ข่าว

อังกฤษส่งเรือดำน้ำร่วมค้นหากล่องดำMH370

อังกฤษส่งเรือดำน้ำร่วมค้นหากล่องดำMH370

02 เม.ย. 2557

อังกฤษส่งเรือดำน้ำ 'HMS ไทร์เลสส์' เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหากล่องดำ MH370 ด้านมาเลเซียเตรียมฟ้องสื่อรายงานข้อมูลเท็จ

 
                        2 เม.ย.57 กระทรวงกลาโหมของอังกฤษ ระบุว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ HMS ไทร์เลสส์ ชั้นทราฟัลกา ได้เดินทางถึงทางใต้ของมหาสมุทรอินเดียแล้ว เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหากล่องดำของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 ER เที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่หายไปพร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน ขณะอยู่ในเส้นทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ไปยังกรุงปักกิ่ง ในวันที่ 8 มีนาคม
 
                        เรือ HMS ไทร์เลสส์ นับเป็นเรือดำน้ำลำแรกที่เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหา ก่อนหน้านี้ พลอากาศเอกแองกัส ฮุสตัน หัวหน้าสำนักงานประสานความร่วมมือในปฏิบัติการค้นหาจากออสเตรเลีย บอกว่า การตามหาชิ้นส่วนเครื่องบิน เป็นความท้าทายอย่างที่สุดอย่างที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน และอาจใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์
 
                        บรรดาวัตถุที่ลอยอยู่ในทะเล ที่ถูกพบเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเครื่องบินที่หายไปแต่อย่างใด เรือ HMS ไทร์เลสส์ เข้าประจำการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ปี 2527 และมีลูกเรือ 130 นาย กับนายทหารอีก 18 นาย
 
                        แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมอังกฤษ เปิดเผยต่อ BBC ว่า เรือดำน้ำลำนี้ มีศักยภาพในการค้นหาใต้น้ำ และได้รับคำสั่งให้เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อน และเดินทางไปถึงเมื่อวันจันทร์ เพื่อร่วมปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งออสเตรเลียและสหรัฐ โดยจะคอยติดตามเสียงสัญญาณอุลตร้าโซนิค ที่ถูกส่งออกมาจากกล่องดำของเครื่องบิน
 
                        นอกจากเรือดำน้ำ อังกฤษยังส่งเรือ HMS เอ็คโค่ ที่จะมีบทบาทสำคัญในการค้นหาซากเครื่องบินบนผิวน้ำ และช่วยเหลือเรือโอเชียน ชิลด์ ของกองทัพเรือออสเตรเลีย ที่ติดตั้ง
อุปกรณ์ค้นหากล่องดำของสหรัฐ
 
                        ด้านสถานีวิทยุของนิวซีแลนด์ รายงานว่า เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของปีเตอร์ แจ็คสัน ผู้กำกับชื่อดังเจ้าของรางวัลออสการ์ ได้เข้าร่วมปฎิบัติการค้นหาด้วย โดยแจ็คสัน ซึ่งเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ทำเงินอย่าง ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ และดิ ฮ็อบบิท เป็นคนอนุญาตให้นำเครื่องบินกัลฟ์สตรีม จี 650 ของเขา ไปร่วมปฏิบัติการค้นหา
 
 
มาเลเซียเตรียมฟ้องสื่อรายงานข่าว MH370
 
 
                        ทางการมาเลเซีย ที่กำลังตกอยู่ภายใต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์และการตรวจสอบจากโลกภายนอก กรณีการรับมือกับหายไปอย่างไร้ร่องของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 ER เที่ยวบิน MH370 ได้ประกาศจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อบรรดาสื่อ ที่รายงานข่าวที่ไม่เป็นความจริงกรณีวิกฤติที่เกิดขึ้น
 
                        นายฮิชชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีขนส่ง โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า ทางสำนักงานอัยการได้รับคำสั่งให้รวบรวมหลักฐานและคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าจะมีการฟ้องร้องทางกฎหมาย
 
                        ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ มาเลย์ เมล รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายฮิชชัมมุดดินว่า ได้รวบรวมรายงานข่าวที่เป็นเท็จไว้เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่วันแรกที่เกิดวิกฤต และเมื่อถึง
เวลาอันสมควร รัฐบาลก็จะดำเนินการฟ้องร้อง
 
                        โศกนาฎกรรม MH370 และความสนใจของชาวโลก ได้ทำให้รัฐบาลมาเลเซีย ที่ปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน และควบคุมการเสนอข่าวของสื่อตัวเองให้โอนเอียงไปในทิศทางที่รัฐบาลต้องการมาโดยตลอด ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยกับการตอบคำถามที่ถูกระดมใส่จากผู้สื่อข่าว นายฮิชชัมมุดดิน ที่ทำหน้าที่แถลงความคืบหน้าของสถานการณ์เกือบจะรายวัน ได้ปฏิเสธมาโดยตลอดต่อรายงานข่าวที่อ้างแหล่งข่าวนิรนาม เกี่ยวกับการสืบสวนไปสู่การหายไปของ MH370 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม
 
                        เมื่อวันจันทร์ นายฮิชชัมมุดดิน พุ่งเป้าเล่นงานไปที่แท็บลอยด์ เดลี่ เมล ของอังกฤษ ที่รายงานเมื่อสุดสัปดาห์ โดยอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับครอบครัวของกัปตัน ซอฮารี อาห์หมัด ชาห์ ที่ว่าตำรวจทราบว่า เขามีปัญหาทางอารมณ์ อันเนื่องมาจากกำลังประสบปัญหาชีวิตคู่ ก่อนจะขึ้นเครื่องบินไปปฏิบัติหน้าที่
  
                        นายฮิชชัมมุดดิน บอกว่า เขายืนยันได้เลยว่า ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มาจากตำรวจ และควรถามเดลี่เมลว่า ไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน ด้านไอช่าห์ ซอฮารี ลูกสาวของกัปตัน ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค ตำหนิเดลี่ เมลว่า กุเรื่องนี้ขึ้นมาเอง
 
                        ก่อนหน้านี้ เดลี่ เมล ยังรายงานว่า กัปตันซอฮารี เป็นผู้สนับสนุนตัวยงของนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้าน แต่เพื่อนๆ และคนใกล้ชิดของกัปตัน ต่างปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง
 
                        ข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับการหายไปของเครื่องบิน ได้ถูกพุ่งเป้าไปที่กัปตันซอฮารี วัย 53 ปีและนายฟาริก อับดุล ฮามิด นักบินผู้ช่วย หลังจากทางการมาเลเซีย ระบุว่า เชื่้อว่า เครื่องบินถูกพาออกนอกเส้นทางโดยเจตนา โดยใครบางคนที่มีความรู้เรื่องการบิน แต่ก็ไม่สามารถหาข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเหตุจูงใจได้
 
 
 
 
 
 
 
---------------------------------
 
 
(ภาพจาก : EPA)