
'พท.'ปูดหน้าเดิมลุยล้มรบ.หลังสงกรานต์
04 เม.ย. 2557
'พท.' อัดยับ ทฤษฎีสมคบคิดล้มรัฐบาล ปูด 'นักการเมือง-ทหารแก่-นายทุนเลือกฝ่าย-ขรก.เลือกข้าง' จ้องทำให้ได้ภายในเดือน เม.ย. จวก 'สุเทพ' เสี้ยม 'รบ.-กองทัพ' แตกคอกัน
4 เม.ย. 57 เมื่อเวลา 10.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่กลุ่มนปช.จะชุมนุมในวันที่ 5 เม.ย.ว่า ขอให้ทั้งกลุ่มนปช.และกลุ่มกปปส.ระมัดระวัง เพราะตนได้ข่าวมาว่าจะมีมือที่ 3 มาสร้างสถานการณ์ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน พวกหน้าเดิมที่เคยปฏิวัติปี 49 เป็นวงจรอุบาทว์ในการทำลายประชาธิปไตย หากมีการสร้างสถานการณ์ และคนพวกนี้อยู่เบื้องหลัง คนไทยจะยอมหรือไม่ ตนเชื่อว่าไม่ยอมแน่นอน ขอประณามฝ่ายตรงข้ามที่เล่นเกมใต้ดิน พยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงเพื่อให้เกิดปฏิวัติรอบ 2 ทั้งนี้ ในคราวหน้าตนจะเปิดชื่อคนเหล่านี้ว่ามีใครบ้าง ตอนนี้บอกได้แค่ว่าเป็นนักการเมืองเก่า ทหารแก่ นายทุนเลือกฝ่าย และข้าราชการเลือกข้าง นอกจากนี้ ตนยังได้ข่าวมาอีกว่า เขาจะล้มรัฐบาลประชาธิปไตยให้ได้ภายในเดือนเมษายนช่วงหลังสงกรานต์อีกด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. และฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล พยายามเสี้ยมให้รัฐบาลกับทหารเกิดความขัดแย้ง เข้าใจผิดกัน โดยมีการปล่อยข่าวทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ว่า ผบ.ทบ.เป็นเหมือนลูกจ้างของตระกูลชินวัตรนั้น ตนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการทำลายตระกูลชินวัตรเพื่อให้มีผลกระทบต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ การทำเช่นนี้ก็เพื่อหวังให้ทหารออกมาปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจอีกครั้งใช่หรือไม่ และที่เป็นห่วงอยู่ในตอนนี้คือ การชุมใหญ่ของทั้งกปปส.และนปช. ในวันที่ 5 เม.ย. อาจจะมีการสร้างสถานการของมือที่ 3 เพื่อให้เกิดการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ทหารออกมายึดอำนาจ ดังนั้นประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจะปล่อยให้ปล้นประชาธิปไตยไปได้อย่างไร ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วประเทศไทยจะล้าหลังไปอีก 20-30 ปี จะเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และนานาประเทศจะขาดความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยอีกด้วย
อัดยับ ทฤษฎีสมคบคิดล้มรัฐบาล
นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาการพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสมช.มิชอบว่า ที่ผ่านมาเราเคยออกแถลงการณ์มาเป็นระยะถึงขบวนการสมคบคิดเพื่อล้มรัฐบาลและขวางการเลือกตั้ง นี่ก็เป็นอีกครั้งของความพยายาม ทั้งๆ ที่นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามกฎหมายในการแต่งตั้งโยกย้าย แต่กลับถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจก้าวก่ายแทรกแซง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยชัดเจนแล้วว่า นายกฯ ได้ใช้อำนาจตามกฎหมาย แต่ใช้ดุลพินิจในการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ถูกต้อง และสั่งให้แก้ไข และรัฐบาลก็ได้ปฏิบัติตามแล้ว
นายโภคิน กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การยื่นคำร้องและการรับคำร้องไว้พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมีนัยทางการเมืองแอบแฝง เพื่อหวังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในการตั้งนายกฯ คนนอก หรือนายกฯ นอกรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคเห็นว่าไม่อาจกระทำได้ นอกจากนี้ ในคำร้องยังขอให้วินิจฉัยให้ครม.ทั้งคณะสิ้นสุดลง และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้มีการแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่ตาม มาตรา 172 และ 173 โดยอนุโลมด้วย ซึ่งเห็นได้ว่าคำขอดังกล่าวเป็นคำขอที่ประหลาด เป็นคำขอนอกรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยได้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามคำขอเท่ากับศาลรัฐธรรมนูญฉีกรัฐธรรมนูญและกระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญเสียเอง ซึ่งไม่ต่างกับการใช้อำนาจตุลาการทำการรัฐประหาร ทั้งนี้ เมื่อนายกฯ และครม. พ้นจากตำแหน่งไปแล้วเพราะมีการยุบสภาฯ จึงไม่สามารถที่จะพ้นตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 ได้ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องทำหน้าที่อยู่ขณะนี้ก็เป็นเพียงทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญเพื่อรอครม.ชุดใหม่ จึงไม่มีเหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สิ้นสุดลง เทียบกับกรณีที่มีการร้องให้วินิจฉัยความเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สิ้นสุดลง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญให้จำหน่ายคดี โดยวินิจฉัยว่าความเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ สิ้นสุดลงแล้ว เพราะการยุบสภาฯ
นายโภคิน กล่าวด้วยว่า หากมีการวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลง ย่อมไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีคนอื่นๆ รองนายกฯ ย่อมปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ต่อไปได้ ดังที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไว้ในคำวินิจฉัยกรณีของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีการยุบสภาฯ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า แม้ความเป็นนายกฯ ของนายสมัคร จะสิ้นสุดลงเฉพาะตัว แต่รัฐมนตรีที่เหลือย่อมต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 181 นอกจากนี้ การจะนำมาตรา 172 และ 173 มาใช้เพื่อให้มีการแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่โดยอนุโลมนั้นไม่อาจทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนว่า นายกฯ ต้องเป็น ส.ส.และมีกระบวนการแต่งตั้งให้ความเห็นชอบโดยที่ประชุมส.ส.ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ การจะได้นายกฯ คนใหม่จึงต้องผ่านกระบวนการเลือกตั้งและมีสภาผู้แทนราษฎรแล้วเท่านั้น การจะใช้วุฒิสภามาทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎรนั้นทำไม่ได้ ประธานวุฒิสภาไม่มีอำอาจหน้าที่เสนอชื่อนายกฯ เป็นอำนาจหน้าที่ของประธานรัฐสภาคนเดียวเท่านั้นที่จะเสนอชื่อและรับสนองพระบรมราชโองการฯ ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญควรยึดมั่นในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและตัดสินให้เป็นไปด้วยความถูกต้องยุติธรรม ไม่ตัดสินเพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยวิถีทางนอกรัฐธรรมนูญ เพราะหากกระทำการไปโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญและขัดต่อความรู้สึกของประชาชนแล้ว ประชาชนย่อมไม่อาจยอมรับได้
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญแล้วไม่มีช่องให้ยกเว้นการใช้รัฐธรรมนูญเพื่อให้วุฒิสภาดำเนินการตั้งนายกฯ ได้เลย หากจะทำจริงก็ต้องให้มีการเลือกตั้ง มี ส.ส.เข้ามาทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตนเข้าใจเจตนาในคำร้องเพื่อต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญเขียนคำสั่งวิธีการให้ใช้กระบวนการวุฒิสภาในการตั้งนายกฯ ออกมาในคำวินิจฉัย ซึ่งที่จริงแล้วตามหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ ถ้าศาลทำอย่างนั้นจริงๆ ก็เท่ากับว่าบ้านเมืองนี้ไม่มีกฎหมาย ไม่มีรัฐธรรมนูญ ไม่มีประเทศไทย มีแต่ศาลเท่านั้น
จี้ กกต. เรียกรัฐบาล - 53 พรรคการเมือง หารือจัดเลือกตั้งพร้อมผบ.เหล่าทัพ
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีที่ 53 พรรคการเมืองจะขอหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมทั้งผบ.เหล่าทัพในวันที่ 8 เม.ย.แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบว่า ทำไมกกต.ไม่รับฟังพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชน ในวันที่ 8 เม.ย.กกต.เลือกที่จะหารือแค่ ผบ.เหล่าทัพกับหน่วยงานความมั่นคง แทนที่จะหารือร่วมกันกับรัฐบาลและตัวแทนพรรคการเมืองด้วย เพื่อที่จะได้หารือให้จบในวันเดียวกันไปพร้อมๆ กันทุกฝ่าย การที่ กกต.ตัดสินใจแบบนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ใช่ต้นเหตุ น่าจะยื้อเวลาต่อไปใช่หรือไม่ กกต.ควรแสดงความจริงใจในการหาทางออกของปัญหาโดยการรีบจัดการเลือกตั้ง ถ้าจะยื้อออกไปอีกกกต.ก็ควรที่จะลาออกไป เพราะกกต.น่าจะเป็นตัวปัญหา ทั้งนี้ อยากให้กกต.ทบทวนการหารือในวันที่ 8 เม.ย.เพื่อให้มีข้อยุติในการกำหนดวันเลือกตั้งด้วย ไม่เช่นนั้นหากเกิดสถานการณ์ทางการเมืองบานปลายและรุนแรงจนมีการปฏิวัติรัฐประหาร มีอำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงประชาธิปไตย กกต.ต้องรับผิดชอบ



