ข่าว

ศาลปค.ยกฟ้องคดีมลพิษทางเสียงสุวรรณภูมิชี้มติครม.ถูกต้อง

ศาลปค.ยกฟ้องคดีมลพิษทางเสียงสุวรรณภูมิชี้มติครม.ถูกต้อง

24 มิ.ย. 2552

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง ชาวบ้านลาดกระบัง - มีนบุรี ฟ้องเพิกถอนมติ ครม. กำหนดหลักเกณฑ์แก้ปัญหามลพิษทางเสียงสุวรรณภูมิไม่ชอบ ศาลชี้ มติ ครม.กำหนดถูกต้องตามข้อเท็จจริงแล้ว ขณะที่แกนนำชาวบ้าน เรียกร้อง “มาร์ค” เร่งสางปัญหา ช่วยชาวบ้านรับค่าชดเชยเป็นธรรม

 เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24มิ.ย.ศาลปกครองสูงสุด โดยนายวรพจน์ วิศรุตพิชญ์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เจ้าของสำนวนคดีสนามบินสุวรรณภูมิ มีคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่นางประภา เอี่ยมอร่ามศรี กับพวกรวม 3 คน ซึ่งพักอาศัยอยู่เขตลาดกระบัง และมีนบุรี บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยื่นฟ้อง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้อง เรื่อง การออกมติ ครม.โดยมิชอบ กรณีที่ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 29 พ.ค.50 เรื่องหลักเกณฑ์ในการประเมินอาคาร/ที่พักอาศัยของผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 โดยมติ ครม. ให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ต้องเป็นกรณีที่ใช้ทางวิ่ง ที่ 1 และที่ 2 เต็มขีดความสามารถสูงสุดของทางวิ่งจำนวน 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เฉพาะการบินขึ้น-ลง ร้อยละ 100 ซึ่งมติ ครม. ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่มติ ครม.วันที่ 29 พ.ค.50 กำหนดหลักเกณฑ์เห็นชอบให้ บมจ.ท่าอากาศยานฯ ประกาศเส้นเสียง จากกรณีเลวร้ายที่สุดที่ให้เป็นไปได้ คือการใช้ทางวิ่งที่ 1-2 เต็มขีดความสามารถสูงสุดของทางวิ่ง จำนวน 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมงที่รองรับได้นั้น สอดคล้องกับสถานการณ์การบินจริง จึงชอบแล้ว

 ส่วนที่ผู้ฟ้องอ้างว่า มติ ครม.ดังกล่าว ไมได้กำหนดให้เงินค่าชดเชย ผลกระทบทางเสียงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นั้น เห็นว่า เงินค่าชดเชยดังกล่าวจะเป็นเงินได้พึงประเมิน หรือได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่ จะต้องเป็นไปตามที่ประมวลรัษฎากรบัญญัติไว้ ดังนั้น ภาระภาษีจากการได้เงินชดเชยดังกล่าว จึงไม่ได้เกิดจากมติ ครม.วันที่ 21 พ.ย.49 และ วันที่ 29 พ.ค. 50

 ขณะที่เมื่อมติ ครม.เป็นการอนุมัติตามมติ คณะกรรมการนโยบายการดำเนินกิจการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.50 เรื่องหลักเกณฑ์ในการประเมินอาคาร/ที่พักอาศัยของผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอ จึงไม่ใช่การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงพิพากษายกฟ้อง

 ด้านนางอารีญา ปอมหาธรรมกิจ หนึ่งในผู้ฟ้อง และแกนนำผู้ได้รับผลกระทบมลพิษทางเสียง NEF 30-40 กล่าวว่า เมื่อศาลปกครองสูงสุด พิพากษายกฟ้องแล้ว ทำให้เหลือช่องทางที่จะเรียกร้องเพื่อความเป็นธรรมจากมติ ครม. อีกช่องทางเดียว คือ การร้องเรียนต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งหวังว่า นายกฯ จะลงมาช่วยแก้ไขปัญหา เพราะในการหารือของไตรภาคี 3 ฝ่ายเพื่อแก้ปัญหานี้

 นางอารีญา กล่าวว่า ชาวบ้านไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมชี้แจงเลย ขณะที่เรื่องค่าชดเชยและการแก้ไขปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมินั้นทราบว่า ที่ผ่านมาได้ผ่านงบประมาณแล้วร่วม 10,000 ล้านบาทแล้วตั้งแต่ 17 มี.ค.52 จึงหวังว่า จะมีการแก้ปัญหาโดยเร็ว ซึ่งกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เคยยื่นเรื่องต่อปลัดกระทรวงคมนาคมไว้แล้ว

 “ที่ผ่านมา เราร้องเรียนหลายรัฐบาลแล้วให้ช่วยแก้ปัญหา แต่ยังไม่สำเร็จ ก็หวังว่านายก ฯ จะลงมาช่วยชาวบ้าน เพราะเราอยู่แค่ กทม. ไม่ได้อยู่ไกลมากเหมือนจังหวัดชายแดนภาคใต้” นางอารีญา กล่าว