ข่าว

'ประเทศที่ไม่มีอะไรเหลือ'

'ประเทศที่ไม่มีอะไรเหลือ'

07 เม.ย. 2557

'ประเทศที่ไม่มีอะไรเหลือ' : คอลัมน์ วันเว้นวันวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ โดย... ประภัสสร เสวิกุล

 
 
          มีผู้บอกผมว่า ถ้าให้เลือกไปเที่ยวต่างประเทศ จีนจะเป็นประเทศหนึ่งที่เขาไม่นึกอยากจะไป ด้วยเหตุผลว่าประเทศจีนในปัจจุบันขาดเสน่ห์ที่เคยมีมาในอดีต ทั้งบ้านเมือง ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และผู้คน ซึ่งสิ่งต่างๆ ดังกล่าวสูญหายไปพร้อมกับความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงเวลาสามทศวรรษที่ผ่านมา
 
          ผมฟังแล้วก็ค่อนข้างจะเห็นภาพ เพราะใครก็ตามที่คิดจะไปเมืองจีนเพื่อค้นหา “ความเป็นจีน” เหมือนสมัยก่อน ที่คนจีนโพ้นทะเลกลับไปเยี่ยมอาม่าที่เมืองจีนนั้น ก็คงต้องพากันผิดหวัง เพราะสมัยเมื่อ 30-40 ปีก่อนนั้น เมืองจีนไม่มีอะไรนอกจากความเป็นจีน ไม่ว่าจะบ้านเมือง ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และผู้คน คนจีนในเวลานั้นส่วนใหญ่อยู่ในสภาพที่ยากจนและใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในอดีตกาล แต่งกายในชุด “เหมานิยม” สีเทา ดำ หรือน้ำเงินเข้ม ทั้งประเทศ และใช้จักรยานเป็นพาหนะ ภาพของกองทัพจักรยานบนถนนในกรุงปักกิ่ง เป็นภาพที่สร้างความตื่นเต้นแก่ผู้ที่ไปเยือนเมืองจีนในตอนนั้นเป็นอย่างยิ่ง และการขนข้าวของ ทั้งของกินของใช้ ไปฝากญาติๆ ที่เมืองจีน ก็เป็นความภาคภูมิใจและความประทับใจของลูกหลานจากโพ้นทะเลเป็นอย่างยิ่ง
 
          แต่เมื่อจีนปฏิรูปเศรษฐกิจไปตามแนวทางของทุนนิยม โดยยังคงการปกครองตามระบอบสังคมนิยมไว้ ก็ทำให้จีนเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะแม้จะมีข้อจำกัดทางการเมืองและสังคม แต่เรื่องเศรษฐกิจการค้ากลับเปิดกว้าง ประกอบกับจีนมีปัจจัยสำคัญของการผลิต เช่น ทรัพยากร แรงงาน และเงินทุน จำนวนมหาศาล จึงทำให้จีนประสบความร่ำรวยจากการค้าจนก้าวขึ้นมาสู่การเป็นประเทศที่มีสถานะทางเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลก เหนือกว่าสหรัฐที่เคยครองตำแหน่งนี้อยู่ และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ จีนเป็นประเทศที่ไม่มีหนี้สิน แถมยังถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้จีนมีอำนาจในการต่อรองอย่างสูงกับสหรัฐ
 
          ความร่ำรวยของจีน ทำให้จีนพัฒนาประเทศในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านวัตถุ จีนในปัจจุบันเต็มไปด้วยอาคารขนาดใหญ่ ถนนหนทางกว้างขวาง และกองทัพจักรยานถูกแทนที่ด้วยกองทัพรถยนต์ ผู้คนมีชีวิตที่รีบเร่ง จนห่างไกลจากวิถีชีวิตแบบเดิม และความเป็นประเทศ “รวยใหม่” ก็ทำให้คนจีนในเวลานี้ นึกถึงแต่การแสวงหาผลกำไร และการใช้เงินเพื่ออวดความมั่งมีของตนมากกว่าจะคำนึงถึงมิตรจิตมิตรใจ หรือคุณค่าทางจริยธรรม เช่นคนจีนสมัยก่อน
 
          อันที่จริงแล้ว ความร่ำรวยนั้นไม่ใช่เรื่องผิดร้ายแต่อย่างใด หากแต่ต้องรวยให้ถูกและรวยให้เป็น รวยให้ถูก คือการแสวงหาความร่ำรวยในทางที่ถูกต้อง และรวยให้เป็นคือ การรู้วิธีที่จะใช้ความร่ำรวยให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ไม่ใช่แค่การอวดมั่งอวดมีด้วยวัตถุภายนอก
 
          ทุกวันนี้ คนจีนที่มีเงินมีทองนิยมการเดินทางออกไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ และสำแดงความร่ำรวยด้วยการจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าแบรนด์เนมกันแบบเหมาเข่ง หรืออัดออตามแหล่งท่องเที่ยว และทำอะไรตามใจตัวเอง ประกาศความเป็นประเทศ “รวยใหม่” จนละเลยความเป็นประเทศ “อารยะธรรมเก่า” ไปแทบหมดสิ้น จนเป็นที่รู้กันในหมู่นักท่องเที่ยวชาติอื่นว่า ที่ไหนหรือร้านไหนมีนักท่องเที่ยวจีนแห่กันไป ก็ไม่พึงเยี่ยมกรายเข้าไปใกล้
 
          ครับ เมืองจีนในเวลานี้ เป็นดังที่เขาพูดกันว่า เป็นประเทศที่ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม ขนบธรรมประเพณี วิถีชีวิต หรือความเป็นจีน...สิ่งเดียวที่จีนมีอยู่ตอนนี้ก็คือ “เงิน” เท่านั้นแหละครับ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ประเทศที่ไม่มีอะไรเหลือ' : คอลัมน์ วันเว้นวันวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ โดย...  ประภัสสร เสวิกุล)