
'เชลซี'โวสมควรลิ่วเฉือนเปแอสเชหืด
09 เม.ย. 2557
'ชูเซ มูรินโญ' โวสมควรผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกด้วยกฎประตูทีมเยือน หลังเปิดบ้านชนะ 'เปแอสเช' 2-0 ในศึกยูฟ่า ชปล.รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อคืนวันที่ 8 เม.ย.
หลังจากที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงได้ลุ้นตำแหน่ง "เจ้าสโมสรยุโรป" ประจำฤดูกาลนี้ หลังเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จ่าฝูงลีกเอิง ฝรั่งเศส 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อคืนวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา โดยเจ้าถิ่นต้องสังเวย เอดอง อาซาร์ด กองกลางตัวเก่งที่ได้รับบาดบริเวณน่องจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่ช่วงต้นเกมในนาที 18 ก่อนที่จะมาได้ทั้ง 2 ประตูจาก อังเดร ชูร์เล นาที 32 และเดมบา บา นาที 87 ส่งผลให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ แม้เกมแรกจะพลาดท่าบุกไปแพ้ 1-3 และเมื่อรวมผล 2 นัด เสมอ 3-3 แต่เชลซีผ่านเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน และเป็นการผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้เป็นครั้งที่ 7 ครั้งจาก 11 ฤดูกาลหลังสุด
ชูเซ มูรินโญ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" กล่าวว่า ทีมของเขาสมควรผ่านเข้าสู่รอบต่อไป เพราะลูกทีมทำผลงานได้ดีกว่าทีมเยือนอย่างเห็นได้ชัด และพร้อมเจอกับทุกทีมในเกมรอบตัดเชือก ส่วนในรายของ อาซาร์ด อาจจะต้องใช้เวลารักษาตัวอย่างน้อยถึง 2 สัปดาห์
"ไม่มีอะไรที่เกินปกติในโลกของฟุตบอล เพราะทุกทีมที่เข้ามาอยู่ในรอบก่อนรองชนะเลิศย่อมไม่ธรรมดา ดังนั้นทุกทีมย่อมสามารถทำทุกอย่างเพื่อให้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ทั้งนั้น เช่นเดียวกับเชลซี ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลร้ายๆ ในฤดูกาลแข่งขันได้ทั้งหมด แต่เกมนี้ทุกคนทำได้ และเราก็ไม่สนใจด้วยว่าจะได้เจอกับใครในรอบรองชนะเลิศ" มูรินโญ กล่าว
ขณะที่ โลรองต์ บลองก์ กุนซือ "เปแอสเช" ยอมรับว่า ทีมของเขาเป็นรองเชลซี ในเรื่องประสบการณ์บนเวทีลูกหนังยุโรป แม้ทีมของเขาจะมีศักยภาพในเรื่องของตัวผู้เล่นที่ไม่ได้เป็นรองเจ้าถิ่นเลย แต่ด้วยความแตกต่างกันในเรื่องดังกล่าวจึงทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ต้องเป็นฝ่ายกระเด็นตกรอบไปแบบชอกช้ำ
ส่วนอีกคู่ "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ รองแชมป์เก่าจากเยอรมนี ต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบนี้เท่านั้น แม้จะเปิดรังเวสต์ฟาเลน สเตเดี้ยม เอาชนะ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด มหาอำนาจลูกหนังจากสเปน 2-0 แม้ทีมเยือนจะไร้เงาของ คริสเตียโน โรนัลโด ปีกจอมสับที่ได้รับบาดเจ็บหัวเข่า แต่มีโอกาสได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกจุดโทษตั้งแต่ช่วงต้นเกม ทว่า อังเคล ดิ มาเรีย กลับสังหารพลาดไปติดเซฟของ โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ นายทวารเจ้าถิ่นในนาที 17 ก่อนที่เจ้าบ้านจะมาได้ทั้ง 2 ลูกจากการยิงของ มาร์โก รอยส์ นาที 24 และ 37 แต่เมื่อรวมผล 2 นัด รีล มาดริด ที่มีประตูตุนมาก่อน 3-0 เป็นฝ่ายชนะ 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกกันต่อไป
หลังจบเกม "คาร์เล็ตโต" คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ยอมรับรู้สึกโล่งใจหลังได้ยินเสียงผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน เพราะลูกทีมของเขาเป็นรองดอร์ทมุนด์ ที่เล่นกันด้วยความมุ่งมั่นมาก ก่อนที่จะกล่าวถึงอาการบาดเจ็บของโรนัลโด ไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงให้ลงสนามที่อาจจะทำให้เดี้ยงมากกว่าเดิม
ด้าน เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือเสือเหลือง กล่าวยกย่องผลงานของลูกทีมว่าทำได้ดีที่สุดแล้ว แม้จะไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ต้องกระเด็นตกรอบ เพราะยังคงภูมิใจในสปิริตของผู้เล่นทุกคนที่พร้อมสู้เพื่อทีมเสมอ
สำหรับพิธีจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 11 เมษายนนี้ และได้วางโปรแกรมลงแข่งรอบตัดเชือก หรือรอบ 4 ทีมสุดท้าย นัดแรก ระหว่างวันที่ 22-23 เมษายน ส่วนนัดที่ 2 จะลงสนามในสัปดาห์ถัดไประหว่างวันที่ 29-30 เมษายนนี้
---------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



