ข่าว

เมื่อแท่นเจาะน้ำมันมา นิเวศทะเลต้องหายไป

เมื่อแท่นเจาะน้ำมันมา นิเวศทะเลต้องหายไป

10 เม.ย. 2557

เมื่อแท่นเจาะน้ำมันมา นิเวศทะเลต้องหายไป : ติยากรณ์ วงศ์เลิศวาทิก / ฐิตารัตน์ เสฐพิสิษฐ์ ... รายงาน

 
                         หลังจากมีก้อนวัตถุสีดำมีลักษณะเหนียวคล้ายเศษน้ำมันถูกคลื่นซัดขึ้นมากองอยู่บนหาดจำนวนมาก เมื่อถูกแดดก็ละลายซึมลงไปในทรายกินพื้นที่ชายหาด จ.ชุมพร ตั้งแต่ อ.ทุ่งตะโก หลังสวน ไปจนถึง อ.ละแม สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวประมงในพื้นที่เป็นอย่างมาก 
 
                         โดยชาวประมงในบ้านบางมะพร้าว บ้านบางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร และเครือข่ายคนรักษ์อ่าว จ.ชุมพร ได้รวมตัวเพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและผลกระทบที่อาจมีวันข้างหน้า เพราะหวั่นว่าจะส่งผลต่อการทำประมง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนที่นี่เนื่องจากมีการตั้งแท่นขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม RIG COSL POWER ของบริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด หลุมสำรวจ NKW-NO1 โครงการ B6/27 ห่างชายฝั่งเพียง 18 กิโลเมตรเท่านั้น
 
                         แม้บริษัท ปตท.สผ.สยาม ได้ออกเอกสารเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่าหยุดการสำรวจและกำลังสละหลุมแล้ว แต่เพื่อให้เกิดความกระจ่างคลายข้อกังวลใจ ชาวประมงจึงรวมตัวกันไปยังแท่นจุดเจาะดังกล่าว โดยใช้เวลาเดินเรือ 40 นาทีเท่านั้นและลอยเรือห่างออกมาประมาณ 500 เมตรเห็นการปล่อยของเหลวสีดำลงสู่ทะเลและมีเฮลิคอปเตอร์บินเข้าออกเหมือนยังมีการทำงานปกติ โดยบริษัทชี้แจงภายหลังว่าสิ่งที่ปล่อยมาเป็นแค่น้ำทะเลหล่อเย็น ขณะที่ผู้รู้บางคนให้ข้อมูลว่าของเหลวสีดำเป็นน้ำโคลนผสมใช้สำหรับหล่อลื่นเพื่ออัดก๊าซไม่ให้ย้อนขึ้นมาตามท่อเจาะ มีส่วนผสมของแบไรต์ที่จะมีผลต่อระบบนิเวศและนั่นหมายถึงแท่นขุดเจาะสำรวจยังมิได้ยุติการทำงาน 
 
                         นอกจากปัญหาการประมงแล้วยังพบนกนางนวลเปื้อนคราบน้ำมันที่หาดละแม ขณะที่โลมาใน จ.นครศรีธรรมราช มียอดตายสะสมถึง 11 ตัว ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมายังพบก้อนสีดำถูกคลื่นซัดเต็มแนวชายหาดทั้งที่ จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงเกาะสมุยและจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งนักวิชาการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เก็บตัวอย่างก้อนสีดำบนชายหาด อ.สิชล และอ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ไปวิเคราะห์พบว่าองค์ประกอบทางเคมีเป็นน้ำมันดิบที่ผ่านกระบวนการให้มีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นจนมีคุณลักษณะจมน้ำ อันจะส่งผลต่อระบบนิเวศหน้าดิน โดยเฉพาะกับสัตว์ที่ไปสัมผัสหรือกินเข้าไปจึงมีโอกาสเป็นสาเหตุการตายของโลมา
 
                         อย่างไรก็ตามนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่าไม่น่าจะเป็นก้อนน้ำมันที่ถูกปล่อยจากเรือเพราะมีปริมาณมากและกินพื้นที่กว้าง จึงเป็นไปได้สูงว่าอาจเป็นน้ำมันดิบที่รั่วไหลใน จ.ระยองเมื่อปีก่อน ที่ถูกใช้สารเคมีจนจมลงในทะเลและถูกกระแสคลื่นลมพัดมาถึงชายฝั่งในภาคใต้
 
                         ด้านกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ลงพื้นที่ร่วมกับดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเก็บตัวอย่างก้อนสีดำไปตรวจสอบเช่นกันว่าเป็นน้ำมันชนิดไหนจากแหล่งขุดเจาะน้ำมันหรือไม่ พร้อมหาพิกัดของผลกระทบในพื้นที่ คาดว่าไม่เกิน 1 เดือนน่าจะได้ผลที่ชัดเจน
 
                         การแสดงสัญลักษณ์ของชาวประมงบ้านบางมะพร้าว บ้านบางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ครั้งนี้ต้องการให้ทุกภาคส่วนและบริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด เปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ก้อนสีดำที่ลอยเข้าฝั่งและของเหลวสีดำที่ปล่อยลงทะเลนั้นคืออะไร พร้อมแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าพลังงานไทยเป็นของคนไทยทุกคนไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง หากสิ่งที่ชาวประมงกังวลนั้นเป็นความจริงและส่งผลต่อท้องทะเลที่เปรียบเป็นบ้าน เป็นชีวิตของพวกเขา ชายหาด ทะเลที่งดงามและแหล่งอาหารของทุกคนคงหมดสิ้น
 
 
 
 
------------------------
 
(เมื่อแท่นเจาะน้ำมันมา นิเวศทะเลต้องหายไป : ติยากรณ์ วงศ์เลิศวาทิก / ฐิตารัตน์ เสฐพิสิษฐ์ ... รายงาน)