ข่าว

"อภิสิทธิ์"หวังค้านขึ้นทะเบียนพระวิหารสำเร็จ

"อภิสิทธิ์"หวังค้านขึ้นทะเบียนพระวิหารสำเร็จ

24 มิ.ย. 2552

“อภิสิทธิ์"หวังค้านขึ้นทะเบียนพระวิหารสำเร็จ ยกบันทึกข้อตกลงร่วมไทย - กัมพูชา ปี 2543 ตกลงกันแล้ว ระหว่างปักปันเขตแดนไม่เสร็จอย่าจุ้นพื้นที่แย้งสิทธิไม่ห่วงลามเผชิญหน้า เชื่อมือ “สุเทพ” - “ประวิตร”คุย“ฮุนเซน” มทภ.2เผยกัมพูชาเพิ่มกำลังผิดปกติชี้ผบ.ทบ.ห่วงอ

 ที่ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 08.45 น.วันที่ 24 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือนประเทศจีน ถึงแนวทางการคัดค้านการขึ้นทะเบียนประสาทรพระวิหารเป็นมรดกโลกต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ประเทศสเปน จนทำให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลกัมพูชาหลายคนออกมาแสดงความไม่พอใจว่า ในส่วนของการประชุมกรรมการมรดกโลกก็คงดำเนินไป และเป็นการตัดสินของกรรมการมรดกโลก

 ผู้สื่อข่าวถามกรณีพ.ต.ท.สมชาย  เพศประเสริฐ  ส.ส.นครราชสีมาพรรคเพื่อไทย  ในฐานะประธานกรรมาธิการ(กมธ.)การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ออกมาติงแนวทางกาคัดค้าน ควรใช้ช่องทางการทางฑูตจะนุ่มนวลกว่า นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่จริงทุกอย่างมีตัวองค์กร คือคณะกรรมการมรดกโลกจะมีตัวกำหนดกติกาขั้นตอนการทำงาน มติเมื่อปี 2551 ที่ผ่านมาก็มีระบุว่า ต้องทำอะไรอย่างไร เราก็ต้องติดตามดูเท่านั้นเอง แล้วเมื่อติดตามแล้วเรามีความเห็นยังไม่ตรง เราก็แสดงความคิดเห็น ทุกอย่างก็เข้าสู่ที่ประชุม ตนคิดว่าเราก็ได้ทำหน้าที่ของเรา เป้าหมายของเราเพื่อต้องการไม่ให้ปัญหาเรื่องนี้มาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองประเทศในขณะที่เรามีกลไกในการเจรจาแก้ปัญหาเรื่องเขตแดนกันอยู่ ซึ่งเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลได้รับรองบันทึกการประชุมการเจรจาเพื่อเตรียมเสนอต่อสภาในเดือนสิงหาคมนี้

 เมื่อถามว่า ที่คัดค้านเพราะไม่อยากให้องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก)มายุ่งเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า หลักที่เราตกลงกับกัมพูชาไว้ คือ ระหว่างที่ยังไม่มีการจัดทำเรื่องเขตแดน ไม่ควรที่จะมีฝ่ายใดไปดำเนินการอะไรในพื้นที่ เพราะจะกระทบกระเทือนที่จะต้องมาช่วยกันดูว่าจุดแดนเขตแดนอยู่ตรงไหน สิทธิตรงไหนเป็นของใคร มันเป็นหลักที่ปรากฎในบันทึกความเข้าใจระหว่างสองประเทศ ซึ่งในส่วนของการเป็นมรดกโลกนั้น มันก็ชัดเจนว่าเรากำลังเข้าไปสู่ขั้นตอนที่จะต้องมีคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ มันก็ไม่ตรงกับเจตนารมย์ตรงนั้นเท่านั้นเอง

 เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ารัฐบาลไทยยังยึดตามบันทึกข้อตกลงไทย - กัมพูชา เมื่อปี 2543 นายกฯกล่าวว่า ทั้งสองประเทศยึด สมเด็จฮุนเซ็น นายกฯกัมพูชาคุยกับตนก็บอกว่าเรามีข้อตกลงนี้อยู่

 “แต่ในเรื่องการสื่อสารก็ต้องระมัดระวัง เพราะบางทีเขาอาจจะเข้าใจผ่านสื่อต่าง ๆ ว่าเรากำลังจะไปบอกว่าตรงนั้นเป็นของเรา ตรงนี้เป็ยของเขา ซึ่งมันไม่ใช่ประเด็นในขณะนี้ ประเด็นของเราในขณะนี้คือ การไปดำเนินการเกี่ยวกับในพื้นที่ที่มีการโต้แย้งสิทธิกันอยู่ มันทำให้เกิดความตึงเครียดมากขึ้น ” นายอภิสิทธิ์กล่าว

 เมื่อถามว่า แสดงว่ามติกรรมการมรดกโลกหลังให้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารที่ให้ 7 ประเทศเข้ามาบริหารจัดการร่วม เป็นสิ่งที่ไทยไม่อยากให้เกิดขึ้นใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็เป็นปัญหามาตั้งแต่ต้น

 ต่อข้อถามที่ว่า ได้ทำความเข้าใจกับกลุ่มประเทศที่เป็นกรรมการมรดกโลกที่สามารถโหวตได้อย่างไร นายกฯกล่าวว่า ทำอยู่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ  รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็รายงานมา กระทรวงการต่างประเทศก็รับทราบและติดตามใกล้ชิด

  เมื่อถามว่า ห่วงว่าจะมีการเผชิญหน้ากันระหว่างไทย - กัมพูชาอีกหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนหวังว่า ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและพล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม จะเดินทางเยือนกัมพูชาในวันที่ 27 มิถุนายนี้ น่าจะทำความเข้าใจและเข้าใจกันได้ด้วยดี

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เป้าหมายสูงสุดของไทยเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนร่วมกันเพื่อพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปถึงตรงนั้น เดี๋ยวจะมีปัญหาอีกว่า ตรงไหนบ้างที่จะขึ้นร่วม ตรงนี้ที่มันเป็นความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน อาจจะต้องใช้เวลาในการพูดอธิบายกัน ส่วนเรื่องการเผชิญหน้าเราดูแลเต็มที่ และถ้ากรรมการมรดกโลกมีมติอะไรไปในครั้งนี้ ก็คงไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องไปแสดงความคิดเห็นอะไรในเวทีนั้นอีก

 เมื่อถามว่า แสดงว่า ไม่ว่ามติจะออกมาอย่างไร ทั้งสองฝ่ายต้องยอมรับ นายกฯกล่าวว่า อยู่ที่มติออกมาแล้วมีผลกระทบกระเทือนต่ออธิปไตยหรือไม่อย่างไร ถ้าไม่มีก็ไม่มีปัญหา

มทภ.2เผยกัมพูชาเพิ่มกำลังผิดปกติชี้ผบ.ทบ.ห่วงอย่าประมาท

 พล.ท. วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์ข้อพิพาทบริเวณแนวชายแดนไทยกัมพูชาว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลในพื้นที่ จ.ศรีษะเกษ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา โดย ผบ.ทบ. กำชับให้มีความระมัดระวัง ซึ่งท่านก็มีความเป็นห่วงการส่งกำลังทหารจากส่วนกลางของกัมพูชาเข้ามาสนับสนุนในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งเราก็ต้องเตรียมกำลังให้มีความพร้อมที่สุด หากมีความจำเป็นต้องใช้อาวุธ แต่เราก็ยืนยันว่าจะไม่มีการใช้กำลังก่อน และไม่รุกรานใครก่อน

 “กัมพูชามีการสนับสนุนกำลังเพิ่มเติมเข้ามามากกว่าปกติ ซึ่งเราก็ต้องปรับกำลังให้มีความพร้อม ทั้งนี้ ได้พูดคุยกับผู้บัญชาการของกัมพูชา เขาก็ยืนยันว่าจะไม่มีการรบกัน และปฏิบัติตามข้อตกลง และในช่วงบ่ายวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ผมจะพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 4 ของกัมพูชา ที่ อ.ช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อหารือทุกเรื่องตามแนวชายแดนทั้งนาเสพติด ค้าของเถื่อน และการปรับวางกำลัง เพื่อเตรียมพร้อมในการประชุมคณะกรรมการระดับภูมิภาคระหว่างไทยกัมพูชา ซึ่งประชุมทุก 6 เดือน ครั้งนี้เราจะเป็นเจ้าภาพที่ จ.สุรินทร์ ” แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว

 พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวว่า วันที่ 27 มิถุนายนนี้คณะของนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปกัมพูชาเพื่อหารือถึงปัญหาข้อขัดแย้ง แต่ในระดับพื้นที่ผู้ปฏิบัติยังมีความเข้าใจกันดี ไม่น่ามีอะไร ยังไม่มีเงื่อนไขอะไรที่เราจะรบกัน แต่เขาไม่สบายใจที่เราจะไปคัดค้านในยูเนสโก แต่เขาก็เข้าใจกันดี

ปธ.กมธ.ทหาร อัด”มาร์ค”สับสนกรณี“พระวิหาร”

 พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวแสดงความเป็นห่วงต่อท่าทีและแนวทางของรัฐบาลต่อการยื่นคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกว่า น่าแปลกใจที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยือนพบ สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา แต่ทำไมถึงไม่มีการหารือเจรจาเรื่องนี้โดยตรงในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี กลับส่ง นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปยื่นคัดค้านเพราะการตัดสินการขึ้นทะเบียนมรดกโลกตั้งแต่ปี2549ซึ่งจุดนี้ทำให้ทางกัมพูชา เกิดความไม่สบายใจ

 อีกทั้งยังได้ส่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีบินไปยื่นคัดค้านด้วยและเชื่อว่าคงหาข้อยุติจบลงได้ยากอย่างแน่นอน ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯกล่าวอีกว่าโดยเฉพาะล่าสุดนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ระบุว่าเกรงองค์การสหประชาชาติหรือยูเนสโก จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารนั้น นายอภิสิทธิ์ คงสับสนในเรื่องเขตแดนพื้นที่ทับซ้อนกับพระวิหาร เพราะยูเนสโกมีสิทธิ์เข้าไปดูแลได้เนื่องจากมีการขึ้นเป็นมรดกโลกแล้ว ยกเว้นพื้นที่ดินทับซ้อน4.6 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งสมัยนั้น นายนภดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้ต่อสู้มาตลอดไม่ให้กัมพูชานำพื้นที่ดินทับซ้อนไปขึ้นทะเบียนร่วมกับมรดกโลก ในที่สุดทางกัมพูชาก็ยอม เพราะไม่เกี่ยวกับตัวปราสาทพระวิหาร แต่วันนี้นายอภิสิทธิ์ กำลังทำให้กัมพูชา เกิดความอึดอัดและหากมีการนำเรื่องไปร้องต่อศาลโลกตีความอาจทำให้ไทยจะต้องสูญเสียพื้นที่ทับซ้อนได้

 “นายกฯอภิสิทธิ์ กำลังดึงประเทศไทยเข้าสู่การทำสงครามที่เกิดจากความไม่เข้าใจ ทั้งที่ควรใช้ความเป็นผู้นำประเทศไปเจรจาพูดคุยโดยตรง เพื่อขอให้ร่วมขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกันสองประเทศ แต่ถึงวันนี้ เชื่อว่ากัมพูชา คงไม่ยอม โอกาสเป็นไปได้ยาก ทั้งที่ เรื่องดังกล่าว ควรจบในการเจรจาระดับผู้นำกับผู้นำประเทศ หรือผู้นำทางทหารทั้งสองประเทศ ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องบานปลายเป็นเช่นนี้กลายเป็นความขัดแย้งและสงครามระหว่างสองประเทศ”พ.ต.ท.สมชาย กล่าว