
ไขปม...ยกฟ้องคดีอุ้มฆ่า'อัลรูไวลี่'
ไขปม...ยกฟ้องคดีอุ้มฆ่า'อัลรูไวลี่' หลักฐานใหม่ที่เลื่อนลอย : รายงาน
คดีการหายตัวไปของนักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย นายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ ก็เดินทางมาเกือบสุดทางของกระบวนการยุติธรรมแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตหัวหน้าจเรตำรวจ พร้อมพวกรวม 5 คน ภายหลังศาลมีคำตัดสินกลุ่มญาติของนายอัลรูไวลี่จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ขณะเดียวกัน ในส่วนของ "อุปทูตซาอุฯ" ถึงขนาดร่อนหนังสือขอเข้าพบนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าว
หากย้อนกลับไปดูสำนวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อ้างว่ามีหลักฐานชิ้นใหม่สามารถรื้อฟื้นคดีขึ้นมาได้จะพบว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วนคือ การกล่าวอ้างประจักษ์พยานซึ่งเป็นคำให้การของ พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก อดีตนายตำรวจที่หลบหนีโทษฆ่าคนตาย และเป็นหนึ่งในทีมชุดคลี่คลายคดีร่วมกับ พ.ต.ท.สมคิด (ยศในขณะนั้น) เมื่อปี 2533 ตั้งแต่การเริ่มสืบสวนการหายตัวไปของนักธุรกิจซาอุฯ ซึ่งอ้างว่าได้พบกับกลุ่มจำเลยที่โรงแรมฉิมพลี ที่เชื่อว่าเป็นจุดเกิดเหตุ
ส่วนวัตถุพยานสำคัญอีกหนึ่งชิ้นที่ดีเอสไอกล่าวอ้างเป็นหลักฐานชิ้นใหม่คือ แหวนรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่ พ.ต.ท.สุวิชชัย อ้างว่าเก็บได้จากถังที่ใช้เผาทำลายศพนายอัลรูไวลี่
ในส่วนของประจักษ์พยานบุคคลคือ พ.ต.ท.สุวิชชัย ที่ดีเอสไอนำมาเป็นพยานบอกเล่านั้น ทางจำเลยต่อสู้ในประเด็นว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังจากดีเอสไอพยายามขอศาลให้ไปสอบพยานปากนี้ในต่างประเทศ แต่จำเลยได้ต่อสู้โดยได้ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญว่า การสืบพยานลับหลังจำเลยไม่เป็นธรรมเพราะไม่มีสิทธิ์ฟังคำให้การ หรือซักค้านพยานปากนี้ได้ ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งห้ามการสืบพยานปากนี้ในต่างประเทศ เพราะขัดกับสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ทำให้พยานปากนี้มีน้ำหนักน้อยลงไปเป็นเพียง พยานบอกเล่า ที่ศาลต้องรับฟังอย่างระมัดระวัง
วัตถุพยานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ดีเอสไออ้างเป็นหลักฐานใหม่เพื่อนำมามัดตัว พล.ต.ท.สมคิด และพวกคือ แหวนทองคำรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่ พ.ต.ท.สุวิชชัยอ้างว่าได้มาจากชุดสืบสวนที่เป็นหนึ่งในทีมของ พล.ต.ท.สมคิด
แหวนวงดังกล่าวมาปรากฏหลังจากที่มีความพยายามรื้อฟื้นคดีนี้โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ในขณะนั้น) ยืนยันว่า คือ หลักฐานสำคัญชิ้นใหม่
แต่วัตถุพยานชิ้นนี้กลับทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย เมื่อพนักงานสอบสวนส่งแหวนกลับไปให้ญาติของนายอัลรูไวลี่ ที่ซาอุฯ ดู แต่กลับไม่มีใครยืนยันได้ว่าแหวนวงดังกล่าวเป็นของนักธุรกิจรายนี้
ขณะเดียวกัน ตามหลัก ศาสนาอิสลามมีข้อบัญญัติไม่ให้ใช้ทองคำเป็นเครื่องประดับร่างกาย จึงทำให้น้ำหนักในคดีลดลง ประกอบกับอัยการเองไม่ได้นำแหวนดังกล่าวเข้ามาบรรจุในสำนวนคดีด้วย แม้ พล.ต.ท.สมคิด จะขอให้ศาลสั่งให้นำแหวนมาอยู่ในวัตถุพยานด้วยก็ตาม
นอกจากนี้ คำให้การของ พ.ต.ท.สุวิชชัย ยังพบพิรุธอีกหลายปม โดยเฉพาะการกล่าวอ้างถึงแหวนวงดังกล่าวที่ได้มาจากทีมคลี่คลายคดีของ พล.ต.ท.สมคิด เพราะเหตุใดตั้งแต่แรก จึงไม่นำหลักฐานชิ้นนี้ส่งให้ผู้บังคับบัญชา แถมยังอ้างว่านำแหวนวงดังกล่าวไปซ่อม และนำไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม แต่ภาพที่นำมาแสดงนั้นกลับไม่มีบรรดาญาติของนายอัลรูไวลี่ปรากฏม้แต่คนเดียว คล้ายกับว่าหลักฐานชิ้นนี้ทำขึ้นมาใหม่
พยานอีกหนึ่งปากที่นำมากล่าวอ้างในการรื้อฟื้นคดีคือ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ ที่ให้การไว้ในสำนวนว่าเคยได้ยินผู้บังคับบัญชาพูดคุยกันในทำนองว่า การนำตัวนายอัลรูไวลี่มาสอบสวนไม่ใช่ให้เอามาฆ่า และมีนายตำรวจคนหนึ่งพูดขึ้นว่า จะเอาตัวรอดหรืออย่างไร
ประเด็นคำเบิกความของ พล.ต.ท.ชลอ ศาลมองว่า เป็นเพียงพยานบอกเล่า และฝ่ายโจทก์เองไม่ได้นำสืบประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมด้วย
นอกจากนี้ ยังมีพยานอื่นๆ เช่น คนที่ขับรถนายอัลรูไวลี่ไปจอดในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งมาเบิกความทั้งที่มีความสำคัญในเหตุการณ์ รวมถึงพยานแวดล้อมอื่นๆ เช่น พนักงานโรงแรมฉิมพลีหรือหุ้นส่วนของโรงแรมก็ไม่มีใครเบิกความว่า พบเห็นนายอัลรูไวลี่มาที่โรงแรมหรือไม่ หรือเห็น พล.ต.ท.สมคิดกับพวกนำตัวนายอัลรูไวลี่มาที่โรงแรมดังกล่าวแต่อย่างใด
ทั้งหมดนี้คือ จุดที่ทำให้ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง เพราะในคดีอาญาที่มีโทษถึงประหารชีวิต หากมีความเคลือบแคลงสงสัยแล้ว ศาลจะยกประโยชน์ให้จำเลย
เส้นทางหนี "สุวิชชัย แก้วผลึก"
พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก เป็นหนึ่งในพยานบุคคลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษอ้างเป็นพยานที่นำเอาแหวนทองคำรูปพระจันทร์เสี้ยวมามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตหัวหน้าจเรตำรวจพร้อมพวก ในข้อหาอุ้มฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจซาอุฯ นั้น เป็นจำเลยในคดีร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี
พยานปากนี้ทางจำเลยร้องคัดค้านการส่งประเด็นไปสืบปากคำ โดยนายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลเนื่องจาก พ.ต.ท.สุวิชชัยหลบหนีอยู่ที่ยูเออี โดยคำร้องของ พล.ต.ท.สมคิดระบุว่า มีอัยการรายหนึ่งกับพนักงานสอบสวนนำตัว พ.ต.ท.สุวิชชัย ซึ่งต้องคดีหลบหนีออกนอกประเทศ โดยการเปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่เป็นนายเกียรติกรณ์ แก้วเพชรศรี ที่อยู่ใหม่ที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส พร้อมกับพาสปอร์ตใหม่เลขที่ 0-402107 เพื่อเดินทางไปกรุงอาบูดาบี ด้วยเที่ยวบิน EY401 แต่เนื่องจากมีแบล็กลิสต์ สุดท้ายจึงมีการเปลี่ยนเที่ยวบินและเดินทางออกไปโดยไม่ผ่าน ตม.ในเที่ยวบิน EY407 ไปยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในที่สุด
.....................
(หมายเหตุ :ไขปม...ยกฟ้องคดีอุ้มฆ่า'อัลรูไวลี่' หลักฐานใหม่ที่เลื่อนลอย : รายงาน)



