ข่าว

ลุ้น!สัญญาณความถี่ล่าสุด'กล่องดำ370'

ลุ้น!สัญญาณความถี่ล่าสุด'กล่องดำ370'

08 เม.ย. 2557

ทีมค้นหาบินมาเลย์ MH370 กลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังพบสัญญาณถี่ที่อาจมาจากกล่องดำ

 
                         8 เม.ย. 57  ปฏิบัติการค้นหากล่องดำของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200ER เที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เริ่มมีความหวังมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการพบสัญญาณความถี่บริเวณเดียวกันหลายครั้งในมหาสมุทรอินเดีย ที่อาจจะมาจากกล่องดำของเครื่องบินที่หาย
 
                         สัญญาณสุดท้ายที่ไม่อาจอธิบายได้ ที่ถูกปล่อยออกมาจากเครื่องบินมาเลเซีย ได้ถูกพบออกมาจากจุดเดียวกันในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งทางการปักใจเชื่อว่า พวกเขากำลังจะพบเครื่องบินแล้ว และเชื่อว่าได้มีการสื่อสารครั้งสุดท้ายในช่วงที่เครื่องบินน้ำมันหมด และตกสู่ท้องทะเล
 
                         ในขณะที่ทางการของประเทศที่เข้าร่วมปฏิบัติการกู้ภัย เชื่อว่า พวกเขาใกล้จะพบเครื่องบิน หลังจากอุปกรณ์ค้นหาสัญญาณกล่องดำที่ถูกโยงไว้กับเรือโอเชียน ชิลด์ ของออสเตรเลีย ได้ตรวจพบสัญญาณที่ปล่อยออกมานานกว่า 2 ชั่วโมง สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานของบรรดานักวิเคราะห์หลายคน เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนว่า เครื่องบินอาจบินจนน้ำมันหมด และพยายามจะสื่อสารด้วยระบบดาวเทียม แต่ทำได้ไม่สมบูรณ์ และร่วงตกทะเลในที่สุด และเป็นไปได้ที่เครื่องบินจะร่อนลงและพลิกคว่ำ แทนที่จะจมลงแบบปกติ 
 
                         นายฮิชชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย รักษาการรัฐมนตรีขนส่ง แถลงว่า จะยังคงมีความหวังและสวดอวยพรให้กับผู้รอดชีวิต และอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน สำหรับการตรวจสอบสัญญาณที่เรือโอเชียน ชิลด์ ตรวจจับได้ 
 
                         คริส แม็คลาฟลิน จากบริษัทดาวเทียม อินมาแซ็ท ของอังกฤษ ที่ช่วยระบุเส้นทางของเครื่องบิน โดยอาศัยการวิเคราะห์จากการสื่อสารผ่านดาวเทียม ระบุว่า จุดที่พบสัญญาณใหม่ๆ สอดคล้องกับจุดที่เครื่องบินขาดการติดต่อไปอย่างลึกลับ เมื่อเวลา 11.19 น. ตามเวลามาตรฐาน หรือเพียง 8 นาที หลังจากการสื่อสารตามปกติ 
 
                         นอกจากนี้ ยังมีการเผยผลการวิเคราะห์โดยทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ ที่ใช้ข้อมูลเรดาร์ของมาเลเซีย และโบอิ้ง มาวิเคราะห์ว่า เครื่องบินเดินทางไกลกว่าที่คิด ทำให้มีการเผาผลาญเชื้อเพลิงมากขึ้น จนน้ำมันหมด และเชื่อว่า เครื่องบินพยายามที่จะสื่อสารครั้งสุดท้ายก่อนจะหายไป
 
 
 
จำเป็นต้องหาสัญญาณต่อไป ก่อนส่งหุ่นยนต์ลงไปค้นหา
 
 
                         พลอากาศเอกแองกัส ฮุสตัน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการค้นหาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200ER เที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส แถลงว่า การติดตามค้นหาสัญญาณที่ออกมาจากกล่องดำของ MH370 มีแนวโน้มจะดำเนินต่อไปอีกหลายวัน ก่อนที่หุ่นยนต์ดำน้ำจะถูกส่งไปปฏิบัติการค้นหาใต้ท้องทะเล 
 
                         เรือโอเชียน ชิลด์ ของออสเตรเลีย ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณกล่องดำของสหรัฐ ได้ตรวจจับสัรญญาณที่มีความเป็นไปได้ว่า ถูกปล่อยออกมาจากกล่องดำของ MH370 โดยในครั้งแรก ดักสัญญาณได้นานกว่า 2 ชั่วโมง ส่วนครั้งที่สองประมาณ 13 นาที แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถตรวจจับได้อีกเลย ซึ่งพลอากาศเอกฮุสตัน บอกว่า การค้นหาเครื่องบินที่ใช้เวลายาวนานนับเดือน ในมหาสมุทรอินเดีย ได้เข้าสู่ช่วงที่ยากเย็นที่สุด เมื่อแบตเตอร์รีของกล่องดำ ที่มีอายุการใช้งาน 30 วัน กำลังหมดอายุแล้วเช่นกัน
 
                         พลอากาศเอกฮุสตัน กล่าวด้วยว่า สัญญาณเสียงมีความใกล้เคียงอย่างยิ่งกับสัญญาณที่ปล่อยออกมาจากกล่องดำ และมีประโยชน์อย่างที่สุดต่อการค้นหา แต่ความพยายามที่จะดักสัญญาณอีกครั้งต้องประสบกับความล้มเหลว และการค้นหาใต้ท้องมหาสมุทร ถือเป็นความยากลำบากและต้องใช้เวลาที่ยาวนานและล่าช้าอย่างยิ่ง 
 
                         ถ้าพบกล่องดำ ก็จะทำให้ทราบบันทึกข้อมูลการบิน และอาจได้คำตอบว่า เกิดอะไรขึ้นบนเครื่องบิน ที่มีผู้โดยสาร 227 คน และลูกเรือ 12 คน ก่อนจะหายไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม และยังเบี่ยงออกนอกเส้นทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปยังกรุงปักกิ่งอีกด้วย // ทางการไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ว่า อาจจะเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิค แต่ระบุว่า จากหลักฐาน ที่รวมทั้งการขาดการสื่อสาร ทำให้เชื่อว่า จะเป็นการจงใจทำให้เครื่องบินออกนอกเส้นทาง 
 
                         ยานพาหนะอัตโนมัติเคลื่อนที่ใต้ทะเล (autonomous underwater vehicle) หรือหุ่นยนต์ใต้น้ำ ที่มีชื่อว่า บลูฟิน-21 ที่อยู่บนเรือโอเชียน ชิลด์ อาจถูกส่งลงไปค้นหาใต้ท้องทะเล แต่ต้องรอให้พื้นที่ค้นหาถูกจำกัดให้แคบลงเสียก่อน ซึ่งพลอากาศเอกฮุสตัน กล่าวว่า เพราะพื้นที่ค้นหายังคงกว้างมาก จึงจำเป็นต้องจำกัดพื้นที่ให้แคบลง และต้องอาศัยดักฟังคลื่นสัญญาณอีกครั้ง เพื่อให้ได้จุดค้นหาที่ชัดเจน 
 
                         หุ่นยนต์บลูฟิน จะค้นหาทั่วท้องมหาสมุทรโดยใช้โซนาร์ ภายใต้ภารกิจ 20 ชั่วโมง และจะส่งสิ่งที่พบขึ้นไปดาวน์โหลดและวิเคราะห์บนเรือโอเชียน ชิลด์ // ถ้าพบสิ่งผิดปกติ โซนาร์ก็จะถูกแทนที่ด้วยกล้อง เพื่อตรวจดูให้ใกล้ยิ่งขึ้น โดยคาดว่า มันจะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ลึกลงไปมหาสมุทร ราว 4.5 กิโลเมตร 
 
 
 
 
-----------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)