ข่าว

เรื่องร้ายๆของประเทศเล็กๆ

เรื่องร้ายๆของประเทศเล็กๆ

09 เม.ย. 2557

เรื่องร้ายๆของประเทศเล็กๆ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

             รายได้หลักของประเทศเล็กๆ ส่วนใหญ่ก็คือ การท่องเที่ยว การลงทุน และการส่งออก ซึ่งทั้งสามอย่างนี้เกี่ยวข้องกับต่างประเทศหรือพึงพาอาศัยชาวต่างประเทศ

             การท่องเที่ยวได้กลายเป็นอุตสาหกรรมสำคัญในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่การเดินทางทางอากาศมีความสะดวกสบายขึ้น เครื่องบินพาณิชย์สามารถเดินทางได้รวดเร็วขึ้น และบรรทุกผู้โดยสารได้มากขึ้น ชาวอเมริกันในเวลานั้น ซึ่งมีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่าหลายๆ ประเทศ เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามโดยตรง เริ่มเดินทางไปยุโรป เนื่องจากคนอเมริกันส่วนหนึ่งสืบเชื้อสายมาจากยุโรป เช่น อังกฤษ สกอตแลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี สเปน โปแลนด์ ฯลฯ จึงอยากเดินทางไปถิ่นกำเนิดของพวกตน ซึ่งประสบภัยพิบัติจากสงคราม ประกอบกับก่อนหน้านี้สหรัฐค่อนข้างจะเก็บตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก สนใจแต่การดูแลประเทศในทวีปอเมริกาให้ปลอดจากการแทรกแซงของต่างชาติ ทำให้ชาวอเมริกันไม่ค่อยเดินทางออกนอกประเทศมากนัก

             การเดินทางไปยุโรปของชาวอเมริกันเรียกได้ว่า เป็นการเปิดประตูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะนอกจากการนำเงินทองไปจับจ่ายใช้สอยแล้ว ก็ยังก่อให้เกิดการเติบโตของภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้า การขนส่ง รวมทั้งอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ ซึ่งนำรายได้เข้าประเทศต่างๆ ในยุโรปเป็นจำนวนมาก และมีส่วนช่วยในการทำให้เศรษฐกิจประเทศเหล่านั้นมีการฟื้นตัวเร็วขึ้น บางประเทศ เช่น สเปน อิตาลี และฝรั่งเศส ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของโลกมาจนถึงทุกวันนี้

             การลงทุนก็เริ่มขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองเช่นกัน เมื่อประเทศเจ้าอาณานิคมจำเป็นต้องให้เอกราชแก่เดินแดนที่เคยเป็นอาณานิคมในอดีต ทำให้ขาดทรัพยากรซึ่งเคยนำมาจากอาณานิคมเหล่านั้น จึงต้องหันมาปรับเปลี่ยนรูปแบบของการผลิตใหม่ โดยประเทศตะวันตกเป็นผู้ลงทุน ในด้านเงินทุน เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ ขณะที่ประเทศที่เป็นแหล่งทรัพยากร มีส่วนร่วมในเรื่องของที่ดิน การก่อสร้างตัวโรงงาน แรงงาน ทรัพยากร และการดำเนินการอื่นๆ ภายในประเทศ ซึ่งเงินลงทุนจากต่างประเทศจะมีจำนวนที่ค่อนข้างสูง และเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการว่าจ้างแรงงาน การก่อสร้าง และการแปรรูปทรัพยากร

             การส่งออกเป็นผลพวงของการลงทุน เพราะเมื่อมีการลงทุนเพื่อผลิตสินค้าแล้ว ส่งที่ตามมาก็คือ การส่งสินค้าที่ผลิตได้ออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกในปัจจุบันก็จะเป็นเสื้อผ้า อาหาร เครื่องไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานพาหนะ รวมทั้งสินค้าไอทีต่างๆ

             ทั้งการท่องเที่ยว การลงทุน และการส่งออก เป็นเรื่องที่ประเทศเล็กๆ แทบทุกประเทศต่างก็ตระหนักถึงความสำคัญและมูลค่าทางเศรษฐกิจ และแทบทุกประเทศต่างก็หาวิธีการต่างๆ ที่จะช่วงชิงนักท่องเที่ยว นักลงทุน มาประเทศของตน หรือส่งสินค้าของตนออกไปยังต่างประเทศ ปัญหาก็คือว่า ทำอย่างไรประเทศของตนจึงจะสามารถจูงใจให้คนมาเที่ยวหรือนำเงินมาลงทุนเพื่อผลิตสินค้าส่งออกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ที่มีคู่แข่งขันเกิดขึ้นมากมาย และต่างก็สรรหาสิทธิประโยชน์ และการอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ มาเสนอแก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุนอย่างเต็มที่

             ประเทศไทยมีประสบการณ์ในด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และการส่งออก มาไม่น้อยกว่า 50 ปี ซึ่งนับว่ามากและนานกว่าแทบทุกประเทศในเอเชีย ยกเว้นแต่ญี่ปุ่น และไต้หวัน แต่ประเทศไทยก็เหมือนเดินย้อนหลังกลับไปสู่ 50 ปีที่แล้ว ขณะที่ทุกประเทศในเอเชียและรอบบ้านของไทย มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว จนหลายประเทศก้าวล้ำหน้าไทยไปไกลโข

             คุณๆ ทั้งหลาย คุณว่าเราถูกคนทำร้ายประเทศไทยกันมากพอหรือยังครับ หรือเราจะปล่อยให้ประเทศไทยถูกทำลายให้แหลกลาญไปคามือ?