ข่าว

ผวาบอมบ์สงครามโลกตกค้าง-จี้รัฐตรวจสอบ

ผวาบอมบ์สงครามโลกตกค้าง-จี้รัฐตรวจสอบ

06 เม.ย. 2557

ผวาบอมบ์สงครามโลกตกค้าง ชุมชนพื้นที่เสี่ยง-จี้รัฐตรวจสอบ : โดย...พรรณทิพา จิตราวุฒิพร

 
                         เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในร้านรับซื้อของเก่าภายในซอยลาดปลาเค้า 72 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บอีก 20 คน ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ของตำรวจพบว่า ระเบิดดังกล่าวเป็น "ระเบิดอากาศ" สมัยสงครามโลกที่ 2 ซึ่งต่อมากองทัพอากาศได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา ได้แก่ ย่านสถานีรถไฟบางซื่อ สถานีรถไฟบางกอกน้อย ย่านโรงพยาบาลศิริราช ย่านสะพานพุทธ และย่านสะพานพระราม 6 ระมัดระวังเนื่องจากอาจมีระเบิดตกค้างในพื้นที่
 
                         "ทีมข่าวคม ชัด ลึก" ได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในย่านพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว พบว่า ผู้พักอาศัยในพื้นที่เสี่ยงทั้ง 5 จุด จำนวนไม่น้อยที่รู้สึกกลัว ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบพื้นที่เพื่อค้นหาระเบิดสมัยสงครามโลกที่คาดว่ายังคงตกค้างออกไปจากพื้นที่โดยเร็ว
 
                         อย่างเช่นที่ ชุมชนวัดสร้อยทอง ย่านบางซื่อ เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานพระราม 6 หนึ่งในพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ ที่เคยถูกฝ่ายสัมพันธมิตรใช้เครื่องบินบรรทุกระเบิดมาทิ้งลงในพื้นที่เพื่อทำลายสะพานตัดเส้นทางขนส่งของฝ่ายญี่ปุ่นสมัยสงคราม โดยขณะนั้นมีระเบิดจำนวนมากถูกทิ้งลงใกล้ตัวสะพานบางส่วนตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาและอีกจำนวนไม่น้อยตกลงในพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของชาวชุมชนวัดสร้อยทอง จึงทำให้ชาวชุมชนแห่งนี้เกรงจะมีระเบิดตกค้างฝังอยู่ใต้พื้นดิน
 
                         นายณรงค์ ศรีกุลวงษ์ วัย 72 ปี ชาวชุมชนวัดสร้อยทอง เล่าว่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ครอบครัวต้องอพยพหนีภัยสงครามไปพักอยู่ในย่านบางเขน เนื่องจากย่านวัดสร้อยทองติดกับสะพานพระราม 6 เป็นพื้นที่เป้าหมายที่ฝ่ายสัมพันธมิตร ใช้เครื่องบินบรรทุกระเบิดมาทิ้ง กระทั่งสงครามยุติจึงกลับเข้ามาใช้ชีวิตในชุมชนวัดสร้อยทองเช่นเดิม แต่ปรากฏว่าสมัยนั้นมีระเบิดตกค้างอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก แม้กระทั่งสมัยที่มีอายุ 11 ปี ได้ลงเล่นน้ำที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระราม 6 ยังพบระเบิดอากาศ และเชื่อว่าปัจจุบันยังคงมีระเบิดอีกจำนวนไม่น้อยฝังอยู่ในพื้นดินและจมอยู่ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาในละแวกเดียวกับชุมชน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจเพื่อความสบายใจ
 
                         "สมัยเป็นเด็กลงเล่นน้ำเจ้าพระยากับเพื่อนๆ พบระเบิดจมอยู่ในแม่น้ำ มาถึงทุกวันนี้ยังเชื่อว่ามีระเบิดอีกไม่น้อยที่ตกค้างในพื้นที่ เพราะสมัยสงครามชุมชนใกล้สะพานพระราม 6 ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรนำระเบิดมาทิ้งจำนวนมาก เพื่อทำลายสะพานตัดเส้นทางขนส่งของฝ่ายญี่ปุ่น" นายณรงค์ กล่าว 
 
                         เช่นเดียวกับที่ชุมชนบ้านพักรถไฟก่อสร้าง ใกล้กับสถานีรถไฟบางซื่อ อีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถูกทิ้งระเบิดโจมตีหลายครั้ง แม้เวลาจะผ่านมากว่า 70 ปี ชาวชุมชนแห่งนี้ยังคงเชื่อว่าอาจจะมีระเบิดสมัยสงครามตกค้างในพื้นที่ 
 
                         นางมณีรัตน์ กลิ่นเมย อายุ 64 ปี ชาวชุมชนบ้านพักรถไฟก่อสร้าง กล่าวว่า แม้จะเกิดไม่ทันตอนสงคราม แต่พ่อและแม่เล่าถึงเหตุการณ์สมัยนั้นให้ฟังอยู่เสมอ โดยสมัยสงครามย่านสถานีรถไฟบางซื่อ ฝ่ายสัมพันธมิตรใช้เครื่องบินบรรทุกระเบิดมาทิ้งในพื้นที่จำนวนมาก จึงเชื่อว่าน่าจะมีระเบิดตกค้างอยู่ ยิ่งเกิดเหตุระเบิดที่ลาดปลาเค้า 72 ทราบว่าระเบิดดังกล่าวติดไปกับดินที่ขุดไปจากย่านบางซื่อ ยิ่งทำให้รู้สึกกลัว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจพื้นที่โดยเร็ว หากมีระเบิดตกค้างอยู่จริงจะได้นำออกไปก่อนจะเกิดเหตุร้าย
 
                         "ชาวชุมชนกลัวมาก กลัวว่าจะมีระเบิดตกค้างอยู่อีก อยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบให้ละเอียด หลังเกิดระเบิดที่ลาดปลาเค้าทางชาวชุมชนก็ได้แต่หารือกันและเตือนกันว่าหากพบวัตถุต้องสงสัยหรือมีลักษณะคล้ายระเบิดให้รีบแจ้งตำรวจทันที" นางมณีรัตน์ กล่าว  
 
                         ด้าน พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า ระเบิดที่เกิดเหตุที่ซอยลาดปลาเค้า 72 เป็นระเบิดอากาศสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในบรรจุดินระเบิดทีเอ็นทีขนาด 500 ปอนด์ น้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม มีรัศมีทำลายล้าง 500 เมตร ซึ่งระเบิดอากาศที่ฝ่ายสัมพันธมิตรนำมาใช้ช่วงสงครามจะมีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดหลายร้อยปอนด์ไปจนถึงหลักพันปอนด์ ความรุนแรงจะแตกต่างกัน แม้เวลาจะผ่านมากว่า 70 ปี ซึ่งดูภายนอกอาจดูเหมือนว่าระเบิดที่พบน่าจะเสื่อมสภาพ แต่ภายในยังมีความสมบูรณ์ หากเกิดเปลวไฟหรือได้รับการเสียดสี ระเบิดก็พร้อมทำงาน 
 
                         "แม้ภายนอกจะดูเก่าเสื่อมสภาพ แต่ภายในยังพร้อมทำงาน หากถูกไฟไหม้ หรือมีเปลวไฟ หรือได้รับการเสียดสี ระเบิดก็จะทำงานทันที แต่หากฝังอยู่ในดินหรือน้ำ ไม่มีการเสียดสีหรือใกล้เปลวไฟ ระเบิดจะไม่ทำงาน แม้จะฝังในดินที่ข้างบนมีตึกสูงก่อสร้างอยู่ก็จะไม่ระเบิด อีกทั้งระเบิดชนิดนี้แม้เวลาจะผ่านไปอีกนับร้อยปีระเบิดก็ยังทำงานได้อยู่" พล.ต.ต.รณกร กล่าว
 
                         ผบก.กองสรรพาวุธ ให้ข้อมูลด้วยว่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การทิ้งบอมบ์แต่ละครั้งของฝ่ายสัมพันธมิตร จะทิ้งระเบิด 5-10 ลูก ต่อลอต โดยแต่ละครั้งจะมีเครื่องบินมากันเป็นฝูง หมายความว่าแต่ละรอบที่ฝูงบินออกปฏิบัติภารกิจทิ้งบอมบ์จะมีระเบิดนับร้อยลูกตกลงพื้นที่เป้าหมาย 
 
                         ดังนั้น อาจจะมีจำนวนไม่น้อยที่ยังคงตกค้างในพื้นที่ แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี จึงอยากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังหากพบสิ่งต้องสงสัยให้รีบแจ้งตำรวจทราบทันที
 
 
 
 
----------------------
 
(ผวาบอมบ์สงครามโลกตกค้าง ชุมชนพื้นที่เสี่ยง-จี้รัฐตรวจสอบ : โดย...พรรณทิพา จิตราวุฒิพร)