ข่าว

'ในหลวง'ทอดพระเนตรการบริหารจัดการน้ำ

'ในหลวง'ทอดพระเนตรการบริหารจัดการน้ำ

03 เม.ย. 2557

'ในหลวง'ทอดพระเนตรการบริหารจัดการน้ำโครงการเขื่อนแก่งกระจาน ประทับแพขนานยนต์ทอดพระเนตรระดับน้ำ-ความอุดมสมบูรณ์สภาพป่า รอบเกาะ

               เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 3 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินจากพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปยังเขื่อนแก่งกระจาน ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำของโครงการเขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนอเนกประสงค์ที่ยังประโยชน์ด้านภาคการเกษตรได้มากกว่า 3.3 แสนไร่ ช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภค บริโภค ตั้งแต่ปากอ่าวเพชรบุรี จนถึงหัวหิน และช่วยบรรเทาอุทกภัยในทุ่งเพชรบุรี นอกจากนี้ยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าคิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี

               โอกาสนี้ประทับแพขนานยนต์เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรระดับน้ำของเขื่อนแก่งกระจานและความอุดมสมบูรณ์ของสภาพป่า และเกาะต่างๆ ที่เกิดจากภูเขาหลายลูกจมอยู่ใต้น้ำเหลือเพียงยอดภายในทะเลสาบขนาดใหญ่ เนื่องมาจากการสร้างเขื่อนแก่งกระจาน โดยแพขนานยนต์วนรอบเกาะในหลวง ซึ่งเป็นเกาะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จฯ ไปประทับเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2516 ปัจจุบันยังคงอนุรักษ์และซ่อมแซมพลับพลาที่ประทับให้สวยงาม พร้อมการดูแลสภาพป่าให้สมบูรณ์ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ จากนั้นแพขนานยนต์ที่ประทับยังล่องผ่านเกาะราชบุรี เรื่อยไปจนถึงบริเวณสันเขื่อนแก่งกระจาน

               ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับที่เขื่อนแก่งกระจานกว่า 2 ชั่วโมง จึงเสด็จฯ กลับวังไกลกังวล

               ทั้งนี้ เขื่อนแก่งกระจานเป็นเขื่อนดินที่สร้างกั้นแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณเขาเจ้าและเขาไม้รวก บริเวณ ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สันเขื่อนยาว 760 เมตร กว้าง 8 เมตร สูง 58 เมตร สร้างเสร็จเมื่อปี 2509 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงเปิด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2509 เป็นเขื่อนดินแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยคนไทยทั้งสิ้น ตั้งแต่การวางโครงการ สำรวจสภาพภูมิประเทศ ออกแบบรายละเอียดและก่อสร้างโครงการ วัตถุประสงค์เพื่ออำนวยประโยชน์ด้านการชลประทานบริเวณที่ราบจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งยังประโยชน์ด้านการประมง การคมนาคมทางน้ำ และพักผ่อนหย่อนใจ

               เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวัล ในปี 2522 ครั้งนั้นได้เสด็จฯ ไปยังเขื่อนแก่งกระจาน และมีพระราชดำรัสว่า "เรื่องป่าต้นน้ำ ลำธารของแม่น้ำเพชรบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาอย่าให้มีการลักลอบตัดไม้ ถางป่า ทำไร่ในป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรี เพราะจะทำให้เกิดความแห้งแล้ง แม้จะได้ให้สัมปทานป่าแปลงนี้ไปบ้างแล้ว ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูแลการทำไม้ อย่าให้เป็นการทำลายป่าเกิดขึ้น"

               จากพระราชดำรัสดังกล่าวประกอบกับนโยบายของรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี จึงประกาศให้พื้นที่ป่ากว่า 2,900 ไร่ ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี มีภูเขาสลับซับซ้อน สภาพป่าสมบูรณ์ มีน้ำตก ถ้ำ หน้าผา ทะเลสาบ พรรณไม้มีค่านานาชนิด เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าต่างๆ เช่น เลียงผา วัวแดง กระทิง นก และช้างป่าสัตว์คู่บ้านคู่เมือง เหมาะสมแล้วที่จะจัดตั้งให้เป็นบริเวณเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งนับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 28 ของประเทศ เพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาความรู้ด้านต่างๆ ทั้งเป็นการรักษาสภาพป่าให้คงอยู่เป็นสมบัติของชาติถาวรสืบไปดั่งพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว