
'เฉลิม'ขอกำนันดูกปปส.แพ้ค่อยตาย
04 เม.ย. 2557
'เฉลิม' ลั่นไม่ยอมให้ม็อบปะทะกันเด็ดขาด จัดกำลังตร.-ทหาร กว่า 3 พันนายดูแล ขอ 'กำนัน' อยู่ดู 'กปปส.' พ่ายแพ้ แล้วค่อยตาย ด้าน 'ผบ.ตร.' ประเมิน นปช. 6 หมื่น
4 เม.ย. 57 เมื่อเวลา 10.15 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ปราศรัยบนเวทีเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 เม.ย.) ว่า การปราศรัยของนายสุเทพ มารูปแบบใหม่มีการประชดหน่วยงานบางหน่วย และออกอาการน้อยใจ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ปกตินายสุเทพ จะแสดงออกถึงความเข้มแข็ง แต่นิสัยจริงๆ ไม่ใช่ เพราะนิสัยจริงๆ ของนายสุเทพ คือเมื่อคืนนี้ ทั้งนี้ จากที่ตนฟังนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ตนอายแทน เพราะไม่มีสปิริต ตอนย้าย พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา ขณะดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมช. ย้าย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ขณะดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสมช. บุคคลทั้ง 2 เงียบและนิ่ง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกระแสข่าวจะมีการเกณฑ์แรงงานต่างด้าวเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปช.ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ว่า ไม่มี เพราะเมื่อวาน (3 เม.ย.) ตนเรียกทั้งปลัด และอธิบดีกระทรวงแรงงานเข้ามาสอบถามเรียบร้อยแล้ว ประชาชนอาจจะเคยเห็นภาพเวลาวันหยุดแรงงานต่างด้าวจะมีงานรื่นเริงในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจุดชุมนุมห่างจากจังหวัดสมุทรสาคร อยู่ในเขตทวีวัฒนา ถ้าจะใกล้ก็ใกล้กระทุ่มแบน กระทุ่มล้ม และพุทธมณฑล ไม่มีใกล้ที่ตั้งโรงงาน ขอย้ำว่าไม่มีการเกณฑ์แรงงานต่างด้าวเข้าร่วมชุมนุม อย่างไรก็ตาม นายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าการ์ดกลุ่มนปช.และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ยืนยันว่าการชุมนุมจะไม่มีการเคลื่อนขบวนไปไหน
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.บอกว่า การชุมนุมอาจจะมีเคลื่อนไปบางจุดว่า ทางแกนนำยังไม่มีการประสานมายังตน แต่ไม่จำเป็นต้องประสานตน ต้องประสานเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม การข่าวยังไม่มีว่าจะมีการปะทะกัน และทางตำรวจและทหารไม่ยอมให้มีการปะทะกันเด็ดขาด ทั้งนี้การประเมินสถานการณ์ขณะนี้ไว้วางใจได้ เราจะมีการดูแลผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน แต่ทางกลุ่มกปปส.ไม่เชื่อฟัง นอกจากนี้จะมีหน่วยข่าวและสันติบาลเข้าไปสังเกตการณ์และบันทึกเทปในที่ชุมนุมด้วย
"เมื่อคืนน้อยใจแล้วนิ กำนันอย่าไปกินยาตายนะเพื่อน อยู่ต่อให้เห็นความพ่ายแพ้ เพื่อนเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่บั้นปลายชีวิตมาเรียกร้องเผด็จการ อยู่ให้เห็นความพ่ายแพ้แล้วค่อยตาย อย่าไปน้อยใจ อย่าประชดประชัน อายุ 65 แล้วไม่มีสิทธิ์น้อยใจเพราะทำตัวเอง"
เมื่อถามว่า หากกลุ่มนปช.เกิดการเปลี่ยนแผนและเคลื่อนไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ป.ป.ช. ศาล ทางศอ.รส.เตรียมการรับมืออย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรามีแผนหนึ่ง สอง สาม อยู่แล้ว และมีเจ้าหน้าที่ดูแลเยอะมาก และมีศูนย์อำนวยการร่วมอยู่ใกล้ๆ เวทีกลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ด้วย ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะรายงานสถานการณ์ให้ตนทราบทุก 30 นาที รับรองว่าเรียบร้อย ตนอยู่ติดพื้นที่ 10 นาทีถึงที่หมาย ทั้งนี้ การข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ทยอยเดินทางมาในพื้นที่แล้ว โดยส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน และการเดินทางมาชุมนุมของกลุ่มนปช.ครั้งนี้เป็นการปกป้องประชาธิปไตย ที่สากล และทั่วโลกยอมรับ แต่กปปส.ทั่วโลกไม่เอาด้วย เมื่อถามต่อว่า หากการเคลื่อนไหวของนปช.ไม่สำเร็จจะชุมนุมต่อหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ และเคารพเสียงส่วนน้อย
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า การข่าวรายงานว่ากุล่มผู้ชุมนุมนปช.เริ่มทยอยเคลื่อนเข้าพื้นที่ชุมนุมแล้ว แต่ไม่พบว่ามีอาวุธ เพราะไม่ได้มาล้มล้างรัฐบาล พวกที่มีอาวุธคือพวกล้มล้างรัฐบาล ส่วนกระแสข่าวว่าจะมีกองกำลังเขมรเข้ามาสอดแทรกนั้น ก็ไม่มี ทั้งนี้ ตนเป็นห่วงมือที่สาม ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ดูแลดูแลอย่างใกล้ชิด ให้ดูแลบ้านนายสุเทพ บ้านบุคคลสำคัญก็ต้องดูแลอย่างเท่าเทียมกัน แต่ในพื้นที่กปปส.เราเข้าไปดูแลไม่ได้ ส่วนบนเวทีปราศรัยของนปช.หากมีการปราศรัยคาบเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องรับผิดชอบกันเอาเอง ตนได้แนะนำตลอดว่าจะปราศรัยให้สนุกต้องเอาแบบตน อย่าแตะศาล ทหาร เจ้า
เมื่อถามว่า การชุมนุมของนปช.ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ รัฐมนตรีสามารถขึ้นเวทีปราศรัยได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "เขามีสิทธิ์ ทำไมจะขึ้นไม่ได้ ก็ขึ้นในนามสมาชิกพรรค และสมาชิกนปช.แต่การปราศรัยก็ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ส่วนการปราศรัยเรื่องการแบ่งแยกดินแดนครั้งนี้ไม่มี เพราะครั้งที่แล้วพูดด้วยอารมณ์ ใครจะไปแบ่งแยกดินแดนได้"
"ผมอยากรีบตายและเกิดเร็วๆ จะได้ไปเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะทำอะไรก็ไม่ผิด ไม่ยอมรับอำนาจรัฐ แต่มามอบตัวกันเป็นแถว"
'ศอ.รส.' จัดกำลังตร.-ทหาร กว่า 3 พันนายดูแลม็อบ
เมื่อเวลา 13.00 น. น.ส.สิริมา สุนาวินคณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลการประชุมศอ.รส.ว่า ตามที่กลุ่ม กปปส.และกลุ่ม นปช. ได้ประกาศว่าจะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 5 เม.ย.นี้นั้น เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ศอ.รส. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ. วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศอ.รส. เป็นผู้รับผิดชอบในการประชุมเพื่อวางกรอบและแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยในส่วนของกลุ่ม กปปส. จะใช้อัตรากำลังเจ้าหน้าที่ตามเดิมที่ปฏิบัติงานอยู่ ส่วนการชุมนุมของกลุ่ม นปช. จะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลการชุมนุม โดยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จำนวนทั้งสิ้น 19 กองร้อย หรือกว่า 3,000 นาย บูรณาการร่วมกันในการตั้งด่านตรวจคัดกรองบุคคล ยานพาหนะ และอาวุธต่างๆ และยังมีการจัดสายตรวจผสมตำรวจและทหาร เพื่อออกตรวจตราในพื้นที่3 เขต ได้แก่ พุทธมณฑลสายสาม พุทธมณฑลสายสี่ และทวีวัฒนา นอกจากนี้ ศอ.รส. ยังได้จัดชุดปฏิบัติการมวลชนเพื่อให้บริการด้านข้อมูลและการแพทย์ รวมทั้งชุดเคลื่อนที่เร็วสำหรับแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนงดเว้นการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มใดๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง และขอเรียกร้องให้แกนนำทั้งสองฝ่ายจัดการชุมนุมโดยสงบ และไม่ยั่วยุมวลชนให้เกิดการเผชิญหน้ากัน
น.ส.สิริมา กล่าวอีกว่า ในวันนี้ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.ได้ชี้แจงเกี่ยวกับความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศอันเป็นผลมาจากการชุมนุมทางการเมืองของ กปปส. และกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะการชุมนุมปิดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดย สศช. ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จากเดิมร้อยละ 4.0-5.0 เป็นร้อยละ 3.0-4.0 ซึ่งมีปัจจัยมาจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ลดลง และการชะลอการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและการชะลอการลงทุนของภาคธุรกิจ อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองและความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
น.ส.สิริมา กล่าวต่อว่า การประมาณการนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของหน่วยงานเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ ADB และศูนย์วิจัยกสิกรไทยฯ เป็นต้น ซึ่งล้วนปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจของไทยลงเหลือไม่ถึงร้อยละ 3นอกจากนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 68.8 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 149 เดือนนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 54 เป็นต้นมาเนื่องจากผู้บริโภคยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยในอนาคต และล่าสุดบริษัท Japan Credit Rating Agency หรือ JCR ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น ได้ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็นลบ เนื่องจากปัจจัยความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น ศอ.รส. จึงมีความกังวลว่า หากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. และกลุ่มอื่นๆ ยังยืดเยื้อต่อไป และวิกฤติการณ์ของความขัดแย้งยังไม่ยุติ ก็มีแนวโน้มว่าประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยก็อาจลดต่ำลงจนถึงระดับติดลบได้ ศอ.รส. เห็นว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประเทศและประชาชนในวงกว้าง ดังนั้น ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
'ผบ.ตร.' ประเมิน นปช. 6 หมื่น ห่วงเผชิญหน้า
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.วันที่ 5เมษายนว่า เบื้องต้นคาดการณ์ว่า จำนวนผู้ชุมนุมน่าจะประมาณ 60,000 คน ทั้งนี้ในส่วนการประกอบกำลังใน ศอ.รส. มี พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร.กำกับดูแลและบัญชาการกำลัง โดยตำรวจจะเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยเต็มที่ ทั้งนี้ จะเฝ้าระวังเรื่องการเผชิญหน้าของกลุ่มที่มีความเห็นต่าง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่กังวล



