
'สุเทพ'แจงตั้งรัฏฐาธิปัตย์แค่สมมติ!
09 เม.ย. 2557
'สุเทพ' แจงตั้ง 'รัฏฐาธิปัตย์' แค่เรื่องสมมติ อ้างหาก 'ปู' พ้นรักษาการ 'นิพัทธ์' ต้อนรับชื่นมื่น วอน กปปส.หยุดเคลื่อนสงกรานต์ ขณะที่มือมืดโยนบึ้มป่วน ไร้คนเจ็บ
9 เม.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสวนลุมพินีว่า เมื่อเวลา 10.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำ ได้นำมวลชนเคลื่อนขบวนไปยังกระทรวงกลาโหม (กห.) เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร โดยทั้งหมดได้เดินทางด้วยรถยนต์ออกจากลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 มุ่งหน้าถนนพระรามสี่ ขึ้นทางด่วนพระราม 4 มุ่งหน้าแยกยมราช ลงถนนหลานหลวง เลี้ยวขวาผ่านแยก จปร. และเลี้ยวซ้ายที่แยกวิสุทธิ์กษัตริย์ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนบางลำภู เพื่อมุ่งหน้าถนนราชดำเนิน ไปยังกระทรวงกลาโหม และเมื่อมาถึงแกนนำได้ให้มวลชนกระจายตัวรอบรั้วกระทรวง และกำชับไม่ให้มวลชนเข้าไปภายในเด็ดขาด ขณะที่นายสุเทพ พร้อมแกนนำ ได้ไปสักการะศาลหลักเมือง พระประธาน และเทพารักษ์คุ้มครองพระนคร อาทิ พระทรงเมือง พระเสื้อเมือง เป็นต้น จากนั้นแกนนำเดินกลับมาหน้ากระทรวงกลาโหม พร้อมขึ้นรถขยายเสียงสลับปราศรัย โดยเน้นย้ำให้ทหารและกองทัพ ยืนเคียงข้างประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดโอกาสให้นายสุเทพ และแกนนำได้เข้าหารือถึงสถานการณ์บ้านเมือง และปัญหาที่เกิดขึ้น
จากนั้นเวลา 12.15 น. มีตัวแทนของ พล.อ.นิพัทธ์ มาพูดคุยกับนายสุเทพ โดยได้แจ้งว่า ปลัดกระทรวงกลาโหมอยู่ระหว่างประชุมผลงาน 6 เดือนของกระทรวงกลาโหม หลังจากนั้นกปปส. จึงส่งนายสกลธี ภัทธิยกุล แกนนำ กปปส.เข้าไปเจรจาว่า พล.อ.นิพัทธ์จะประชุมเสร็จเมื่อใด กระทั่งเวลา 12.20 น. ตัวแทนกระทรวงกลาโหมได้แจ้งว่า ปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดให้แกนนำ กปปส.เข้าหารือได้ ทำให้นายสุเทพ และแกนนำ กปปส. อาทิ นายชุมพล จุลใส นายสกลธี ภัทธิยกุล ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข เข้าหารือภายในกระทรวงกลาโหม โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการหารือในครั้งนี้ ขณะที่มวลชน กปปส.ได้รอฟังการหารือที่บริเวณโดยรอบกระทรวงกลาโหม
'สุเทพ' แจงตั้ง 'รัฏฐาธิปัตย์' แค่เรื่องสมมติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือระหว่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขากปปส.และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกลาโหม เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดแถลงให้สื่อมวลชนเข้าภายในกระทรวงกลาโหม เพื่อเผยผลการหารือ โดยพล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า ตนเป็นข้าราชการ การพูดครั้งนี้ต้องยอมรับว่ามีข้อจำกัดด้านกฎหมาย แต่เรามีความตั้งใจดีที่จะฟังคำชี้แจง กปปส. และเชื่อว่า กปปส.มีความตั้งใจดีที่จะชี้แจง จึงเปิดโอกาสรับฟัง ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นดุลยพินิจของตนและกำลังพล
ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า เราเห็นความจำเป็นว่าบ้านเมืองต้องปฏิรูปโดยประชาชน ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร แต่ไม่มีนักการเมือง การที่จะปฏิรูปสำเร็จต้องมีทหารร่วมด้วย และจากการพูดคุย ตนเสนอแนวทางการปฏิบัติระหว่างข้าราชการ ทหาร และประชาชน อย่างไรก็ตาม พล.อ.นิพัทธ์ ขอความร่วมมือกับตนว่า ขอให้หยุดการเคลื่อนไหวช่วงสงกรานต์ เพื่อให้กำลังพลทั้งตำรวจ และทหาร หยุดพักผ่อน และทำบุญตามประเพณี ซึ่งรับปากว่าวันที่ 12-15 เม.ย. เราจะไม่มีการเคลื่อนไหว นอกจากนั้น พล.อ.นิพัทธ์ แจ้งกับเราว่า เรื่องรัฏฐาธิปัตย์ ได้สร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้คนในสังคม แต่ตนเรียนว่า เรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้น เพียงแต่หากเป็นการสมมติขึ้นว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระทำขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ประเทศไทยจะเกิดสุญญากาศ อำนาจอธิปไตยจะกลับคืนสู่ประชาชน สามารถใช้มาตรา 3 ตั้งรัฏฐาธิปัตย์ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และจัดตั้งสภานิติบัญญัติ และสภาประชาชน เพื่อปฏิรูปบ้านเมืองต่อไป
ขณะที่ พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า เรื่องรัฏฐาธิปัตย์ ตนจะถ่ายทอดเจตนารมณ์นี้ไปยังกำลังพล แต่กำลังพลจะคิดอย่างไรก็เป็นดุลยพินิจ แต่ก็เชื่อว่าการหารือกันครั้งนี้ จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น จากนั้นนายสุเทพ และแกนนำได้ออกจากกระทรวงกลาโหม โดยนายสุเทพ ได้ปราศรัยบนรถติดเครื่องขยายเสียงถึงผลการหารือพร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทหาร และประชาชน จะได้ร่วมมือกันปฏิรูปประเทศ จากนั้นนายสุเทพ นำผู้ชุมนุมเดินทางไปยังกระทรววงมหาดไทยเพื่อเยี่ยมกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ที่ควบคุมพื้นที่การชุมนุมอยู่ก่อนเดินทางกลับสวนลุมพินี
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เวลาประมาณ 14.00 น. ระหว่างที่แกนนำและมวลชนเคลื่อนออกจากกระทรวงกลาโหม และแวะเยี่ยมการชุมนุมของ สรส. ที่หน้ากระทรวงมหาดไทย ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เนื่องจากขณะที่นายสุเทพ กำลังเดินเข้าภายในพื้นที่การชุมนุม มีเสียงดังคล้ายระเบิด และเกิดกลุ่มควันขึ้นด้านข้างป้อมยาม ที่อยู่ห่างจากจุดที่นายสุเทพยืนอยู่ประมาณ 50 เมตร ทำให้ผู้ชุมนุมแตกตื่น และการ์ดได้จับชายต้องสงสัย อายุประมาณ 40 ปีไปสอบสวน และส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป พร้อมประสานทหารที่ตั้งบังเกอร์อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุเข้าตรวจสอบ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด



