ข่าว

"ปชป."ปัดข่าวจับขั้วรบ.ใหม่อัดฝ่ายค้านปล่อยข่าวกลบหาหน.พรรคไม่ได้

"ปชป."ปัดข่าวจับขั้วรบ.ใหม่อัดฝ่ายค้านปล่อยข่าวกลบหาหน.พรรคไม่ได้

24 มิ.ย. 2552

"ปชป."ปัดข่าวจับขั้วรบ.ใหม่อัดฝ่ายค้ายปล่อยข่าวหวังกลบประเด็นหาหัวผีไม่ได้ ยันน้อมรับฟังทุกคอมเม้น

 (24 มิ.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีที่มีความพยายามระบุถึงข่าวที่มีแหล่งข่าวจากพรรคฝ่ายค้านว่ามีการพูดคุยในเรื่องของการจับขั้วใหม่ของการจัดตั้งรัฐบาล ว่า วันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคได้ออกมายืนยันแล้วว่าไม่เป็นจริง ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันอีกครั้งว่าพรรคสนับสนุนแนวทางของรัฐบาล และเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องปรับครม.หรือปรับ สัดส่วนการร่วมรัฐบาลของพรรคร่วมแต่อย่างใด แม้ว่าจะมีผู้ที่ต้องการสร้างภาพของการขาดเอกภาพของรัฐบาล ด้วยการปล่อยข่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางพรรคมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นยุทธศาสตร์ที่ทำมาตลอด เพื่อที่จะเบี่ยงเบนความสนใจไปจากปัญหาที่พรรคฝ่ายค้านยังไม่สามารถหาคนมาเป็นหัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้นได้ จึงพยายามสร้างกระแสดังกล่าว

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าพรรคมีแนวทางที่รับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายทุกความเห็น ไม่ว่าจะเป็นผลสำรวจของทางศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่สำรวจในช่วงที่ประชาชนไม่มั่นใจในสถานะภาพของบ้านเมืองหลายเรื่อง เช่นความไม่สงบภาคใต้ หรือการพิจารณาพรก.ของสภาในช่วงที่ฝ่ายค้านมีการวอล์คเอ้าท์ แต่ทางพรรคมีความเห็นว่าแนวทางที่ได้จากการสะท้อนความรู้สึกดังกล่าว ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์การปรับปรุงการทำงานของรัฐบาลต่อไป ในขณะเดียวกันสาระสำคัญที่ได้จากการสำรวจความเห็นครั้งนี้ ยังมีเรื่องของความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญและตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มาจากความคาดหวังนี้ และจะรักษาแนวทางที่ประชาชนให้การสนับสนุนเรื่องการแก้ไขความขัดแย้งของคนในชาติ โดยนายกฯที่ใช้สุขุมและประนีประนอม

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า ส่วนความคิดเห็นของวุฒิสภาที่พิจารณาภาษีสรรพสามิตในเรื่องของน้ำมันนั้น พรรคจะรับฟังความเห็นเหล่านั้นเช่นกัน แต่ยืนยันว่ากรอบในการออก พรก.ดังกล่าวนั้นไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊มขณะนี้ เพราะเป็นแปรผันตามราคาตลาดโลก ทั้งนี้ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ถือว่า ให้ความสำคัญในการพิจารณาการปรับเพดานภาษีภายใต้กรอบที่พรก.ให้การอนุมัติ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบในทางที่จะซ้ำเติมปัญหา