
'ปู'เยือนบึงฉวากเจอนกหวีดป่วน!
03 เม.ย. 2557
'นายกฯ' เยือนบึงฉวากติดตามผลพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสุพรรณฯเจอนกหวีดป่วน 'บรรหาร' ชี้ทางออกปท.ให้ไปถามศาลรธน. ยันย้าย 'ถวิล' ตามขั้นตอนกม. ยังไม่มองเรื่องเว้นวรรค
3 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.45 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยจุดแรก เวลา 10.45น. นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อติดตามผลการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้านประมงน้ำจืดของจังหวัดสุพรรณบุรี และรับประทานอาหารกลางวันที่บึงฉวกเฉลิมพระเกียรติ โดยมีนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 และนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่าที่ ร.ต.สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ
ทั้งนี้เมื่อรถขบวนของนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้มีชาวบ้านมารอต้อนรับโดยส่งเสียงตะโกนให้กำลัง ขณะเดียวกันบริเวณทางเข้าด้านหน้าได้มีกลุ่มต่อต้านนายกรัฐมนตรีประมาณ 20 คน ได้เป่านกหวีดเป็นสัญลักษณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อพปร. ดูแลเพื่อไม่ให้เข้ามายังขบวนของนายกรัฐมนตรี
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงส่วนแสดงบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งนายกรัฐมนตรียังคงสวมเฝือกอ่อนแบบถอดได้ และใช้รถเข็น โดยนายบรรหารได้กล่าวต้อนรับโดยระบุว่า "ยินดีต้อนรับ ยินดีอย่างยิ่ง สมใจจริงๆที่ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางมา" จากนั้น นายบรรหาร ได้นำนายกรัฐมนตรีชมในส่วนแสดงต่างๆ ซึ่งบางช่วงนายบรรหารได้เข็นรถเข็นให้นายกรัฐมนตรีด้วยตัวเอง พร้อมทำหน้าที่บรรยายถึงความเป็นมาของบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ และพันธุ์ปลาแปลกทั้ง 110 ชนิด โดยนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจสอบถามเป็นระยะๆ
ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งระหว่างเดินชมส่วนการแสดง นายบรรหาร กล่าวว่า "วันนี้สงสารนายกฯที่ต้องเจอวิกฤติทางการเมืองหนัก ขณะนี้ประเทศไม่มีทางออกแล้ว" จากนั้น นายบรรหารได้หันไปบอกกับนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า โดยยืนยันว่า"ผมยังเหมือนเดิมนะครับ วันนี้ประเทศไม่มีทางออกจริงๆ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามนายบรรหารว่า แล้วทางออกประเทศอยู่ที่ไหน นายบรรหาร กล่าวตอบยิ้มๆว่า "ไปถามศาลรัฐธรรมนูญเอา"
'ยิ่งลักษณ์' ยันย้าย 'ถวิล' ตามขั้นตอนกม. หวังศาลรธน.พิจารณามาตรฐานเดียวกัน
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่บึงฉวากรีสอร์ท น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยสถานภาพ ของนายกรัฐมนตรีหลังแต่งตั้ง โยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ว่า ตนหวังว่าทางศาลจะพิจารณามาตรฐานเดียวกันเหมือนที่ผ่านมา และทุกอย่างก็คงต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าการโยกย้ายนายถวิล เป็นไปตามขั้นตอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ค่ะ เป็นการทำงานไปตามขั้นตอนของกฎหมาย"
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมองอย่างไรกับข้อเสนอของนายเสนาะ เทียนทอง เเกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ระบุให้นายกรัฐมนตรีเว้นวรรคทางการเมืองไปก่อน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า" วันนี้ยังไม่ได้คิดถึงข้างหน้าเลย เอาให้ทุกคนพร้อมใจกันในการลงเลือกตั้งก่อน ส่วนตัวก็ต้องถามประชาชน"
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ เพราะมีหลายคดีที่นายกฯ ต้องไปให้ข้อมูล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องทำตามขั้นตอน แต่ก็หวังว่าจะพิจารณาตนบนมาตรฐานเดียวกันกับผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ เพราะถ้าพิจารณาด้วยมาตรฐานเดียวกันแล้วก็เชื่อว่าทุกอย่างคงมีคำตอบและมีการยอมรับ
เมื่อถามว่า มองหรือไม่ว่ามีความพยายามเร่งรัดจากองค์กรอิสระในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนถือว่าเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาคงไม่สามารถอยู่ในวิสัยจะพูดอย่างนี้ได้ แต่ก็เรียนว่าหนักใจในเรื่องระยะเวลา และพยานที่ถูกตัดจาก 11 ปาก เหลือ 3 ปาก แต่เราก็จะพยายามที่ทำบนกลไกที่เหลืออยู่อย่างเต็มที่ และยืนยันว่าข้อมูลต่างๆ ไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ มองหรือไม่ว่าขณะนี้มีความพยายามขีดเส้นไม่ให้นายกฯ เดินไปได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอให้คนดูเป็นคนพิจารณาตัดสิน ตนเป็นแค่หนึ่งในผู้ที่รักษากติกาและรักษาประชาธิปไตย และประชาชนเป็นผู้ที่คอยดูอยู่ว่าแต่ละคน แต่ละบทบาทได้ทำบทบาทของตนเองอย่างเต็มที่หรือไม่และขอให้ทุกคนน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกคนต้องรู้จักปฏิบัติหน้าที่ขอบตนเองให้เหมาะสม จึงจะเกิดการยอมรับและความสงบ ซึ่งความสงบ สันติภาพต่างๆ เกิดขึ้นจากการที่เรากลับไปหาพื้นฐานว่า ถ้าเราดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกันให้ความยุติธรรม การยอมรับ ความชอบธรรมก็เกิด ความสงบของบ้านเมืองก็เกิด
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่า นายกฯ ได้มีการพิจารณาวางตัวให้นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นนายกรัฐมนตรีสำรองหรือไม่



