ข่าว

ถอดรหัส'ประยุทธ์''เจรจา'ชี้ชะตาจบแบบไหน

ถอดรหัส'ประยุทธ์''เจรจา'ชี้ชะตาจบแบบไหน

04 เม.ย. 2557

ถอดรหัส'ประยุทธ์' 'เจรจา'ชี้ชะตาจบแบบไหน

               แม้ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นัด "ผบ.เหล่าทัพ" และ ผบ.ตร. หารือถึงสถานการณ์การเมือง ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ท่ามกลางกระแสข่าว กลุ่ม นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง นัดรวมพลังครั้งใหญ่ในวันที่ 5 เมษายน ที่ถนนอักษะ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ขณะที่กลุ่ม กปปส. ก็ยังคงมีเวทีชุมนุมใหญ่อยู่ที่สวนลุมพินี ส่วนเวทีของ "กลุ่มหลวงปู่พุทธะอิสระ" ก็ยังอยู่ที่แจ้งวัฒนะ และเวทีของ คปท. (เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย) ปักหลักอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล

               แต่ดูเหมือนคนที่น่าโฟกัสมากที่สุด กลับเป็น "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ทั้งจากการออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าวันนัดหมายอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง

               โดยเฉพาะตอบคำถามที่ว่า มองสถานการณ์การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 5 เมษายน อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนมองทุกวัน ไม่ว่าจะวันที่ 5 นี้ หรือ 5 โน้น ขอร้องว่า อย่าทำผิดกฎหมาย อย่าใช้ความรุนแรง เคารพกฎหมายแล้วจะจบ เข้าสู่กระบวนการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

               และเมื่อถามถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.ระบุว่า จะไปศึกษาการใช้กฎอัยการศึก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อเป็นคนถามตนว่า จะประกาศใช้หรือไม่ จึงบอกว่า ขอไปดูก่อน แต่ความจริงตนเป็นทหารไม่ต้องศึกษามาก เพราะตนรู้กฎหมายทหารอยู่แล้ว ซึ่งคาดหวังมาตลอดว่า สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดี

               แต่ยังคงมีการบาดเจ็บสูญเสีย คงไม่มีใครคาดหวังให้มันแรง ไม่มีใครคาดหวังว่า อยากจะมี "นายกฯ คนกลาง" ไม่อยากคิดอย่างนั้น ส่วนจะแก้อย่างไรก็ต้องแก้กันให้ได้ ตนพูดแรงก็ไม่ดี พูดค่อยก็ไม่ดี ขณะนี้คนที่มีปัญหาขัดแย้ง คือ อีกฝ่ายรักษากฎหมาย อีกฝ่ายรักษาอธิปไตย แต่มีฝ่ายตรงกลางที่รำคาญ ซึ่งตนจะโดนคนเหล่านี้ด่าเยอะ

               ที่น่าสนใจ ถามว่า อดีตผู้บังคับบัญชาแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ท่านก็ห่วง แต่ท่านไม่รู้จะทำอย่างไร แต่บอกว่า ขณะนี้ทหารทำตัวดีแล้ว คือ เข้มแข็ง รักษาสถานการณ์ สิ่งที่ท่านพูดตรงกัน คือ ทั้งหมดคือคนไทยด้วยกัน ถ้าคนไทยไม่รู้จักการแก้ปัญหาด้วยตัวคนไทยเอง แล้วต้องไปหาคนอื่นมาแก้ ตนว่า อย่าเป็นเลยประเทศไทย ทุกคนต้องหันกลับมาเป็นคนไทยที่มีระเบียบ อย่าทำอะไรตามใจเป็นไทยแท้ ขอให้พอได้แล้ว

               "ต้องหาทางออกให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยกฎหมายหรือวิธีการพิเศษ อย่าพูดจนคนนั้นคนนี้เสียหายไปหมด วันนี้ท่านไม่ต้องถอยก็ได้ เพราะไม่มีใครยอมถอย ให้หยุดอยู่ที่เดิมแล้วคุยกันหาทางออกให้ได้ ทุกวันนี้เห็นคนเจ็บตายรู้สึกไม่สบายใจ สงสารประชาชน"

               ส่วนถามว่า ผบ.ทบ.จะอุ้ม ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. มาพูดคุยเพื่อหาทางออกกันเงียบๆ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวติดตลกว่า "ตัวใหญ่ทั้งคู่ อุ้มไม่ได้ เราต้องช่วยกันเพื่อให้เขาได้คุยกัน ส่วนจะมีการพูดคุยหรือไม่ ต้องไปถามท่าน เพราะเป็นเรื่องอนาคต อะไรก็เกิดขึ้นได้ ตอนนี้ขอให้ทหารทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ฝากดูแลทหารอย่าทำให้เขาหมดกำลังใจ น้อยใจหรือเสียใจ เพราะทหารคือลูกหลานของคนทุกพวก ทุกวันนี้ทหารที่เกณฑ์เข้ามาปีละ 8 หมื่นคน ก็เป็นคนของทั้งสอง-สามฝ่าย แล้วทหารจะเป็นศัตรูกับใครได้"

               สำหรับความคืบหน้า กรณี พล.อ.ธนะศักดิ์ หารือ ผบ.เหล่าทัพ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือว่า เป็นการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ ซึ่งที่ประชุมเน้นหนักเรื่องความปลอดภัยของกำลังพลและมีการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หากมีความรุนแรงจะช่วยกันดูแลอย่างไร ซึ่งได้พูดคุยกับ ผบ.ตร.ที่มาร่วมประชุมด้วยว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นจะช่วยดูแลกันอย่างไร ทั้งนี้ ไม่อยากให้มองว่าเป็นมติที่ประชุม เพียงแต่มีการหารือในสิ่งที่ทำมาแล้ว โดยเราทำตามแผนการปฏิบัติงานทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย กองทัพไม่ได้ทำนอกเหนือกฎหมายหรืออำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ โดยใช้กลไกของ กอ.รมน. กฎหมายปกติ และศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ไม่ได้ใช้อำนาจของคนใดคนหนึ่งมาปฏิบัติงาน

               "ถ้าทุกคนอยากให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าจะต้องไม่สนับสนุนความรุนแรง และหยุดผู้ใช้ความรุนแรงหรือคนที่พูดจาในลักษณะที่จะใช้ความรุนแรงหรือทำให้เกิดความแตกสามัคคี แต่ถ้าเป็นเรื่องความขัดแย้งเดิมที่มีอยู่ ในเรื่องของเหตุผลของมวลชนนั้น ก็เป็นเรื่องเหตุผลและเงื่อนไขเดิม เป็นเรื่องฝ่ายการเมือง ฝ่ายบริหารที่ต้องไปหาทางแก้ปัญหาให้ได้ แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเรือน ทหาร โดยเฉพาะ ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. มีมติร่วมกันว่า จะร่วมมือกันทำให้ประชาชนทุกฝ่ายเกิดความปลอดภัย...

               "ขอร้องอย่าใช้ความรุนแรงต่อสู้ เพราะเราคือคนไทย ทั้งหมดต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หากไม่เคารพกฎหมายจะแก้ปัญหาอย่างไร แต่บางครั้งกฎหมายอย่างเดียวก็ใช้ไม่ได้ เพระเป็นเงื่อนไขทางการเมือง และการบริหาร โดยเรื่องนี้ต้องไปพิจารณากัน โดยมีทั้งองค์กรอิสระ ศาลพิเศษ อยากให้แก้ไขไปตามขั้นตอน อย่าไปคาดว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือทหารจะทำอะไร อย่าคิดไปถึงตรงนั้น..."

               เมื่อถามว่า กองทัพได้เตรียมแผนเผชิญเหตุเพื่อรองรับสถานการณ์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำงานทุกอย่างต้องมีแผนสำรองอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ได้เตรียมกฎหมายพิเศษไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้เตรียมอะไรทั้งสิ้น และหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น และขออย่าให้มี ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง เรามีแผนงานอยู่แล้ว... 

               ประเด็นที่น่าวิเคราะห์อย่างยิ่ง จากท่าทีของ ผบ.ทบ. ก็คือ การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และแม้ต้องทำในสิ่งที่ไม่ต้องการที่จะทำในเวลานี้ก็ตาม นั่นคือ การประกาศ "กฎอัยการศึก" เพื่อควบคุมสถานการณ์ความรุนแรง หรือความวุ่นวายจนเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยไม่ประมาท

               ขณะเดียวกัน การมีมติร่วมกันของ ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร.ในการที่จะรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนทุกฝ่าย ก็เท่ากับว่า ต่อไปนี้ ฝ่ายการเมืองจะใช้อำนาจสั่งการเจ้าหน้าที่ "ตำรวจ-ทหาร" ก็ต้องเป็นไปเพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนทุกฝ่ายเป็นสำคัญ มิใช่ "เครื่องมือ" แก้ปัญหาทางการเมือง และนั่นก็เท่ากับชัดเจนว่า มือไม้ของฝ่ายรัฐบาลเหลือน้อยลง

               อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจนับจากนี้ อาจอยู่ที่การเรียกร้องให้สังคมไทยช่วยกันทำให้ทั้งสองฝ่าย หันมา "เจรจา" กันให้ได้ หรือยอมรับในกระบวนการยุติธรรมเป็น "ทางออก" เพราะเชื่อว่า สถานการณ์ในเวลานี้ซ้ำเติมเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไทยมามากพอแล้ว ดังนั้นขณะที่สถานการณ์ยังไม่บานปลายใหญ่โต ทางเลือกด้วยการ "เจรจา" น่าจะเหมาะสมที่สุด

               โดยเฉพาะโอกาสที่ผลทางกฎหมายจะนำไปสู่ "สุญญากาศ" หรือ "ทางตัน" ของทั้งสองฝ่าย อาจเป็นช่องให้ "กองทัพ" แทรกตัวเข้ามาเป็น "คนกลาง" ในการ "เจรจา" ก็เป็นได้

               ที่สำคัญ ข้อเสนอ "เจรจา อาจเป็นตัวตัดสินด้วยซ้ำว่า เรื่องนี้จะจบแบบไหน ตกลงกันด้วยดี หรือว่า "ล้มโต๊ะเจรจา" กลับเข้าสู่การเผชิญหน้า จน "กองทัพ" ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว นอกจากแผนสุดท้าย เพียงแต่ยังนึกไม่ออกว่าสถานการณ์ตอนนั้นจะจบอย่างไรเท่านั้น

....................

(หมายเหตุ : ถอดรหัส'ประยุทธ์' 'เจรจา'ชี้ชะตาจบแบบไหน )