ข่าว

'ประยุทธ์'ลงใต้ติดตามเหตุบึ้ม!

'ประยุทธ์'ลงใต้ติดตามเหตุบึ้ม!

09 เม.ย. 2557

'ผบ.ทบ.' บินลงใต้ติดตามเหตุระเบิด พร้อมเร่งเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ยัน 'รัฏฐาธิปัตย์' ยึดกฎหมาย ย้ำไม่เข้าข้างใคร

 
                       9 เม.ย.57 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก และคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนลงพื้นที่ว่า ตนจะเดินลงไปติดตามสถานการณ์ความรุนแรงว่า จะแก้ไขปัญหากันอย่างไร ทั้งนี้ไม่อยากให้วิจารณ์และคงไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ เพราะเหตุการณ์เกิดเช่นนี้มานานแล้ว และเราพยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด หากยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ เขาก็ยังยืนยันการแบ่งแยกดินแดน ตราบใดที่ยังไม่ได้ข้อยุติ และยังมีการสร้างความรุนแรงเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่รัฐ คนไทยพุทธ ส่วนตัวผู้บังคับบัญชามีการเปลี่ยนแปลงตามขั้นตอนตามลำดับ ก่อนหน้านี้ พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เคยระบุว่า เหตุการณ์ส่อเค้าความรุนแรงตั้งแต่เดือนที่แล้วเพื่อให้เกิดปัญหาช่วงสงกรานต์ที่มีวันหยุดติดต่อหลายวัน จึงต้องไปดูว่าจะมีมาตรการอย่างไรป้องกันให้มากที่สุด พร้อมทั้งประสานงานการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
 
                       “ทำไมต้องไปคิดว่าการเปลี่ยนแม่ทัพภาคที่4 จึงทำให้เกิดเหตุระเบิดที่ยะลา เป็นคนละเรื่องกัน ผมไม่ได้ปกป้องแม่ทัพฯ คนที่ขึ้นมาในระดับแม่ทัพภาคมีความดี มีฝีมือ ความรู้ ความสามารถ ในการป้องกันตัวเอง เขาอยู่รอดปลอดภัยจนมาเป็นแม่ทัพถือว่าไม่ธรรมดา โดยเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงคือใกล้วันสงกรานต์ และครบรอบเหตุการณ์สำคัญ ซึ่งเขาพยายามทำให้เกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจที่ถูกระเบิดนั้น เป็นของคนไทยพุทธ เน้นธุรกิจค้าปลีก และค้าส่ง ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อต้องการข่มขู่คนไทยพุทธให้ออกจากพื้นที่ พร้อมแสดงศักยภาพ ลดความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ และยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงตอบโต้ เพื่อยกระดับไปสู่ต่างประเทศ ซึ่งผมได้สั่งการให้แม่ทัพภาค ได้พูดคุยกับย่านการค้าว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยจะเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัย ส่วนร้านค้าก็ต้องติดกล้องซีซีทีวี ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รัฐบาลทุกชุดพยายามเร่งพัฒนาในส่วนที่เรียกร้องว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม การพัฒนาขั้นพื้นฐานเฉพาะหน้าให้เร็วที่สุด รวมถึงกรณีที่ได้รับการพัฒนาที่ล่าช้าเกินไป อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ภัยแทรกซ้อน เช่นยาเสพติด เป็นปัญหาที่มีผลต่อการแก้ปัญหาในพื้นที่ บางครั้งทำให้สถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น ทั้งนี้การปรับยุทธศาสตร์ต่างๆ ในขณะนี้เริ่มดีขึ้น แต่ไม่สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อยากให้ทุกคนเฝ้าระวังเพราะเขตเมืองที่เริ่มมีปัญหา โดยฝ่ายตรงข้ามใช้ระเบิดขนาดเล็ก แต่เน้นให้เกิดเพลิงไหม้ โดยการเน้นไปที่เขตชุมชน และใช้คนก่อเหตุจำนวนน้อย ถือเป็นการปรับยุทธวิธีการก่อเหตุ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็ต้องมีการปรับยุทธวิธีตาม เพื่อแก้ไขปัญหากันต่อไป นอกจากนี้ตนยังได้เรียกร้องไปยังพลเรือน ตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครองต่างๆ ให้ช่วยกัน โดยการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการประจำอำเภอ โดยให้นายอำเภอเป็นคนดูแล โดยมีกำลังทหารไปดูแลในเรื่องยุทธการ เพื่อที่จะแก้ไขสถานการณ์ในแต่ละอำเภอให้ได้
 
 
'ประยุทธ์' ยัน 'รัฏฐาธิปัตย์' ยึดกฎหมาย ย้ำไม่เข้าข้างใคร
 
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข. (กปปส.) ประกาศตั้งรัฏฐาธิปัตย์ ว่า อยากให้ไปดูความหมายว่าแปลว่าอะไร มีหลายคนออกมาแปลความหมายของคำนี้ แต่ต้องไปดูว่า ตามกฎหมายสามารถทำได้หรือไม่ หากผิดกฎหมายก็ดำเนินคดี จุดยืนของกองทัพ คือ ไม่เข้าข้างคนที่ทำผิดกฎหมายทุกพวกทุกฝ่าย ซึ่งวันนี้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) นำเรื่องนี้ไปพูดคุยกัน ขณะที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็กำลังดำเนินคดี ตนคงไม่ไปวิจารณ์กรณีที่นายสุเทพ ประกาศจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์ว่า เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพราะสิ่งใดก็ตามที่ผิดกฎหมายก็ไม่เหมาะสมทั้งนั้น มันมีคำตอบในตัวอยู่แล้ว
 
                       “ผมถามว่า ขณะนี้มีใครทำความผิด พ.ร.บ.ความมั่นคงบ้าง มีกันหลายกลุ่ม หลายฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะนายสุเทพ เพียงอย่างเดียว ผมไม่ได้เข้าข้างสุเทพ หรือ ณัฐวุฒิ หรือ จตุพร หรือใครทั้งนั้น ทหารต้องทำหน้าที่ไป แต่ในวันนี้ไม่ใช่หน้าที่ของทหาร ซึ่งทหารก็ต้องมาทำ ถามว่าเป็นหน้าที่ของใคร ของฝ่ายบริหาร และฝ่ายตำรวจใช่หรือไม่ หน้าที่ของทหารตามรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจน ทหารไม่สามารถไปจับกุมใครมาดำเนินคดีได้ ซึ่งคนที่จะจับได้ก่อนคือตำรวจ ก็เข้าไปจับ เพราะนายสุเทพก็อยู่ในม็อบ แต่พอจับไม่ได้ก็บอกให้ทหารไปจับ มันถูกต้องหรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
                       เมื่อถามว่า หลายฝ่ายสับสนกับจุดยืนของผบ.ทบ.เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ตนพูด ยังไม่ชัดอีกหรือ บอกแล้วว่าให้ไปดูว่า ผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าผิดก็ดำเนินคดี จับติดคุก ใครที่ทำผิด พ.ร.บ.ความมั่นคงก็ไปจับมา คนที่ดำเนินการก่อนคือ ตำรวจ โดยศอ.รส.สั่งการไป รวมถึงอธิบดีดีเอสไอ ทำไมไม่ไปไล่ให้คนที่มีหน้าที่โดยตรงไปทำงาน ตนไม่เข้าใจ ทุกสิ่งทุกอย่างลงมาที่ทหารหมด ไม่ว่าจะรบกับศัตรูนอกประเทศ หรือในประเทศเอง บางพวกไม่ชอบใจว่าทหารมายุ่งกับการเมือง อยากถามว่า ยุ่งที่ไหน เพราะตนอยู่ดีๆ ตนทำหน้าที่ตามคำสั่งและกฎหมายที่มีอยู่ ยืนมาอย่างนี้ตลอด
 
                       เมื่อถามว่า คิดว่าการตั้งรัฏฐาธิปัตย์ สามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่คิด เพราะไม่ได้เป็นคนพูด ทุกวันนี้มีหลายเรื่อง หลายคนพูดในสิ่งที่ผิดกฎหมาย สถาบัน เรื่องกบฏ ซึ่งแบ่งแยกเป็น 2 เรื่อง คือ รัฏฐาธิปัตย์ และแบ่งแยกประเทศ อยากให้พูดกันหมด และนำมาแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แก้กันทีละข้าง หากแก้กันทีละข้างจะไม่สามารถแก้ไขได้ ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหา ต้องไปถามฝ่ายบริหาร ฝ่ายการเมือง และรัฐบาล เมื่อถามว่า เมื่อมีการตั้งรัฏฐาธิปัตย์ได้  ผบ.ทบ.จะรายงานตัวต่อนายสุเทพหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาตั้งได้หรือยัง ถ้าตั้งไม่ได้ก็อย่าไปคิด และสื่อบอกเองว่า ผิดกฎหมาย  และตั้งไม่ได้ จะมาถามให้เสียสมองทำไม 
 
                       เมื่อถามว่า ประชาชนอยากได้ทหารเป็นที่พึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ทุกวันนี้ทหารยังพึ่งไม่ได้อีกเหรอ ต้องการพึ่งทหารในระดับไหน หรืออยากให้ทหารออกมาแก้ไขปัญหาอย่างไรก็ให้บอกมา เมื่อถามว่า ถ้าแก้ไขปัญหาไม่ได้ทหารจะออกมาปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขายอมหรือไม่ก็ให้ไปถามเขา ที่มาโวยวายกันอยู่ทุกวันนี้จะสู้กันให้ได้ ให้ตายไปกันข้าง เมื่อถามย้ำว่า ถ้าประชาชนฆ่ากันตายทหารค่อยออกมาปฏิวัติใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องที่ตนจะตอบ ถ้าตอบอย่างนั้น สื่อจะนำไปเขียนว่าไม่ห่วงประชาชน ปล่อยให้ประชาชนตายก่อนแล้วค่อยออกมาเป็นอัศวินขี่ม้าขาวยึดอำนาจ อยากให้ใช้สติปัญญา เหตุผลในการแก้ไขปัญหา เคารพกฎหมายก็จะแก้ไขปัญหาได้ ส่วนวิธีการนอกกฎหมาย ไม่ต้องกังวล อย่างไรก็ตาม ตนไม่สัญญากับใครทั้งสิ้นว่า ใครทำอะไร หรือไม่ทำอะไร
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ทหารถูกการ์ด คปท.ยิงว่า ต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น และอย่าเคลื่อนไหวในที่มืด เพราะไม่ได้ติดอาวุธ ถือว่าทหารเสียสละ ยืดอกไปรับกระสุนใครก็ไม่รู้ ซึ่งตนสั่งการให้เขาไปทำหน้าที่ดูแลประชาชน ทั้งที่เป็นหน้าที่ของตำรวจ ถามว่า ตนยังไม่ได้ทำอะไรอีกหรือ ทหารจะถือปืนออกมาได้ต่อเมื่อบ้านเมืองเกิดวิกฤติ แต่ขณะนี้เป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย การเฝ้าระวัง และทหารไม่อยากไปทะเลาะกับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ หรือกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะทุกคนเป็นคนไทย แม้คนส่วนหนึ่งต่อว่า และคนส่วนหนึ่งชื่นชมก็ต้องทำต่อไป ด้วยความอดทน บางอย่างก็อย่าไปฟังมาก แต่ในส่วนของตนต้องฟังทุกฝ่าย ตนต้องทำกองทัพให้ยืนอยู่ให้ได้ พวกท่านอยากให้กองทัพไปซ้ายที ขวาที ตนไปไม่ได้ ถ้าไปทางไหนเพื่อไปหยุดสถานการณ์ก็จะไม่เกิดความชอบธรรมกับอีกฝ่ายหนึ่งทันที พูดวันนี้เข้าข้างวันนี้ อีกฝ่ายหนึ่งก็จะเอาไปโจมตี พอพูดอีกทีเข้าข้างอีกฝ่าย ฝ่ายนี้ก็ไม่พอใจ เราก็ทำอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นตนไม่อยู่ข้างไหนทั้งนั้น อย่ามาเลือกข้างให้ ตนจะอยู่ข้างความถูกต้องชอบธรรม เคารพกฎหมาย และปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ อดทน เหมือนที่อดทนอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งตนก็ไม่ได้มีความสุข