ข่าว

'มู'ชี้พลาดเองพ่ายเปแอสเช1-3

'มู'ชี้พลาดเองพ่ายเปแอสเช1-3

03 เม.ย. 2557

'ชูเซ มูรินโญ' ยอมรับลูกทีมพลาดเองในเกมที่ไปแพ้ 'เปแอสเช' 1-3 ทั้งๆ ที่รูปเกมน่าจะเก็บผลการแข่งขันได้ ขณะที่ โรนัลโด นำ 'ราชันชุดขาว' ถล่ม 'เสือเหลือง' 3-0

 
                        ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 วันที่ 2 เมษายน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ออกไปเยือน "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง โดยเกมนี้ ชูเซ มูรินโญ กุนซือทีมเยือนวาง อังเดร ชูร์เล เป็นหัวหอกแทนที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส แต่เริ่มเกมแค่ 3 นาที เป็นเจ้าถิ่นได้ประตูออกนำก่อนจาก เอเซเกล ลาเวซซี แต่เชลซี ก็มาตีเสมอได้จากจุดโทษของ เอดอง อาซาร์ด นาทีที่ 27 จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1
 
                        ช่วงครึ่งหลัง เชลซีคุมเกมได้ดีแต่ก็มาพลาดเสียประตูที่ 2 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาวิด ลุยซ์ นาทีที่ 61 และจากนั้นแม้ว่า เชลซี จะบุกอย่างหนักแต่ยิงไม่ได้ และกลายเป็นว่าช่วงทดเวลาเจ็บต้องมาเสียประตูเพิ่มอีกประตูจาก ฮาเวียร์ ปาสตอเร จบเกม ปารีสฯ จึงชนะไป 3-1
 
                        หลังจบการแข่งขัน มูรินโญ มองว่าความพ่ายแพ้นัดนี้เกิดจากความผิดพลาดของทีมตัวเองล้วนๆ เพราะสามารถคุมเกมได้แล้ว แต่กลับมาพลาดทำเข้าประตูตัวเอง และท้ายเกมยังเสียประตูที่ 3 อีก ทั้งๆ ที่รูปเกมเชื่อว่าทีมของตัวเองทำได้เหนือกว่า
 
                        "เราไม่สามารถใช้โอกาสได้ครึ่งของโอกาสที่เราสร้างโอกาสทำประตูได้ และที่สุดคือเราทำผิดพลาดในเกมรับ เป็นความผิดพลาดเกมรับแบบส่วนบุคคล ดังนั้นเราต้องจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ประตูแรก บอลมาถึง ลาเซซี ที่ฮาล์ฟวอลเลย์เข้าไป ในระดับนี้หนึ่งโอกาสก็เป็น 1 ประตู จากนั้นเราคุมเกมได้และมีโอกาสนำ 2-1 ในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่เรายิงไม่ได้ และหลังจากนั้นเราทำเข้าประตูตัวเอง ต่อด้วยประตูที่ 3 มันเป็นเรื่องตลก มันไม่ใช่ประตู แต่เป็นเรื่องตลก" มูรินโญกล่าว
 
                        ด้าน โลรองต์ บลองก์ กุนซือเปแอสเช ออกมาชม ลาเวซซี ว่าในช่วงนี้กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง และความเร็วในเกมรุกของกองหน้าอาร์เจนไตน์มีประโยชน์กับทีมเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากจบครึ่งแรกลูกทีมก็เล่นได้ดีขึ้นจากการได้ปรึกษากันในห้องแต่งตัว และตกลงกันว่าผู้เล่นในแดนกลางต้องเล่นอย่างมีวินัยมากขึ้น ทีมจึงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รวมทั้งเชื่อว่าตอนนี้ทีมมีโอกาสเข้ารอบรองชนะเลิศ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคืออาการเจ็บของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก่งที่ออกจากสนามไปตั้งแต่นาทีที่ 64 และจะไม่ได้ลงสนามในเกมนัดที่ 2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แน่นอนแล้ว
 
 
                        ขณะที่ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ส่งทีมชุดใหญ่เปิดซานติอาโก เบอร์นาบิว รับการมาเยือนของ "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ ที่เคยเขี่ย รีล มาดริด ตกรอบรองชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยทีมเยือนไม่มี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี กองหน้าตัวเก่งที่เจ็บ 
 
                        รีล มาดริด คลายความกดดันได้ตั้งแต่ต้นเกมเมื่อ แกเรธ เบล ทำประตูให้เจ้าถิ่นออกนำตั้งแต่นาทีที่ 3 จากนั้น อิสโก มาบวกประตูที่ 2 นาทีที่ 27 และครึ่งหลัง คริสเตียโน โรนัลโด มาทำประตูปิดท้ายให้ รีล มาดริด ชนะไป 3-0 ซึ่งประตูของ โรนัลโด ในนัดนี้เป็นประตูที่ 14 ของถ้วยนี้ในฤดูกาลนี้ เป็นสถิติสูงสุดเทียบเท่า ลิโอเนล เมสซี ที่ทำไว้ในฤดูกาล 2011-12 และโฮเซ อัลตาฟินี ที่ทำให้เมื่อฤดูกาล 1962-63
 
                        อย่างไรก็ตาม คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์ของรีล มาดริด ยังคงไม่ไว้ใจดอร์ทมุนด์ ในเกมที่ 2 แม้ว่าจะนำห่างไปแล้วถึง 3-0
 
                        "เรารู้ว่า ดอร์ทมุนด์ จะทำทุกอย่างเพื่อกลับมา เราต้องระวังและเล่นเกมของพวกเราเองให้ได้ หากเราเล่นในแนวทางที่เราทำได้ในวันนี้แล้วเราจะเข้ารอบรองชนะเลิศได้" อันเชล็อตติกล่าว
 
                        ขณะที่ เจอร์เกน โคลปป์ เทรนเนอร์ของดอร์ทมุนด์เสียดายที่ลูกทีมพลาดโอกาสมากมายในช่วงครึ่งหลัง ที่อย่างน้อยน่าจะได้สัก 1 ประตู แต่ยังเชื่อว่าทีมจะยังทำผลงานได้ดีขึ้นในเกมนัดที่ 2 
 
                        "ในครึ่งหลังเรามีโอกาสมากมาย แต่ทำไม่ได้สักครั้ง แต่เรารู้ว่าทีมนี้สามารถเล่นได้ดีกว่านี้มาก และนั่นเป็นสิ่งที่เราต้องคิดถึง" โคลปป์กล่าว
 
 
 
 
---------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)