ข่าว

นายกฯคนกลาง

นายกฯคนกลาง

02 เม.ย. 2557

นายกฯคนกลาง : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

           การเปิดเผยรายชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีคนกลาง ทั้งตัวเต็งหนึ่ง เต็งสอง และม้ามืด ของ คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธาน นปช. ไม่ได้สร้างความแปลกประหลาดใจ หรือจุดชนวนการเมือง อย่างที่คาดหวัง เพราะทุกชื่อที่เอ่ยมานั้น ล้วนแต่ “เขารู้กันมาตั้งนานแล้วละลุง” ทั้งนั้น เพราะทุกครั้งที่มีการกล่าวถึงนายกฯ คนกลาง ก็ไม่พ้นจากบุคคลเหล่านี้ ซึ่งแต่ละท่านก็มีคุณสมบัติความรู้ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป และเป็นชื่อฮิตติดโผมาโดยตลอด แน่นอนว่าการที่คุณณัฐวุฒิ เอ่ยอ้างนามนายกฯ คนกลางขึ้นมานั้น เป็นการตีปลาหน้าไซ เพื่อให้ผู้ที่มีชื่ออยู่ในลิสต์ ออกมาปฏิเสธ ซึ่งเท่ากับเป็นการปิดทางมิให้ก้าวสู่ตำแหน่งนายกฯ คนกลาง และเมื่อออกปากปฏิเสธแล้ว หากกลับคำมารับตำแหน่ง ก็จะกลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาโจมตีได้ เช่นเดียวกับที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ประสบมาแล้ว กับการเสียสัตย์เพื่อชาติที่บานปลายไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ในปี 2535

           สมมุตินะครับ สมมุติว่าตัวเก็ง ตัวเต็ง และม้ามืด ตามโผของคุณณัฐวุฒิ พากันออกมาปฏิเสธตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนกลางกันหมด นั่นก็จะเข้าบ่อที่คุณณัฐวุฒิขุดล่อปลาเอาไว้ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะสุญญากาศในทางการเมืองขึ้น เมื่อถึงตอนนั้นก็อาจจะมีม้ามืดที่มืดจริงๆ เข้ามาเป็นตาอยู่คว้าพุงปลาไปกิน

           พูดกันตามจริงแล้ว การเป็นนายกฯ คนกลาง ในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยเท่าไหร่นัก เพราะนอกจากจะประคองตัวและประคองรัฐนาวาให้ผ่านพ้นความขัดแย้งทางการเมืองแล้ว ยังมีภาระหนักในการกอบกู้เศรษฐกิจ และความน่าเชื่อถือของประเทศไทย รวมทั้งศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก ภายใต้เงื่อนเวลาอันจำกัด และน่าจะอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียง กับ ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์ ช่วงหลังเดือนตุลาคม 2516 มากกว่าจะเป็นเช่น คุณอานันท์ ปันยารชุน ในสมัย รสช. และหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

           อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้ นายกฯ คนกลาง ราบรื่นหรือไม่ ย่อมอยู่ที่ความราบเรียบของการเมือง ณ เวลานั้น หากมีการควบคุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ หรือแพ้ชนะกันอย่างเด็ดขาด ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีก็สามารถทำงานได้เต็มที่ด้วยความสบายใจ แต่ในทางตรงกันข้าม หากบ้านเมืองยังวุ่นวาย แตกแยก ระส่ำระสาย ผู้เป็นนายกฯ ไม่ว่าจะคนกลาง หรือไม่กลาง ก็คงจะเหนื่อยหนักทีเดียวแหละครับ

           จริงๆ แล้ว คุณณัฐวุฒิ ไม่ได้มีอำนาจหรือหน้าที่ในการเที่ยวตั้งใครต่อใครเป็นนายกฯ คนกลาง หรือถึงจะมีอำนาจและหน้าที่ก็ควรต้องมีมารยาทที่จะไม่เปิดเผยชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งก่อนที่เขาจะยินยอมพร้อมใจ และในเวลาอันสมควร แต่นั่นล่ะครับ คนที่ไม่มีอะไรสักอย่างย่อมทำอะไรได้ทุกอย่าง

           ถึงตอนนี้ ก็อยากจะขอร้องท่านที่ได้รับการคาดหมายให้เป็นว่าที่นายกฯ คนกลาง ว่าอย่าตกหลุมพรางด้วยการด่วนออกมาปฏิเสธเลยครับ เพราะถึงอย่างไร ท่านก็มีคุณสมบัติและความเหมาะสมกว่านายกฯ ของไทยบางคน เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ จะได้ไม่ต้องเสียสัตย์เพื่อชาติ ให้ถูกเย้ยว่าสู้ลูกเสือที่ถือคติ “เสียชีพอย่าเสียสัตย์” ก็ไม่ได้

           ผมเสียดายคนดีๆ ครับ