
'มาร์ค'ลั่นปชป.ยึดมั่นปชตนำชาติพ้นวิกฤต
'มาร์ค'ลั่นอุดมการณ์ปชป.68ปีไม่เคยเปลี่ยน ยึดมั่นระบอบปชต.เชื่อนำชาติพ้นวิกฤต กอบกู้ศรัทธา ปชช.คืนสู่การเมืองหลังสถานการณ์สั่นคลอน คนวิตกเกิดสงครามกลางเมือง
6เม.ย.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในงานครบรอบวันก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ปีที่ 68 ย่างเข้าปีที่ 69 ว่าขอบคุณส.ส.และอดีตส.ส.ของพรรคที่ร่วมกันสร้างพรรคและอนาคตการทำงานการเมืองของพรรค ซึ่งก้าวย่างสู่ปีที่ 69 ทั้งนี้ขอบคุณนายจุติไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ที่เชิญอดีตส.ส. อดีตรัฐมนตรีและผู้ที่ช่วยงานพรรคที่เป็นสืบสานอุดมการณ์พรรคมาร่วมงานด้วย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก และมีโอกาสได้เจอหลายคนที่ไม่ได้เจอมานาน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ประชาชน มีแต่ความวิตกกังวลว่าการต่อสู้ทางการเมือง จะกลายเป็นสงครามกลางเมือง ตนเชื่อว่าทุกคนในฐานะสมาชิกพรรคที่ได้พบกับประชาชนจะถูกสอบถามตลอดว่า บ้านเมืองจะไปทิศทางไหน จึงอยากย้ำว่าตลอด 68 ปีที่ผ่านมาพรรคผ่านทุกสถานการณ์ทั้งวิกฤตการเมืองเศรษฐกิจและสังคม
พรรคได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการกอบกู้วิกฤตประเทศเสมอและตนมั่นใจว่าวิกฤตในครั้งนี้ พรรคจะมีส่วนร่วมในการกอบกู้ได้อีกครั้งหนึ่ง เพราะเราแสดงบทบาทนี้มาตลอด ด้วยการยึดมั่นอุดมการณ์ในการก่อตั้งพรรคตั้งแต่ปี 2499 ด้วยการทำงานการเมืองอย่างบริสุทธิ์รักษาประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขณะนี้เกิดวิกฤตศรัทธาทางการเมืองจากการทุจริตคอร์รัปชั่นนำอำนาจประชาชนไปทรยศประชาชน จนเกิดความเสื่อมศรัทธาต่อกระบวนการประชาธิปไตย
จึงไม่น่าแปลกใจที่มีประชาชนเพียง 14 ล้านคนจาก 44 ล้านคนไม่รวม 5 ล้านคนที่ใช้สิทธิไม่ได้ที่ตัดสินใจไปเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดครั้งหนึ่งแม้แต่การเลือก ส.ว.ที่ผ่านมาประชาชนก็ไปใช้สิทธิน้อยที่สุดเพียงแค่ 16 ล้านคนจากผู้มีสิทธิ 49 ล้านคนตนคิดว่าผู้มีอำนาจต้องตระหนัก และทำความเข้าใจกับความไม่พอใจของประชาชน ด้วยการแสดงออกไม่ยอมรับกระบวนการทางการเมือง
ต้องมีการเปิดพื้นที่แสวงหาคำตอบให้ประชาชนและสังคมว่าการกอบกู้วิกฤตศรัทธา ด้วยการเริ่มต้นกระบวนการปฏิรูปจะทำอย่างไร และจะนำไปสู่การกลับเข้าสู่กระบวนการการเมืองปกติ คือการเลือกตั้งได้อย่างไร ผมมองไม่เห็นหนทางอื่นในการนำบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะไม่เชื่อว่าถ้าจะเอาชนะคะคานกัน ด้วยการเอามวลชนปะทะเกิดความรุนแรงจะแก้ปัญหาได้ เนื่องจากไม่ว่าฝ่ายไหนชนะ ก็จะทำให้ฝ่ายที่พ่ายแพ้ไม่ยอมรับ ปัญหาก็ไม่จบ การคาดหวังว่าทุกสิ่งจะคลี่คลายโดยกระบวนการทางกฎหมายโดยลำพังก็ไม่ได้ เพราะให้คำตอบได้ทีละเรื่องทีละข้อและหลายครั้งตอบได้แต่เพียงว่า ใครต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต แต่บอกไม่ได้ว่าต้องทำอย่างไรในอนาคต นายอภิสิทธิ์กล่าว
เช่นเดียวกับการเลือกตั้งโมฆะที่บอกว่า การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ให้คำตอบไม่ได้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ อย่างไร ให้การเลือกตั้งทำให้การเมืองกลับสู่ภาวะปกติ เหมือนกับคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว การชี้มูลของ ป.ป.ช.จะได้คำตอบแค่ว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือไม่ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เหมือนการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายจะทำให้นายกรัฐมนตรีพ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่
ดังนั้นการแก้ปัญหาข้อขัดแย้งเกี่ยวกับกฎหมายก็ต้องเคารพกระบวนการทางกฎหมาย โดยเฉพาะผู้มีอำนาจ ส่วนปัญหาทางการเมืองต้องมาเจรจาร่วมกัน และต้องกำหนดแนวทางการปฏิรูปที่ชัดเจน หากทำได้ทั้ง 3 ประการนี้ก็จะคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมืองได้ ตนขอให้ความมั่นใจกับสมาชิกและประชาชนว่า พรรคตระหนักหน้าที่ที่จะประคับประคอง ช่วยให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ
โดยมีความชัดเจนว่าปัญหาที่เกี่ยวกับการปฏิรูปทุกด้านตั้งแต่การทุจริต การเลือกตั้ง การบริหาร การกระจายอำนาจ กระบวนการยุติธรรม การศึกษาและสื่อสารมวลชน โดยมีการจัดทำพิมพ์เขียวและผ่านการทำสมัชชาประชาธิปัตย์ โดยมองไปถึงอนาคตประเทศเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างให้เข้าสู่กระบวนการพัฒนาที่มีความยั่งยืน สังคมเป็นธรรม ไม่มีความเหลื่อมล้ำ มีกระบวนการการเมืองที่โปร่งใส เพื่อหาคำตอบให้ประเทศในทุกเรื่อง ทั้งภาคการเกษตร แรงงาน การบริหารน้ำ และทรัพยากรอื่น ๆ อย่างครบถ้วน เป็นความพร้อมของพรรคเพื่อรองรับการเดินไปข้างหน้าของประเทศ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า แต่สิ่งสำคัญที่เป็นหน้าที่คือการเผยแพร่ข้อมูล ที่จะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการนี้ และการสร้างอารมณ์ ความมีส่วนร่วมของประชาชนที่จะทำให้ประเทศไทยเดินไปสู่อนาคตที่ดีของทุกคนไม่ว่าจะฝักฝ่ายฝ่ายใดก็ตาม โดยขอให้ทุกคนดำเนินการด้วยความอดทน มุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมืองหรือปัญหาอื่น
ผมและผู้บริหารพรรคได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีความรู้ความสามารถมาร่วมทำงาน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งตลอดเวลา เมื่อการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเป็นธรรมเรียบร้อย พรรคก็พร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เป็นเส้นทางที่พรรคเดินทางมาตลอด 68 ปีและจะยึดมั่นอย่างต่อเนื่อง โดยต้องมีการปรับปรุงการสื่อสารที่ดีก็เชื่อว่าพรรคจะมีบทบาทสำคัญ ในการนำพาประเทศออกจากวิกฤตและวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมไทยในอนาคต จึงขอให้ทุกคนร่วมสืบสานอุดมการณ์ของพรรคเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติต่อไป นายอภิสิทธิ์กล่าว
"ชวน"ชี้ปัญหาการเมืองเกิดจากความไร้คุณธรรม
ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะส.ส.ที่อาวุโสที่สุดในพรรคกล่าวว่า ตนเป็นผู้แทนมานานที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรคือ 15 สมัยโดยเป็นส.ส.ตั้งแต่ปี2512 โดยเป็นส.ส.มาแล้ว45 ปีซึ่งหากย้อนกลับไปในปี 2512 ตนเป็นลูกพรรคของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช จนได้เป็นหัวหน้าพรรค หลังจากที่อยู่ในพรรคมา 22 ปีระลึกเสมอว่าโชคดีที่ตัดสินใจเป็นนักการเมือง และตัดสินใจถูกที่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าวันแรกที่สมัคร พรรคจะไม่รับเพราะไปสุ่มเสียงดูแล้วเห็นว่าถ้าสมัครก็ไม่ได้ บังเอิญคนที่สมัครก่อนตน เป็นครูของตนมาสมัครแต่พรรคไม่ให้เงิน ทำให้ตนได้ลงสมัครแทน
นายชวนกล่าวว่า นี่คือความไม่แน่นอนในชีวิตการเมือง แต่ความแน่นอนในระบอบประชาธิปไตยคือประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ เหมือนกับที่ตนมีโอกาสเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จากการพิสูจน์ความสามารถ ความซื่อตรง สุจริตก็ได้รับการสนับสนุนให้เป็นหัวหน้าพรรคโดยไม่จำเป็นต้องมีเงิน
นายชวนกล่าวว่า พรรคสนับสนุนให้คนเข้ามาทำงานการเมือง เช่น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้มีความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานการเมืองและได้รับโอกาสจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในขณะนี้บ้านเมืองเปลี่ยนไปมาก แตกต่างจากในอดีตที่คนเข้าสู่การเมือง จะมีความมุ่งมั่นเข้ามาทำงานการเมืองโดยไม่ได้คิดเรื่องผลประโยชน์ เช่น ตนเข้ามาสมัครเป็นส.ส.ในช่วงเวลาที่กฎหมายห้ามไม่ให้ส.ส.เป็นรัฐมนตรีแม้ว่าพรรคผ่านการล้มลุกคลุกคลานทั้งแพ้และชนะ แต่ก็มีอุดมการณ์ที่ไม่เปลี่ยน คือ ยึดระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดธรรมาภิบาล ความซื่อสัตย์ สุจริต ต่อต้านการคอร์รัปชั่น
ถ้าชนะเลือกตั้งก็เป็นรัฐบาลแพ้ก็เป็นฝ่ายค้านไม่มีปัญหาซึ่งถือว่าประชาธิปไตยก้าวหน้ามาถึงจุดหนึ่ง โดยในอดีตเห็นว่าทหารเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย จากปัญหาปฏิวัติ แต่ในปัจจุบันมีปัญหาธุรกิจการเมืองหรือที่เรียกว่า ระบอบทักษิณ ซึ่งระบบนี้จะหมดไปได้อย่างไร เป็นหน้าที่ที่ประชาชนต้องตอบคำถามนี้ และคนไทยต้องช่วยกันป้องกัน ไม่ให้คนที่โกงทั้งโคตร หรือโคตรโกงเข้ามาบริหารประเทศ
นายชวนกล่าวว่า พรรคการเมืองต้องมีหน้าที่ ทำให้การเมืองควบคู่ไปกับคุณธรรมที่ในปัจจุบันขาดหายไป มีการใช้ความรุนแรงคุกคามคนเห็นต่าง ไม่บังคับใช้กฎหมายเพราะได้คนที่ไม่มีสำนึกความรับผิดชอบเข้ามามีอำนาจ จึงต้องกระตุ้นให้ผู้ที่มีหน้าที่ทำงานของตัวเอง และอย่าคิดว่า ศาลหรือองค์กรอิสระอยู่ฝ่ายใด เพราะพฤติกรรมของรัฐบาลลุแก่อำนาจ ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายโดยไม่สนใจคำเตือนในสภา จนในที่สุดก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งประเด็นที่มา ส.ว.และมาตรา190 ขัดรัฐธรรมนูญเนื่องจากมีการตัดสิทธิผู้อภิปรายและทำผิดกฎหมายหลายอย่าง แต่ที่มาโวยวายเพราะวิ่งเต้นไม่ได้
นายชวนกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องชั่วคราวที่เกิดในระยะหนึ่งเท่านั้น เราต้องร่วมมือกันอย่ายอมรับกระบวนการที่ไม่ชอบ เพราะในขณะนี้เงินซื้อได้คนที่เคยอ้างว่ามีอุดมการณ์ก็ยังไปรับใช้คนมีเงินที่สกปรกด้วย โดยมีความพยายามซื้อคนในพรรคหลายคนแต่ซื้อไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าในวงการการเมืองยังมีคนดีอยู่ ไม่ได้เห็นแก่เงินที่มีพรรคการเมืองยื่นข้อเสนอให้เท่านั้น เช่น นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู และนายอิสสระ สมชัย ที่ไม่ย้ายพรรค ไม่รับเงิน 50 ล้านจนแพ้เลือกตั้ง แต่สุดท้ายประชาชนก็ให้โอกาสอีกครั้งเนื่องจากที่เห็นความดีและความตั้งใจ
"ผมประกาศเสมอว่าเป็นนักการเมืองเพราะเลือกเป็นนักการเมืองอยากทำงานให้ประชาชนและรู้ว่าคนที่ตัดสินใจแบบผมมีมาก แต่ไม่มีชื่อเสียงโด่งดังเท่านั้น เพราะคนในทุกวงการมีทั้งดีและไม่ดีเสมอ ดังนั้นจึงต้องให้คนดีขึ้นมาปกครอง เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย อย่าให้คนไม่ดีเข้ามามีอำนาจ ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยมีพระราชดำรัสเอาไว้ และผมขอให้ข้าราชการทุกฝ่ายทบทวนตัวเอง ว่าได้ทำหน้าที่แล้วหรือยัง เพราะในปัจจุบันมีการเลือกปฏิบัติ เช่นคดีที่มีการคุกคามคนของพรรคถึง 22 คดีแต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงขอให้ตำรวจดี ๆ ลุกขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายด้วย" นายชวน กล่าว



