
'ปชป.'ครบรอบ68ปีบุคคลสำคัญร่วมแสดงยินดี
06 เม.ย. 2557
"ปชป."ทำบุญครบรอบ69ปีอดีตส.ส.-สมาชิก-ผู้สนับสนุนร่วมงานคึกคักด้าน"บรรหาร""มาร์ค"ชี้บ้านเมืองยังไม่สงบหาก"แม้ว"ขอในสิ่งเป็นไปไม่ได้
วันที่ 6 เม.ย.57 เมื่อเวลา 07.45 น. พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดงานวันครบรอบการก่อตั้งพรรค 68 ปี ภายในที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ถนนเศรษฐศิริ ภายใต้ชื่องาน “รวมพลคนประชาธิปัตย์ ย่างเข้าสู่ปีที่ 69 ของการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์” ซึ่งมีการประกอบพิธีทางศาสนา 3 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ พราหมณ์ และอิสลาม โดยตั้งแต่ช่วงเช้าได้จัดทำบุญครบรอบการก่อตั้งพรรค , พิธีสักการะองค์พระแม่ธรณีบีบมวยผม องค์สัญลักษณ์ของพรรค ทำบุญทางศาสนา คือ พิธีทางศาสนาอิสลาม บริเวณห้องโถง ชั้นล่างอาคารควงอภัยวงศ์ , พิธีทางศาสนาพุทธ ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช , พิธีบังสุกุลและอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ก่อตั้งพรรค โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีดังกล่าว
สำหรับในปีนี้การจัดงานจะพิเศษแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ พร้อมกิจกรรมบนเวทีภายใต้งาน “สู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่..เพื่อคนไทยทั้งประเทศ” มีซุ้มอาหารต่างๆจากร้านชื่อดัง ซึ่งอดีตส.ส.จะนำ อาหารอร่อยในกทม.มาออกร้านเช่นทุกปีที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาเป็นไปอย่างคึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า งานวันนี้มีบรรดาแกนนำ , อดีตส.ส.ตั้งแต่ปี 2500 ถึงปัจจุบัน รวมทั้งสมาชิกพรรค , ตัวแทนสาขาพรรคทั่วประเทศ และผู้สนับสนุนพรรคเดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค , นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค , นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ,นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ , นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) , คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช , นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ , นายคำรณ ณ ลำพูน อดีตส.ส.น่าน เป็นต้น
ส่วนตัวแทนพรรคการเมืองที่เดินทางมาอวยพรและมาร่วมงานดังกล่าว อาทิ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายนิกร จำนง กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นตัวแทนนำช่อดอกไม้ ของนายบรรหาร ศิลปะอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนามามอบให้กับพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ขณะที่การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจากท้องที่สน.บางซื่อ และตำรวจปราบจลาจล (ปจ.) รวมทั้งการ์ดอาสาสมัครรักษาความปลอดภัย กระจายดูแลพื้นที่โดยรอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปีนี้พรรคได้ส่งหนังสือเชิญไปยังอดีตส.ส. 200 กว่าคน ตั้งแต่ปี 2500 มาร่วมกิจกรรมและแสดงความคิดเห็น ประสบการณ์การทำงานให้กับสมาชิกพรรคปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนและดำเนินนโยบายตามอุดมการณ์ของพรรค ในการพัฒนาประเทศเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชนในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดตัววารสารออนไลน์ / E-Magazine ฉบับปฐมฤกษ์ เมษายน 2557 ซึ่งมี 3 ฉบับ ในหัวข้อ “7 ทศวรรษ ประชาธิปัตย์“ โดยฉบับแรกเป็นภาพหน้าปกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้ เรื่องทางออกการเมืองไทย , ชวน หลีกภัย กับเส้นทางการต่อสู้และภาพประวัติศาสตร์ทางการเมือง , นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ถึงพี่น้องประชาธิปัตย์ โดยในฉบับนี้จะกล่าวถึงแนวทางปฏิรูปประเทศไทย 7 ด้าน ส่วนฉบับที่ 2 เรื่อง “ผู้แทนประเทศไทย” ภาพหน้าปก นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค โดยมีบทความพิเศษเกี่ยวกับกฎหมายที่ประชาชนควรรู้ และความเคลื่อนไหวต่างๆของส.ส.พรรค และวารสารออนไลน์อีกฉบับเป็นภาพหน้าปกวัดอรุณราชวราราม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอนหนึ่งว่า มีคนจำนวนมากมักมาถามตน ว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้จะจบอย่างไร ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากมาก แต่ตนพยายามลำดับเหตุการณ์และปัญหาทางการเมือง ซึ่งเรื่องทั้งหมดเกิดจากกระบวนการทางการเมืองไม่มีคุณธรรม สุดท้ายประชาชนก็สูญเสียความเชื่อมั่นและความศรัทธา จึงส่งผลให้เกิดวิกฤติครั้งนี้ ตั้งแต่ความพยายามที่จะออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งเราเคยพูดมานานแล้วว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมาก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แต่เมื่อรัฐบาลได้ตัดสินใจเดินหน้าเรื่องนี้ จึงทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ขณะที่ความไม่เชื่อมั่นหรือความไม่ศรัทธาของประชาชนได้ส่งผลให้ปัญหาลุกลามไปถึงกระบวนการทางการเมืองทั้งหมด จนทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญได้ และขณะนี้เรื่องของการเลือกตั้งก็ยังไม่แน่นอน
“คำว่า “จบ” นั้น ผมยังไม่รู้ว่าจะนิยามอย่างไร แต่ผมมั่นใจว่าจะจบเป็นรายคดี เพราะไม่มีใครสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ โดยเรื่องนี้เป็นการดำเนินการ ตามกระบวนการตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ ต่อสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ในเรื่องของโครงการรับจำนำข้าวมีการสอบสวนเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งทุกคนก็ทราบดีถึงรายละเอียดของการทุจริตในโครงการดังกล่าว ขณะที่ประเด็นที่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีคือการที่นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)ด้วย แต่ไม่ได้ทำอะไรหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในขณะที่เกิดการสูญเสียมหาศาลกับการทุจริตในโครงการนี้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ต้องชี้ว่านายกรัฐมนตรีมีความผิดหรือไม่" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนคดีที่มีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยสถานะการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อันเนื่องมาจากการแต่งตั้งตั้งโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี จาก เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เราก็ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล แต่คำวินิจฉัยในแต่ละคดีไม่ได้ให้คำตอบทางการเมืองว่าบ้านเมืองจะเดินต่อไปอย่างไร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เพราะแม้แต่กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ วันนี้ทุกคนหันมามองหน้ากันและถามว่า ควรจะจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่อย่างไร หรือมีขึ้นเมื่อใด ซึ่งศาลไม่ได้ให้คำตอบตรงนี้ ขณะที่คดีของนายกฯ หากศาลตัดสินว่านายกฯมีความผิดก็ยังไม่ได้ให้คำตอบว่าบ้านเมืองเราจะเดินต่อไปอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์จึงกำหนดแนวทางหรือท่าทีไว้ชัดเจว่าการเมืองต้องหาคำตอบด้วยกระบวนการทางการเมือง มิฉะนั้นประเทศจะไม่สามารถเดินหน้าไปได้
“สำหรับการชุมนุมใหญ่ของทั้ง 2 กลุ่ม เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายกังวลว่า จะเกิดปัญหาหรือไม่ แต่แล้วเหตุการณ์ก็ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย แต่ยังมีปัญหาเรื่องของการใช้อาวุธสงคราม หรือความรุนแรงคู่ขนานกันยังคงมีต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังไม่ทราบว่า บรรยากาศหลังการตัดสินในคดีต่างๆแล้วมีการปลุกระดมประชาชนจะเป็นอย่างไร ซึ่งก็ต้องระมัดระวังแล้วเข้าใจว่าประชาชนแต่ละกลุ่มรับข่าวสารไม่เหมือนกันและสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือมีการลากองค์กรอิสระแล้วศาลเข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งคดีใดที่ฝ่ายเขามีแนวโน้มว่าจะแพ้ เขาก็จะประโคมข่าวว่าศาลและองค์กรอิสระ สมคบคิดล้มประชาธิปไตยหรือล้มรัฐบาล” นายอภิสิทธิ์กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว่า บ้านเมืองจะมีข้อยุติและเดินหน้าต่อไปได้ จำเป็นต้องมีกระบวนการทางการเมืองมาสะสางให้ชัดเจนว่าประชาธิปไตย การปฏิรูปและความยุติธรรมคืออะไร นอกจากนี้นายกฯและกลุ่ม กปปส. จำเป็นต้องมาร่วมกันกำหนดให้ชัดว่า เรื่องของการปฏิรูปและการเลือกตั้งที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นไม่ตรงกันนั้นมีปัญหาที่ตรงไหน แม้จะผ่านพ้นตรงนี้ไปได้ บ้านเมืองก็จะยังไม่สงบ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังต้องการในสิ่งที่กฎหมายไทยให้ไม่ได้ ดังนั้นพวกเราจึงมีหน้าที่ในการทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์และข้อมูลต่างๆ อีกทั้งเราต้องร่วมกันสร้างศรัทธาในกระบวนการทางการเมืองสำหรับอนาคตของประเทศ ในวันนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะก้าวต่อไปสู่ปีที่ 69 เราต้องเป็นหลักให้กับบ้านเมืองว่า เป็นพรรคที่ทำงานด้วยอุดมการณ์และมีความพร้อมเสมอ ในการวางแนวทางให้กับอนาคตของประเทศ รวมถึงต้องเคารพกระบวนการประชาธิปไตยและกฎหมาย



