
เรือจีนจับสัญญาณ-ลุ้นกล่องดำ370
05 เม.ย. 2557
เรือค้นหาจีนจับความถี่ 37.5 กิโลเฮิรซต์ ยังไม่โยงใช่บินมาเลย์หรือไม่ เปิดปมใหม่แบตเตอรี่กล่องดำไม่ได้รับการเปลี่ยนใหม่ตามระยะเวลา
5 เม.ย. 57 ปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ยังคงดำเนินการไปอย่างต่อเนื่องและเป็นไปอย่างเข้มข้นที่สุด ทั้งเหนือผิวน้ำและใต้น้ำ นับจากเริ่มค้นหามา 29 วัน โดยเมื่อวันที่ 5 เมษายน ทีมค้นหาได้ใช้เครื่องบินทหารถึง10 ลำ เครื่องบินพลเรือน 3 ลำ และเรืออีก 11ลำ เร่งค้นหาทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเพิร์ธของออสเตรเลีย ในจำนวนนี้รวมถึงเรือ โอเชี่ยน ชีลด์ ของออสเตรเลีย ที่ติดทีพีแอล-25 ของสหรัฐ ใช้ฟังเสียงสัญญาณจากกล่องดำ และเรือเอชเอ็มเอช เอ็คโค ของอังกฤษ ที่ติดตั้งชุดรับสัญญาณและคลื่นโซนาร์แบบกวาดหาเป็นวงกว้างในการสำรวจที่ก้นมหาสมุทร
พล.อ.อ.แองกัส ฮูสตัน อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศออสเตรเลีย ในฐานะหัวหน้าผู้ประสานงานปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินเอ็มเอช 370 กล่าวว่า หากเรายังไม่พบชิ้นส่วนใดๆ ใน 6 สัปดาห์ ก็จะค้นหาต่อไป เนื่องจากในเครื่องบินนั้น มีหลายอย่างที่สามารถลอยน้ำได้ จึงเชื่อว่าในที่สุดแล้ว จะพบอะไรบ้างและช่วยให้ตีวงพื้นที่ค้นหาให้แคบลงอีก
ขณะที่วันจันทร์ที่ 7เมษายนนี้ จะครบ 30 วันที่เครื่องบินสูญหายและแบตเตอรี่รับส่งสัญญาณที่ติดตั้งไว้ในกล่องดำของเครื่องบินลำนี้จะหมดลง
แต่เกิดคำถามขึ้นมาว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่สัญญาณจากกล่องดำอาจหมดตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว เมื่อสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น อ้างการเปิดเผยของนายอานิส พาเทล ประธานบริษัท ดูเคน ซีคอม บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ในสหรัฐ ว่าอุปกรณ์ส่งรับส่งสัญญาณของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส มีกำหนดจะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เมื่อปี 2555 แต่บริษัทยังไม่ได้รับการติดต่อ
และหากตัวรับส่งสัญญาณจากกล่องดำของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ยังใช้แบตเตอรี่เดิมอยู่ นายพาเทลคาดว่า แบตเตอรี่อาจยืนระยะได้เพียง 20-25 วัน สั้นกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ 30 วัน และเท่ากับว่าเครื่องบินลำที่หาย อาจไม่ส่งสัญญาณอะไรอีกแล้วในวันนี้ แต่หากเป็นแบตเตอรี่ใหม่ จะส่งสัญญาณได้นานถึง 35 วัน อย่างไรก็ดี อาจมีเหตุผลอื่นที่บริษัทยังไม่ได้รับตัวรับส่งสัญญาณเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ เช่น มาเลเซีย แอร์ไลน์ส อาจดำเนินการเองโดยใช้ช่องทางอื่น
แต่ในการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ นายอาห์หมัด เยาฮะรี ยะห์หยา ประธานสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ยืนยันว่าแบตเตอรี่รับส่งสัญญาณกล่องดำ มีกำหนดเปลี่ยนใหม่ในเดือนมิถุนายน 2557
ในด้านการสอบสวน นายฮิชามุดดิน ฮุสเซน รักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย แถลงว่า มาเลเซียจะยังเป็นเจ้าภาพการสอบสวนตามกฎขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) แต่ขณะเดียวกัน จะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สอบสวนอิสระตรวจสอบประเด็น 1. ความสมควรเดินอากาศหรือมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการบิน อาทิ ประวัติการบำรุงรักษา ระบบและโครงสร้าง 2. ด้านปฏิบัติการ เพื่อตรวจสอบบันทึกข้อมูลการบิน ปฏิบัติการบินและสภาพอากาศ และ 3. ปัจจัยด้านบุคคล และการแพทย์ โดยมาเลเซียได้เชิญนานาชาติมาร่วมทีมสอบสวนด้วย ออสเตรเลียได้ตอบรับแล้ว นอกจากนี้ยังมีจีน สหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศส ที่จะมีตัวแทนอยู่ในทีมสอบสวน
นายฮิชามุดดิน กล่าวด้วยว่า ทุกคนบนเครื่องยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ เช่นเดียวกับเสียงสื่อสารระหว่างห้องนักบินกับหอบังคับการบินก็ยังอยู่ระหว่างสอบสวนเช่นกัน
วันเดียวกัน มาเลเซียได้ตั้งคณะทำงานระดับรัฐมนตรีสามชุด เพื่อประสานเรื่องครอบครัวผู้โดยสาร กำกับการสอบสวน และชุดที่สาม จัดการด้านการวางกำลังค้นหา
พร้อมกันนี้ นายฮุสเซน ได้ยืนยันอีกครั้งว่า มาเลเซียจะไม่หยุดค้นหา และจะไม่นำเรื่องค่าใช้จ่ายมาเป็นอุปสรรค
ความเห็นของเขามีขึ้นหลังมีรายงานว่า การค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 เป็นปฏิบัติการที่ค้นหาและกู้ภัยที่ใช้งบประมาณสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดระบุว่าจะหยุดค้นหา และอย่างน้อยสามประเทศ ได้แก่ จีน มาเลเซีย และออสเตรเลีย หากวางมือก็จะเป็นเรื่องยากในทางการทูตและการเมือง
สำนักข่าวซินหัวและซีซีทีวีของทางการจีน รายงานเมื่อค่ำวันเสาร์ว่า อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณจากกล่องดำบนเรือลาดตระเวน ไห่ซุน 01 ที่ร่วมค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ในมหาสมุทรอินเดียนอกชายฝั่งตะวันตกของออสเตรเลีย จับคลื่นความถี่ 37.5 กิโลเฮิรซต์ต่อวินาที ซึ่งเป็นความถี่มาตรฐานของอุปกรณ์รับส่งสัญญาณจากกล่องดำ แต่ย้ำว่ายังไม่อาจยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับเครื่องบินเอ็มเอช 370 หรือไม่
สอดคล้องกับนายไซมอน บ็อกซอล ผู้เชี่ยวชาญด้านมหาสมุทรและปฐพีศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน ที่กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า เพียงสัญญาณความถี่ 37.5 กิโลเฮิรซต์ ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับเครื่องบิน และอุปกรณ์หลายอย่างก็ใช้ความถี่เดียวกันนี้
----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



