ข่าว

ปชป.ประเมิน'เมษาเดือด'

ปชป.ประเมิน'เมษาเดือด'

08 เม.ย. 2557

ปชป.ประเมิน 'เมษาเดือด' จี้ 'ยิ่งลักษณ์' ปลดล็อคการเมือง ด้าน 'จุฤทธิ์' เหน็บ 'พร้อมพงศ์' แค่ลิเกหลงโรงเล่นตามบท มั่นใจ 'ปู' ไม่รอดบ่วงกรรม

 
                      8 เม.ย.57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ว่า ที่ประชุมพิจารณาเกี่ยวกับการแก้ระเบียบ ตามแนวทางที่มีการปรับโครงสร้างองค์กร การจัดผังเจ้าหน้าที่ที่จะมีการแต่งตั้งเพิ่มเติม ตามโครงสร้างใหม่ โดยมีมติเห็นชอบตามที่คณะทำงานเสนอมา และหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งเห็นตรงกันว่า เดือนเมษายนนี้จะเป็นเดือนสำคัญ ที่จะมีเหตุการณ์หลายอย่างทางการเมืองเกิดขึ้น รวมทั้งกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะชี้มูลการทุจริตจำนำข้าวต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และการชี้สถานภาพของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าพ้นสภาพหรือไม่
 
                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงช่วงหลังสงกรานต์ เพราะอาจมีการปฏิเสธรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. หากชี้มูลเป็นโทษกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยจะมีขบวนการใช้มวลชนกดดัน เพื่อไม่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์รับโทษตามกฎหมาย จึงขอให้พรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน แต่น่ากังวลว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่มีท่าทีดังกล่าว
 
                      “ผมยืนยันว่าพรรคพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้ง ที่ประชาชนให้การยอมรับ โดยต้องเริ่มต้นจากการยอมรับกระบวนการยุติธรรม เดินหน้าปฏิรูปอย่างจริงจัง วางแผนประเทศไทยอย่างเพื่อให้หลุดพ้นจากวังวนแห่งความขัดแย้งอย่างชัดเจน แต่พรรคเพื่อไทยก็ปฏิเสธข้อเสนอของพรรคมาอย่างต่อเนื่อง” นายชวนนท์ กล่าว
 
 
                      นายชวนนท์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงออกชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับอำนาจศาล หากคำตัดสินไม่เป็นคุณ โดยย้ำว่าต้องรักษาการในตำแหน่งนายกฯ เพราะระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อศาลจะวินิจฉัยกลับพูดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม มีท่าทีปฏิเสธเงื่อนไขที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ ถือเป็นพฤติกรรม 2 มาตรฐานอย่างชัดแจ้ง และยังมีการใช้ความรุนแรงเหมือนเดิม และการที่คนเสื้อแดงจะมาไม่มากในวันที่ 5 เม.ย.57 ตามที่แกนนำประเมิน
 
                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคเห็นว่าน่าจะมาจาก 1. การขาดประเด็นที่ชัดเจนในการเคลื่อนไหว 2. มีการหักค่าหัวคิวค่าจ้างชุมนุมโดยแกนนำทำให้มีการต่อต้านจากบางพื้นที่ 3.การใช้มวลชนเสื้อแดงมักจบที่ความรุนแรงโดยแกนนำทิ้งมวลชน 4. มวลชนต้องรับโทษขณะที่แกนนำเสวยสุข 5. สองปีที่ผ่านมาการทำงานพรรคเพื่อไทยไม่ได้ตอบสนองการพัฒนา ของรากหญ้าแต่ทำงานแบบทุนสามานย์หากินกับนายทุน มีปัญหาโครงการจำนำข้าวทำให้ชาวนาไม่ร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงอีก
 
                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีการทบทวนการทุจริต โดยเฉพาะโครงการจำนำข้าว นอกจากการใช้วิธีถ่วงเวลา และเชื่อว่าการที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ขอเลื่อนการให้ปากคำเพราะต้องการถ่วงเวลา แต่ยุทธศาสตร์เช่นนี้ไม่เป็นประโยชน์จะทำให้ประเทศหาทางออกไม่ได้ จึงขอเรียกร้องให้แสดงความจริงใจ ในการหาทางออกให้ประเทศ เพราะการเลือกตั้งเกิดขึ้นไม่ได้เนื่องจากพรรคเพื่อไทยยังไม่มีสำนึกปรับปรุงพฤติกรรม ทำให้คนไทยไม่ยอมรับการเลือกตั้ง ดังนั้นเงื่อนไขที่จะปลดล็อคความขัดแย้ง จึงอยู่ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะเปิดทางปฏิรูปและให้เกิดการเจรจาในการแก้ปัญหาประเทศต่อไป
 
                      ส่วนกรณีที่กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ระบุถึง รัฏฐาธิปัตย์นั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ไม่เดินหน้าปฏิรูปประเทศ ทำให้การเรียกร้องขยายวงออกไป จึงต้องเริ่มต้นจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อให้เกิดการเจรจาก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จึงจะเป็นคำตอบที่ยั่งยืนสำหรับประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง
 
                      “ระหว่างนี้พรรคจะเริ่มเดินหน้าในเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคมอบให้นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รวบรวมผลงานพรรคและแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับแนวคิดปฏิรูปทั้ง 7 ด้าน จะมีการจัดทำเวปไซด์เพิ่มเพื่อแสดงการปฏิรูปประเทศที่พรรคได้ทำมาในอดีตและที่จะทำในอนาคต รวมทั้งเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับประชาชนให้เกิดความเข้าใจต่อแนวทางการปฏิรูปประเทศซึ่งจะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป และอาจจะมีการเดินทางลงพื้นที่เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและเข้าถึงแนวทางของพรรคอย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งการตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนจะเป็นตัวชี้วัดว่าประชาชนจะให้โอกาสนายอภิสิทธิ์ กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและให้พรรคเข้าไปบริหารประเทศหรือไม่” นายชวนนท์ กล่าว
 
 
'จุฤทธิ์' เหน็บ 'เด็จพี่' ลิเกหลงโรง มั่นใจ 'ปู' ไม่รอดบ่วงกรรม
 
 
                      นายจุฤทธิ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีอคติต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในคดีทุจริตจำนำข้าว ว่า นายพร้อมพงศ์ไม่มีความน่าเชื่อถือ ทำได้แค่สัมภาษณ์รายวันเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. เป็นพฤติกรรมลิเกหลงโรง
 
                      รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ควรจะหยุดพฤติกรรมนี้ เพราะถึงที่สุดแล้วน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่มีทางหลุดพ้นบ่วงกรรมที่ตัวเองทำไว้ การกล่าวอ้างว่า ป.ป.ช.ไม่ดำเนินการคดีประกันรายได้ของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ก็ไม่เป็นความจริงเพราะ ป.ป.ช.ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากรัฐบาลนี้ไม่ยอมส่งข้อมูลเพิ่มให้ และการกล่าวหาในเรื่องนี้ก็เกิดขึ้น เพียงเพื่อให้ได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น
 
                      นายจุฤทธิ์ กล่าวว่า กรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ระบุโจมตีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ว่า วิจารณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ แบบแผ่นเสียงตกร่องนั้นว่า หัวใจนักการเมืองที่ดี คือ 1.ต้องกตัญญูรู้คุณต่อประชาชน บุคคลและพรรคการเมืองที่ให้โอกาสนายนภดลในทางการเมือง โดยเฉพาะต้องกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด 2.ไม่เป็นทาสคนโฉด และ 3.ไม่นิยมทำดำเป็นขาว ทำผิดเป็นถูก
 
                      “นายนพดลรู้อยู่แก่ใจว่าใครมีพฤติกรรม ชอบว่าความให้โจร ที่สำคัญคำพูดของนายชวน หลีกภัย ไม่ใช่แผ่นเสียงตกร่องแต่เป็นวาจาสิทธิ์ เพราะเคยพูดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจะไม่มีแผ่นดินอยู่ และสุดท้ายนายนพดล ก็เป็นได้แค่สมุนของคนที่ไม่มีแผ่นดินอยู่เท่านั้น” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว