ข่าว

ยกระดับโอท็อปสู่สากล

ยกระดับโอท็อปสู่สากล

03 เม.ย. 2557

ไลฟ์สไตล์ : ยกระดับโอท็อปสู่สากล

 
                         หลังจากกระเป๋าผ้าทอจากเกลียวผักตบชวาเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว นับว่าสร้างความประทับใจและจุดกระแสแฟชั่นเป็นอย่างมาก ล่าสุดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และบริษัท ที.วี. อาลาคาร์ต จำกัด จัดงาน "แบงค็อก โอท็อป รันเวย์ แอนด์ แชร์ลิตี้ เอ็กซิบิชั่น" จัดแสดงกระเป๋าผ้าทอจากเกลียวผักตบชวาคอลเลกชั่นใหม่ จากภูมิปัญญาคนไทยเพื่อขยายผลสำเร็จให้กว้างไกลยิ่งขึ้น โดยจัดขึ้นที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เมื่อวันก่อน
 
                         ดร.วิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประธานในพิธีกล่าวว่า งานโอท็อปเป็นนโยบายที่รัฐบาลสนับสนุนมาหลายปีเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพ ยกระดับความเป็นอยู่และรายได้ พัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยต่อยอดสินค้าในเรื่องคุณภาพ รูปแบบ นวัตกรรม และเพิ่มช่องทางการตลาดทำให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากลได้
 
                         "สำหรับกระเป๋าผ้าทอจากเกลียวผักตบชวาที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ช่วยกับกำจัดผักตบชวาด้วยการเก็บและนำขึ้นมาแปรรูป ตีเป็นเส้นเกลียวผักตบแล้วนำมาทอผสมกับฝ้าย ซึ่งมีวิธีการทำยากมากแต่คนไทยสามารถทำได้ แต่ละใบต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นอย่างมากเมื่อนำออกสู่สายตาประชาชนจะเห็นว่าสามารถแข่งกับผลิตภัณฑ์ต่างชาติได้และยังถือเป็นการสร้างค่านิยมให้คนไทยหันมาใช้สินค้าไทยๆ เพิ่มขึ้น" พ่อเมืองพระนครศรีอยุธยากล่าว
 
                         ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการกระเป๋าผ้าทอจากตัวผักตบชวา ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัยพร้อมการแสดงมินิแฟชั่นโชว์โดยเซเลบริตี้ชื่อดัง เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นถึงภูมิปัญญาความสามารถของคนไทย โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการสั่งจองกระเป๋าจะนำมอบให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
 
                         ทั้งนี้เหล่าคนดังในแวดวงสังคมยังร่วมแชร์ไอเดียในเรื่องการใช้สินค้าโอท็อปของไทยเราด้วย เริ่มจาก วาสินี ผิวผ่อง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บอกว่า ปัจุบันรูปแบบสินค้าโอท็อปมีการพัฒนาไปมาก แต่ปัจจุบันสินค้าโอท็อปยังประสบปัญหาหลายด้านโดยเฉพาะสินค้าที่ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมจะมีคนอื่นๆ ทำตาม จนกลายเป็นสินค้าที่มีขายอยู่ทั่วไปไม่มีเอกลักษณ์ จึงอยากให้มีการส่งเสริมสินค้าจากชุมชนที่มีวัตถุดิบ มีภูมิปัญญาสืบทอดมาจริงๆ เพื่อจะได้เพิ่มมูลค่าของสินค้านั้น ส่วนสินค้าที่มีการทำอยู่แล้วควรเพิ่มรูปแบบให้หลากหลายและแปลกใหม่อยู่เสมอ
 
                         ด้าน สุรีย์ รัตนหิรัญญา ผู้ชื่นชอบกระเป๋างานโอท็อป บอกว่า เดี๋ยวนี้สินค้าโอท็อปโดยเฉพาะกระเป๋ามีการพัฒนารูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น มีการตัดเย็บดี มีลูกเล่นเยอะกว่าเมื่อก่อน ทั้งยังมีหลากหลายขนาดให้เลือก ส่วนตัวชอบใช้กระเป๋าสีเรียบๆ เพราะสามารถใส่ได้กับเสื้อผ้าทุกสี ส่วนใหญ่เสื้อผ้าที่มีจะเป็นสีสันฉูดฉาด การเลือกใช้กระเป๋าสีเรียบจึงสามารถเข้ากันง่ายกว่า และที่สำคัญมีกระเป๋าจากวัสดุธรรมชาติจะมีน้ำหนักเบา เวลาเดินทางไปต่างประเทศต้องเดินนานๆ หากเป็นกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากจะทำให้ไหล่เสีย หลายครั้งที่ต้องนำกระเป๋าจากผักตบชวาไปใช้ด้วย เพราะมีน้ำหนักเบาและยังเป็นงานฝีมือไม่ซ้ำใคร เป็นการโฆษณาให้ชาวต่างชาติเห็นถึงภูมิปัญญาคนไทยด้วย
 
                         ปิดท้ายที่สาวสังคมรุ่นใหม่ "มินต์" จินดาภา บุณยากร ให้ความเห็นว่ากระเป๋าจากเกลียวผักตบชวาเป็นงานสร้างสรรค์มาก มีรูปแบบไม่เชยและทุกแบบในคอลเลกชั่นนี้สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าปัจจุบันได้ดี ใช้ถือออกงาน หรือไปเที่ยวได้ ทั้งยังมีการพัฒนารูปแบบให้ทันสมัยขึ้น ไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้ใหญ่ใช้เหมือนแต่ก่อน วัยรุ่นก็สามารถใช้ได้อีกทั้งกระเป๋าจากผักตบชวายังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย