ข่าว

บัสสามเณรฤดูร้อนเสยพ่วงเจ็บระนาว

บัสสามเณรฤดูร้อนเสยพ่วงเจ็บระนาว

04 เม.ย. 2557

รถบัสนำสามเณรที่ไปบวชภาคฤดูร้อน ที่วัดบวรนิเวศ กรุงเทพฯ เพื่อจะพาไปส่งที่วัดป่าบัวเชด จ.สุรินทร์ แต่ประสบอุบัติเหตุชนประสานงากับรถบรรทุกแป้งมัน ทำให้เจ็บระนาว

 
 
          วันที่ 4 เม.ย.57   ร.ต.ท.พนัส โปรดประโคน พนักงานสอบสวน สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุเมื่อกลางดึก วันที่ 3 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 3 คันซ้อน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบนถนนสาย 24 โชคชัย-เดชอุดม บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 9 บ.ตะโกตาพิ ต.ตาโกตาพิ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ พบรถบัสปรับอากาศสองชั้น หมายเลขทะเบียน 30 - 0125 สุรินทร์ โดยมีผู้โดยสารเป็นสามเณรประมาณ  60 รูป กลับจากไปบวชที่วัดบวรนิเวศน์ กรุงเทพมหานคร สภาพพุ่งชนอัดก็อปปี้อยู่กับรถสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 81 - 9551 ศรีสะเกษ บรรทุกแป้งมันสำปะหลังเต็มคัน ทั้งยังพบรถพ่วง 18 ล้อ นอกจากนั้น ยังมีรถบรรทุกปูนซีเมนต์อินทรีย์ จอดอยู่ในสภาพพุ่งชนท้ายรถสิบล้อ โดยรถทั้ง 3 คัน จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล อ.ประโคนชัย และ โรงพยาบาล อ.เฉลิมพระเกียรติ โดยมีผู้บาดเจ็บเป็นสามเณร และฆราวาสรวม 36 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส ถูกส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ 4 ราย
 
          จากการสอบสวนทราบว่า รถบัสคันดังกล่าวมีสามเณรกลับจากบวชภาคฤดูร้อนที่วัดบวรนิเวศน์ กรุงเทพมหานคร ได้วิ่งฝ่าสายฝนและความมืดมุ่งหน้าไปยังวัดเขาศาลา อ.บัวเชษฐ์ จ.สุรินทร์ แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถบัสคันดังกล่าวพยายามจะขับแซงรถคันหน้า แต่ไม่พ้น จึงพุ่งชนกับรถสิบล้อบรรทุกแป้งมันสำปะหลังที่วิ่งสวนมาอย่างจัง และรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกปูน ที่วิ่งตามหลังมาเบรกไม่ทัน จนพุ่งชนท้ายรถสิบล้อซ้ำอีก ทำให้รถสิบล้ออัดก็อปปี้กับรถบัส เป็นเหตุให้คนขับรถสิบล้อพร้อมเด็กรถถูกอัดก็อปปี้ติดหน้ารถบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ มีสามเณรและฆราวาสได้รับบาดเจ็บ 36 ราย ส่งโรงพยาบาลอ.ประโคนชัย และโรงพยาบาล อ.เฉลิมพระเกียรติ
 
 
 
 
 
รถทัวร์ชนปิกอัพพลิกคว่ำข้างทางเจ็บสาหัสระนาว

          อีกราย เกิเหตุเมื่อเวลา 04.00 น. พันตำรวจตรี ศิลป์ประสิทธิ์ ศรีเกียรติ สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับแจ้งจากมูลนิธิกู้ภัยสว่างจิตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ว่าเกิดอุบัติเหตุใหญ่ที่ถนนศรีสะเกษ - ขุขันธ์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนที่จะรุดไปยังที่เกิดเหตุ
    
          ที่เกิดเหตุ ช่วงกิโลเมตรที่ 6 - 7 ปากทางเข้าบ้านหนองครก พบรถทัวร์ของบริษัทพิบูลทัวร์ หมายเลขทะเบียน 10 - 8083 นครราชสีมา วิ่งมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อไปส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นายศรเพชร วรรณแสง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 235 หมู่ที่ 4 ตำบลสว่าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพนักงานขับรถ พอมาถึงที่เกิดเหตุ ได้ชนเข้ากับรถยนต์ปิกอัพแค็บ อีซุซุ สีบอร์ดเงิน หมายเลขทะเบียน บท.8826 ศรีสะเกษ อย่างแรง
    
