตมโหฬาร เป็นสี่ประเด็นที่ต้องตามเพื่อไม่ให้มีการเบี่ยงเบนประเด็นนำเรื่องปลีกย่อยมากลบเกลื่อนความผิด และต้องติดตามคือการระบายข้าวจีทูจีที่มีการทุจริตว่า สามารถชี้แจงได้หรือไม่ว่านางสาวยิ่งลักษณ์เมื่อรับรู้แล้วดำเนินการเพื่อลดความเสียหายอย่างไร
 
                       “การไปชี้แจงของนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ต่อ ป.ป.ช.ไม่สามารถตอบคำถามสี่ประเด็นที่ผมระบุเลย  7 ข้อที่ชี้แจงไม่ผ่าน ผมถือว่าสอบตกไม่สามารถช่วยนางสาวยิ่งลักษณ์ได้ ทำให้เห็นชัดว่าคุกรออยู่เสียฟอร์มคนที่เคยเป็นถึงอดีตข้าราชการระดับสูง” นายแพทย์วรงค์ กล่าว
 
                       นายแพทย์วรงค์ยังกล่าววถึง 7 ประเด็นที่นายยรรยงชี้แจงต่อป.ป.ช.ว่า เป็นเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริงโดย 1 ที่อ้างว่าประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นประชานิยม ขาดทุนไม่ทำลายกลไกตลาดทั้งที่เป็นข้อเท็จจริง 2 อ้างว่าทำนโยบายอย่างถูกต้องชอบธรรม อาศัยกลไกตลาดทั้งที่มีการบิดเบือนกลไกตลาดด้วยการจำนำข้าวในราคาที่สูงกว่าปกติถึงเกือบ 50 %  3 อ้างว่ายกเลิกไม่ได้เพราะเป็นนโยบาย ทั้งที่เคยยกเลิกเรื่องการยุบกองทุนน้ำมันที่มีการแถลงนโยบายต่อสภา แต่ไม่ยอมยกเลิกจำนำข้าวเพราะทุจริตได้ง่าย
 
                       4 อ้างว่ามีการปรับปรุงโครงการจำนำข้าวมาจนถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่จริงเพราะนายอภิสิทธิ์ประกาศยกเลิกจำนำข้าวใช้นโยบายประกันรายได้ อีกทั้งรัฐบาลชุดนี้ทำการค้าข้าวผูกขาดไม่ใช่การจำนำ 5 อ้างว่ามีมาตรการปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ก็ต้องถามว่าทำไมเกิดความเสียหายและมีการทุจริตอย่างมากจึงเป็นเพียงแค่การแก้ตัวลอย ๆ เท่านั้น 6 มีการระบุถึงมาตรการตรวจสอบเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่สามารถชี้แจงเรื่องการระบายข้าวจีทูจี จึงเป็นข้ออ้างในการจับกุมปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้น 7 นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็ไม่เป็นความจริง
 
                       นายแพทย์วรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ เสนอรายชื่อพยานเพิ่มเติมคือ นายสมชัย สัจพงศ์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลังนั้น เชื่อว่าทำเพื่อหวังให้ไปหักล้างข้อมูลของนางสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง อดีตประธานคณะอนุกรรมารปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่ระบุว่ามีข้าวหายสองล้านตัน และมีการขาดทุนจำนวนมาก แต่โชคดีฟ้ามีตาที่นางสุภาได้รับการสรรหาให้เป็นป.ป.ช.เพราะเป็นผู้รับทราบถึงปัญหาในโครงการนี้เป็นอย่างดีและมีข้อมูลที่ชัดเจนเนื่องจากเป็นอดีตประธานอนุกรรมการปิดบัญชีข้าวมาก่อน แม้ว่าในขณะนี้จะมีขบวนการนำข้าวสองล้านตันที่หายไปกลับมาคืนแล้วก็ตาม จึงเห็นว่าไม่ว่านางสาวยิ่งลักษณ์จะดิ้นรนอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุด