ข่าว

'เด็จพี่'ยื่นDSIฟัน'เทือก-กปปส.'ข้อหากบฏ

'เด็จพี่'ยื่นDSIฟัน'เทือก-กปปส.'ข้อหากบฏ

08 เม.ย. 2557

'พร้อมพงศ์' ยื่น 'ดีเอสไอ' ดำเนินคดี 'สุเทพ-แกนนำกปปส.' ข้อหากบฏ หลังตั้งตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์

 
                     8 เม.ย.57 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้นำซีดีบันทึกการปราศรัยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มายื่นต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายสุเทพกับพวก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 เนื่องจากประกาศตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ จะแต่งตั้งนายกฯ และคณะรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้า และจะเป็นผู้รับสนองบรมราชโองการเอง โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญปี 50 การเสนอชื่อนายกฯจะต้องกระทำผ่านสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น การกระทำของนายสุเทพและพวกจึงถือว่าเป็นกบฏต่อแผ่นดิน อีกทั้งยังเป็นการไม่เห็นหัวองค์กรอิสระใดๆ แม้กระทั่งนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ที่เป็นพวกเดียวกันยังออกมาบอกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องไม่เหมาะสม นอกจากนี้ การที่นายสุเทพออกมาพูดในลักษณะนี้ต้องมีการวางแผน มีผู้อยู่เบื้องหลัง และทำกันเป็นขบวนการ ถือเป็นการรัฐประหารรูปแบบใหม่ โดยภายในสัปดาห์นี้ตนจะเดินทางไปยื่นเรื่องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเอาผิดกับนายสุเทพ และพวกด้วย
 
                     นายธาริต กล่าวว่า เรื่องนี้ทางดีเอสไอ สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้รวบรวมข้อมูลและติดตามมาโดยตลอด หลังจากนี้จะมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปตรวจสอบคำปราศรัยของนายสุเทพ และพฤติการณ์ทั้งหมด เนื่องจากก่อนที่นายสุเทพจะออกมาปราศรัยได้มีการประชุมร่วมกับแกนนำคนอื่นๆ และยังเป็นมติของที่ประชุมด้วย จึงถือว่าผูกพันกับแกนนำทุกคน ไม่ใช่ความผิดเฉพาะตัวนายสุเทพคนเดียว ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้สั่งให้มีการนำคลิปคำปราศรัยทั้งหมดเข้าพิจารณาในที่ประชุมศอ.รส.ในวันนี้ (8 เม.ย.) ด้วย ทั้งนี้ จากการติดตามพฤติการณ์ส่วนตัวมองว่า นายสุเทพ และแกนนำกปปส.มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และยังเป็นความผิดต่อเนื่องเพราะนายสุเทพ และแกนนำกปปส.มีความผิดฐานกบฏอยู่แล้ว
 
 
'พท.' ออกแถลงการณ์ต้าน 'รัฏฐาธิปัตย์'
 
 
                     เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค และนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. ร่วมกันอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย โดยนายโภคินเป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยว่า ตามที่นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา จนกระทั่งได้แถลงเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2557 ที่ผ่านมาว่า จะยึดอำนาจประเทศไทยเพื่อเอาอำนาจอธิปไตยมาเป็นของประชาชน และประกาศตั้งตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ จะออกคำสั่งเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายทำนองเดียวกับคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติเพื่อดำเนินการกับฝ่ายตรงข้าม และจะเสนอทูลเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตนเองจะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีนั้น พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่า คำว่ารัฏฐาธิปัตย์นั้น ในความหมายที่เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป และในทางกฎหมายก็คือ ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญและประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยแล้ว หมายถึงปวงชนชาวไทยและพระมหากษัตริย์ ดังที่รัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคแรกบัญญัติว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล
 
                     นายโภคิน กล่าวอีกว่า การประกาศของนายสุเทพถือว่ากระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ดังนี้ 1.เป็นการทรยศต่ออำนาจของปวงชนชาวไทยและพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 เพราะนายสุเทพไม่ใช่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือศาล แต่เป็นกบฏ ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 และ 116
 
 
                     2.เป็นการทรยศต่อระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 2 ที่บัญญัติว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทำและการประกาศของนายสุเทพจึงเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญมาตรา 2 และมาตร 6  ที่บัญญัติว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
 
                     3.เป็นการล่วงละเมิดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 8 บัญญัติว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และเพราะเหตุนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 195 จึงบัญญัติว่า บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้ ดังนั้น ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจึงได้แก่รัฐมนตรีหรือบุคคลอื่นที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เท่านั้น การกำหนดตัวเองของนายสุเทพเป็นรัฏฐาธิปัตย์จึงเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญและล่วงละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์อย่างชัดแจ้ง ซึ่งเป็นความผิดทางกฎหมายอีกกระทงหนึ่ง
 
                     และ 4.ปวงชนชาวไทยมีสิทธิและหน้าที่ที่จะต่อต้านและพิทักษ์รักษาระบอบประชาธิปไตยและอำนาจของปวงชนชาวไทยและพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 69 ที่บัญญัติว่า บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธี ซึ่งการกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ  และมาตรา 70 ที่บัญญัติว่า บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ
 
                     นายโภคิน กล่าวด้วยว่า สรุปคือ ประชาชนที่รักประชาธิปไตยทั้งหลายมีหน้าที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตย และมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีต่อการกระทำใดๆ ของนายสุเทพ พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการในทุกวิถีทางตามกรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเพื่อพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอเรียกร้องให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงาน ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 69 มาตรา 70 และมาตราอื่นๆ ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อต่อต้านและดำเนินคดีต่อนายสุเทพและพวกอย่างเข้มแข็ง จริงจัง อย่าร่วมมือและกลายเป็นเครื่องมือของนายสุเทพและพวก รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตลอดจนองค์กรอิสระต่างๆ อย่าร่วมมือ ส่งเสริม หรือสมคบคิดกับนายสุเทพและพวกเป็นอันขาด เพราะจะเข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
 
                     “พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ทางออกของประเทศเพื่อให้การใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์เป็นไปโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญก็คือการเลือกตั้ง ดังที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ในคำวินิจฉัยที่ 9/2549 วันที่ 8 พฤษภาคม 2549 จึงขอเรียกร้องให้กกต. และรัฐบาลรีบตราพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่โดยด่วน” นายโภคิน กล่าว
 
 
'พท.' ฟ้องนานาชาติ ลั่นไม่ให้องค์กรอิสระทำลายกระบวนการปชต.อีก
 
 
                     เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานยุทธศาสตร์ฝ่ายต่างประเทศพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้ส่งจดหมายเรียกร้องให้ต่างประเทศรับรู้สถานการณ์ไม่ปกติในประเทศไทย ที่มีบางกลุ่มบางพวกพยายามล้มล้างประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ นิติธรรมสากล โดยมีเนื้อหาดังนี้
 
                     1.รากเหง้าของวิกฤติทางการเมืองในประเทศไทยอยู่ที่การไม่เคารพการเลือกตั้งของฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายที่เคลื่อนไหวต่อต้านกระบวนการประชาธิปไตยที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.
 
                     2.การเลือกตั้งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ 88 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กลุ่มคนเหล่านี้มีที่มาจากเครือข่ายเดียวกันคือการรัฐประหาร พ.ศ.2549 ที่โยงใยไปยังบุคคลที่มีที่มาจากการครอบครองอำนาจจากการรัฐประหาร ซึ่งรวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่กำลังพิจารณาคดีของนายกฯ ในคดีโครงการรับจำนำข้าว และการโยกย้ายตำแหน่งของนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช.
 
                     และ 3.พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้นานาอารยประเทศได้รับทราบข้อมูล รวมถึงติดตามเหตุการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด และประนามการกระทำต่างๆ ที่ขัดกับหลักประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ นิติธรรมในประเทศไทยโดยเร็ว ทั้งนี้ ขอให้สหภาพรัฐสภาโลก(ไอพียู) เข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วนกรณีที่ส.ส.และส.ว.308 คน แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
 
                     “คณะทำงานยังได้เข้าพบเอกอัครราชฑูตประเทศต่างๆ ซึ่งทุกประเทศมีจุดยืนและหลักการประชาธิปไตย พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วงและให้กำลังใจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ให้อดทน ประคับประคองให้เหตุการณ์ในประเทศไทยดีขึ้น เราจะไม่ให้องค์กรอิสระเข้ามาทำลายกระบวนการประชาธิปไตยอีกแล้ว” นางกุสุมาลวตี กล่าว