          ส่งผลให้รถทัวร์แฉลบเสียหลักพุ่งลงข้างทางชนต้นไม้พลิกคว้ำ มีผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยได้รับการบาดเจ็บ 19 คน บาดเจ็บสาหัสติดอยู่ใต้ท้องรถ 1 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลศรีสะเกษ ส่งทีมแพทย์ - พยาบาลออกมาช่วยเหลือ เข้าทำการให้อากาศหายใจ และให้น้ำเกลือเพื่อช่วยชีวิตไว้ก่อน พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย พยายามนำเครื่องมือตัดถ่างเข้าทำงานใต้ท้องรถทัวร์ เพื่อนำร่างผู้บาดเจ็บออกมาส่งโรงพยาบาลศรีสะเกษ ได้ในเวลาต่อมา สรุปไม่มีผู้เสียชีวิต
     
          ขณะที่ตึกอุบัติเหตุโรงพยาบาลศรีสะเกษ นายแพทย์อุดม เพชรภูวดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ รับแจ้งอุบัติเหตุใหญ่ ได้ระดมทีมแพทย์ - พยาบาล เข้าทำการช่วยเหลือรับผู้ป่วย แยกผู้ป่วยหนักเบา และสาหัส เข้าทำการรักษาตามอาการ ตรวจทำบัตรผู้ป่วยซักประวัติทุกราย พบว่ามีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทั้งหมด 19 ราย สาหัส 4 ราย ต้องเร่งนำเข้าห้องผ่าตัด นอกนั้นได้ทำการเย็บ ทำการรักษาบาดแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุให้ยาไปทานและสามารถเดินทางกลับบ้านได้
    
          โดยพบว่าผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นคนมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรื อ สปป.ลาว ที่เดินทางเข้าประเทศมาทำงาน ที่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย และกำลังจะเดินทางกลับประเทศลาว เมื่อครบกำลังการจ้างของนายจ้างในไทย แต่ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่พบว่าผู้บาดเจ็บคนใดที่แสดงตัวเป็นคนขับรถยนต์ปิกอัพแต่อย่างใด โดยจะได้ทำการสอบปากคำของผู้โดยสารทุกคนต่อไป
     
          นางคำพันธ์ มีพันธ์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ที่ 1 ตำบลแพงใหญ่ อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะที่ตนกำลังหลับๆ ตื่นๆ ก็พอดีมาพบว่ารถทัวร์ส่ายไปมาอย่างแรง ขณะที่เมื่อมองไปนอกรถก็พบว่ามีฝนตกมาตลอด ขณะนั้นเองก็พบว่าด้านหน้ารถทัวร์มีรถยนต์ปิกอัพคันหนึ่งวิ่งสวนมา จากนั้นรถก็ส่ายไปมาอย่างแรงอีกครั้ง ก่อนที่แฉลบตกไปข้างถนน พลิกคว้ำตกลงไปข้างทาง ตนร้องหวีดจนเสียงหลง กอดเบาะด้านหน้าไว้อย่างแน่นเพราะความตกใจ และเมื่อเหตุการณ์สงบลง ตนได้คลานออกมานอกตัวรถ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่บาดเจ็บเล็กน้อย เดินขึ้นไปโบกรถทุกคันที่วิ่งผ่านมาเพื่อขอความช่วยเหลือ โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเหลือ ส่วนตนเองภายหลังหายตกใจได้เดินทางมาโรงพยาบาลก็พบว่าบาดเจ็บเล็กน้อยที่เท้าเป็นแผลเย็บไป 2 เข็มเท่านั้น ตกใจมากไม่เคยเจอเช่นนี้เลยในชีวิตการเดินทางตลอดมา
     
          อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานทุกชิ้น และจะได้เชิญผู้โดยสารทุกคนที่พอที่จะให้ปากคำได้ก่อนทยอยมาให้ปากคำในการเกิดเหตุเพื่อนำเป็นหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป